โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

“เซจิจุนเร” การเดินทางแสวงบุญ ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นฉากในโลกบันเทิง

conomi

อัพเดต 17 ม.ค. 2567 เวลา 16.48 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2567 เวลา 00.00 น. • conomi.co

เซจิจุนเร (聖地巡礼) แต่เดิมเป็นคำศัพท์เชิงศาสนา โดย เซจิ (聖地) หมายถึงพื้นที่หรือดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ส่วน จุนเร (巡礼) หมายถึงการแสวงบุญหรือการสักการะบูชา เมื่อนำ 2 คำมาประกอบกันเป็น “เซจิจุนเร” จึงหมายถึงการเดินทางไปสักการะบูชา หรือ การเดินทางไปแสวงบุญ ณ ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

แต่ปัจจุบัน คำนี้ไม่นิยมใช้ในเชิงศาสนามากเท่ากับใช้ในเชิงธุรกิจการท่องเที่ยว โดยจะหมายถึงการไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่ถูกใช้เป็นฉากในละคร ภาพยนตร์ นิยาย มังงะ และอนิเมะ รวมทั้งสถานที่แข่งกีฬาที่โด่งดังอีกด้วย นอกจากชาวญี่ปุ่นแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากที่นิยมไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบเซจิจุนเร

สาเหตุที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมเที่ยวญี่ปุ่น จนวิวัฒนาการมาเป็นการท่องเที่ยวแบบเซจิจุนเร

Seichijunrei Tourism Background

1. ยุทธศาสตร์ฟุคุดะ

ต้องเท้าความกลับไปถึงช่วงปลายทศวรรษที่ 70s ถึงทศวรรษที่ 80s ที่ญี่ปุ่นผละออกห่างจาก Yoshida Doctrine ที่ใช้ในการฟื้นฟูประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แล้วหันไปใช้Fukuda Doctrine ที่เน้นการเผยแพร่วัฒนธรรมญี่ปุ่นไปสู่นานาชาติ ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นเริ่มมีความพยายามส่งออกวัฒนธรรมของตัวเองไปสู่ชาวโลกอย่างเป็นระบบมากขึ้น

2. การขยายฐานการผลิตไปสู่นอกประเทศญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษที่ 80s

ญี่ปุ่นขยายฐานการผลิตของตัวเองไปสู่ประเทศเอเชียหลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เกิดอุปสงค์ต้องการผู้รู้ภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นขึ้นอย่างมาก และการเผยพร่สื่อบันเทิงแนว J-Pop จึงค่อย ๆ ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากกระแสญี่ปุ่นบูม เพราะช่วงนั้นเรียกได้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ญี่ปุ่นครองตลาดเอเชียอย่างมาก และชาติในเอเชียส่วนใหญ่จึงเปิดรับวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นอย่างดี ไม่ได้รู้สึกแปลกแยกกับญี่ปุ่น ญี่ปุ่นกลายเป็นตัวแทนของสิ่งดี ๆ ที่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างสำหรับชาวเอเชียหลายชาติ

3. การปรับตัวของรัฐบาลญี่ปุ่นหลังปี 2013 เน้นเพิ่มนักท่องเที่ยวจากเอเชียและอาเซียน

ที่จริงเพียงแค่สาเหตุข้อ 1 และข้อ 2 ก็มากเพียงพอให้ชาวต่างชาติอยากเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันแล้ว แต่หลังจากปี 2013 เนื่องจากหนึ่งในแนวทางของอาเบะโนมิกส์ที่มีการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากกว่าเดิมโดยเฉพาะจากเอเชียและอาเซียน ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวจากเอเชียพุ่งขึ้นสูง (ไทยก็ได้ฟรีวีซ่าท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงนี้ ต่างจากเมื่อก่อนที่เข้าประเทศญี่ปุ่นยากมาก) ประกอบกับที่จีน เกาหลีใต้ และเวียดนาม มีระดับทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นมาก ทำให้ Top 10 นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นชาติในเอเชียเกือบทั้งหมดรวมทั้งไทยด้วย

4. นโยบาย Cool Japan

หลังจาก Douglas McGray เขียนบทความเกี่ยวกับ Cool Japan ลงในนิตยสาร Foreign Policy ในปี 2002 และได้รับเสียงตอบรับดีมาก จนรัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจให้มี Cool Japan Strategies ขึ้นในปี 2010 และมีผลสืบเนื่องมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ที่ภาครัฐใช้ J-Pop ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและส่งเสริมธุรกิจหลายรูปแบบ

5. การเติบโตของอินเทอร์เน็ตและพลังแห่งโอะตะกุ

แม้หลังจากปี 2000 เป็นต้นมา กระแสละครและภาพยนตร์รวมทั้งเพลงญี่ปุ่นจะเริ่มถูกทางเกาหลีใต้เบียดบังความโด่งดังไปมาก แต่ในด้านของมังงะและอนิเมะ รวมทั้งเกมนั้น แฟน ๆ ที่เป็นโอะตะกุยังคงรักผลงานจากญี่ปุ่นอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะเมื่ออินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อทั้งโลกได้สำเร็จหลังจากการเกิด Torrent และ Social Media ก็ทำให้กระแสความชอบญี่ปุ่นไม่ได้จางหายไปง่าย ๆ

ในความคิดของผู้เขียนเองจึงเห็นว่าสาเหตุทั้ง 5 นั้นเป็นปัจจัยครบในหลายมิติ ทั้งในเชิงวัฒนธรรมของชาติตัวเองที่มีความพร้อม นโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนในหลากหลายรูปแบบ ภาคธุรกิจที่มีจังหวะขยายตัวไปสู่ต่างประเทศ การพัฒนาของอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี จึงไม่น่าแปลกใจว่าแฟน ๆ ญี่ปุ่นทั้งในญี่ปุ่นเองและในต่างประเทศจะถวิลหาการท่องเที่ยวแบบเซจิจุนเร เพราะไม่มีสถานที่อื่นใดจะให้ความสุขดื่มด่ำไปได้มากกว่าสถานที่ที่ตัวเองเคยพบเห็นในสื่อบันเทิงที่ตัวเองชื่นชอบอยู่แล้ว

เซจิจุนเรในปัจจุบัน

ทะเลสาบสุวะ ต้นแบบฉากทะเลสาบใน Your Name

เซจิจุนเรที่ฮิตที่สุดในปัจจุบันสำหรับชาวต่างชาติมักเป็นการไปเที่ยวสถานที่ที่ปรากฏในมังงะหรืออนิเมะ รวมทั้งบ้านเกิดของนักเขียนการ์ตูนดัง ๆ ตัวอย่างที่เห็นชัดสุดคือกระแสของอนิเมะเรื่อง Your Name ที่ทำให้เมืองฮิดะในจังหวัดกิฟุ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮิตในหมู่แฟนคลับของ Makoto Shinkai ผู้ผลิตเรื่องนี้ไปเลย เรียกว่ามีสถานที่นับร้อยหรือหลายร้อยแห่งสำหรับนักท่องเที่ยวสายเซจิจุนเรนี้

จริง ๆ แล้วลักษณะคล้ายกันนี้ก็เกิดขึ้นที่เกาหลีใต้มาตลอด พวกทริปเกาหลีใต้ที่ไปตามรอยซีรีส์หรือภาพยนตร์ ก็มีการทำธุรกิจท่องเที่ยวลักษณะนี้กันบ่อย ๆ หรืออย่างเมืองไทยก็เคยมีกระแสเที่ยวอยุธยาตามรอยละครเรื่องบุพเพสันนิวาสมาแล้วเช่นกัน เพียงแต่ไทยกับเกาหลีใต้เราไม่ได้คิดคำศัพท์เฉพาะเพื่อการท่องเที่ยวลักษณะพิเศษแบบนี้เท่านั้น

สะพานจิจิบุในจังหวัดไซตามะ ฉากในเพลงเปิดของ Anohana

คิดว่าเมืองไทยเองที่มีวัฒนธรรมที่เข้มแข็งและมีธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้มหาศาล น่าจะมีแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบใหม่ ๆ ที่ดึงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทยได้มากขึ้น และเที่ยวได้อย่างมีความสุขมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นได้เช่นกัน

เกี่ยวกับผู้เขียน

วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล เป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วถึง 4 แห่ง โดยเคยได้รับทุนแลกเปลี่ยนระหว่างที่ว่าการจังหวัด Okinawa และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปศึกษาที่ The University of the Ryukyus รวมทั้งเคยได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่นแบบสอบผ่านสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ไปศึกษาที่ 1) Tokyo University of Foreign Studies / 2) International Christian University / และ 3) Keio University มีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลาย เคยเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ให้บริษัท Nippon Production Service (บริษัทในเครือสถานีโทรทัศน์ NHK) / เป็นผู้สอนภาษาไทยที่สถาบันภาษาไทยหลายแห่งในโตเกียว / เป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติที่สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการตลาดให้บริษัท Corporate Directions Inc. ของประเทศญี่ปุ่น / เป็นผู้ก่อตั้งสาขาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจของคณะศิลปศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ / เป็นผู้อำนวยการบริษัท AIRA Capital และเป็นทีมงานก่อตั้งบริษัท AIRA and AIFUL รวมทั้งบัตรกดเงินสด A-Money / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท TOYO Business Service / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท JECC ประเทศญี่ปุ่น / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจของบริษัท Business Consultants South East Asia / มีประสบการณ์สอนในมหาวิทยาลัยมากกว่า 10 แห่งในประเทศไทย / เป็นที่ปรึกษาและจัดฝึกอบรมให้องค์กรหลายแห่ง

ปัจจุบันมีธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเองคือ บริษัท Consulting Agency for Talent จำกัด ทำธุรกิจให้คำปรึกษาด้านพัฒนาองค์กรและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HROD และ HRD) / เป็นนักวิชาการอิสระ / วิทยากรอิสระ / นอกจากเขียนคอลัมน์ที่ Conomi แห่งนี้แล้ว ก็เขียนคอลัมน์ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ / เขียนคอลัมน์ให้ The PEOPLE Online Magazine / เขียนคอลัมน์ให้ Marumura และยังคงใฝ่เรียนรู้สิ่งใหม่ต่าง ๆ อยู่เสมอแม้ว่าจะมีปริญญา 7 ใบแล้วก็ตาม

ติดตามผลงานเขียนทั้งหมดของวีรยุทธได้ที่

Facebook : รวมผลงานของวีรยุทธ – Weerayuth’s Ideas

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...