ปักใจ(รัก)แค่คุณ(e-book) จบแล้วว
นิยาย Dek-D
อัพเดต 29 เม.ย. 2567 เวลา 01.38 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2567 เวลา 01.38 น. • statice (สแตติส)ข้อมูลเบื้องต้น
ปักใจ(รัก)แค่คุณ
“ถามจริงหวงออกหน้าขนาดนี้ มึงคิดอะไรกับน้องเปล่าวะ”
“แค่น้อง ไม่ได้คิดอะไร”
>>>>>
“ผู้ชายคนนี้ใครเหรอครับ"
“ พี่ชายข้างบ้านค่ะ”
แล้วทำไมไอ้คนที่ถูกแนะนำว่าเป็นพี่ชายข้างบ้าน ไอ้คนที่บอกว่าไม่ได้คิดอะไรต้องหงุดหงิด ทำไมต้องโมโห ไม่พอใจ ที่น้องน้อยที่ตัวเองเฝ้าดูแลมาบอกคนอื่นว่าเขาเป็นแค่พี่ชายข้างบ้าน
“ใครเขาอยากเป็นพี่วะ ไม่เป็นแล้วแม่งพี่”
เรื่อง : ปักใจ(รัก)แค่คุณ
เขียนโดย : statice (สแตติส)
วันเปิดเรื่อง : 31/08/66
ปักใจรักแค่คุณ 1/1
ตอนที่ 1
“ลูกหว้า ไปกินเครปฝั่งโน้นไหม”
“เอาสิ วันนี้พ่อเลิกงานค่ำ ด้วยมีเวลา” เด็กสาววัย15ในชุดนักเรียนมัธยมต้น ใบหน้าน่ารัก ละสายตาจากเก็บอุปกรณ์เครื่องเขียนเข้ากระเป๋าหันไปบอกเพื่อนทั้งสองที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหลังด้วยรอยยิ้ม ปกติพ่อจะมารับแต่วันนี้เห็นบอกว่าต้องไปส่งเจ้านายไปงานเลี้ยงเลยกลับช้าให้เธอไปรอที่บ้านของเจ้านายที่พ่อทำงานเป็นคนขับรถจะได้กลับพร้อมกันเพราะว่ามันไม่ได้ไกลจากโรงเรียน พ่อเป็นห่วงไม่อยากให้เธอกลับบ้านไปอยู่คนเดียวเพราะแม่ที่ทำงานเป็นแม่บ้านของโรงแรมแห่งหนึ่งยังไม่เลิกงานกว่าแม่จะเลิกก็4หรือ5ทุ่มแล้วแต่วันไหนแขกเข้าพักมากพักน้อย
“ถามจริงเหมยที่ชวนไปนี่แกอยากกินเครปหรืออยากไปส่องผู้ชายจ๊ะ”
“ทั้งสอง หรือแกไม่อยาก”
“ก็ อยากเห็นหน้าหล่อๆแล้วมันกระชุ่มกระชวย” นิจวรามองเพื่อนสองคนเถียงกันไปมาด้วยรอยยิ้ม
“เลิกเถียงกันได้แล้วไปเถอะ หิวมากเลยตอนนี้” ก่อนจะห้ามศึกที่ไม่รู้ว่าสองเพื่อนสาวจะจบศึกเถียงกันตอนไหนหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายไว้บนไหล่ทั้งสองข้าง เดินนำหน้าสโรชากับปาลีนา
“อีกสองอาทิตย์ก็สอบแล้ว แกอ่านหนังสือยังอ่ะหว้า”
“มีอ่านบ้างแล้ว”
“วันเสาร์ว่าจะให้แกติวให้หน่อยแกว่างป่ะ” ปาลีนาสาวน้อยหน้าหมวยที่มีแม่เป็นเจ้าของตลาดหน้าหมู่บ้านที่ครอบครัวนิจวราอาศัยอยู่ทั้งสองเลยเป็นเพื่อนกันมานานเรียนโรงเรียนและห้องเดี๋ยวกันตลอด แม้บ้านเจ้าตัวจะมีเงินพอที่จะส่งเรียนโรงเรียนข้างๆกันเจ้าตัวกลับไม่เรียน ปาลีนาให้เหตุผลว่าไม่อยากไปแข่งขันกับพวกลูกคนมีเงินพวกนั้น
“เอาสิ ที่ไหนดี”
“คาเฟ่หน้าหอสมุดดีไหมพวกแก” สโรชาออกความคิดเห็นคงเพราะมันเป็นกิจการของครอบครัวตัวเอง
“เสาร์อาทิตย์คนจะไม่เยอะเหรอไปรบกวนเปล่าบัว”
“ไม่รบกวน บอกพี่เบสไว้แล้ว”
“งั้นตามนั้น” สโรชาเป็นคนสรุปทุกอย่างเพราะตัวเองก็ชอบอาหารกับเครื่องดื่มร้านเพื่อนอยู่แล้วยอมรับว่าพี่ชายของเพื่อนทำอาหารอร่อยมากแถมบางครั้งก็ได้กินฟรีด้วยอีกอย่างพี่ชายเพื่อนก็หล่อมากๆ
“ไฟแดงแล้วแกข้ามเถอะ”
สามสาวรีบเดินข้ามทางม้าลายเพื่อไปยังอีกฝั่งถนนเพื่อไปยังร้านเครปเจ้าดังแต่ว่าอยู่หน้าโรงเรียนเอกชนที่เป็นโรงเรียนคนละระดับกับโรงเรียนของพวกเธอเลยที่เป็นแค่โรงเรียนรัฐธรรมดา สองฝั่งถนนเลยให้ความแตกต่างกันมากๆทั้งร้านค้า ทั้งรถที่ขับเข้าออกโรงเรียน
“คนเยอะจัง”
“สั่งไว้แล้วไปดูกิ๊บตรงโน้นก่อนดีป่ะ” คนรักสวยรักงามอย่างสโรชาบอกเพื่อนก่อนสามสามจะพยักหน้าให้กันแล้วหยิบกระดาษจนรายการมาจดแล้วยื่นส่งให้กับป้าเจ้าของร้านที่รู้จักกันดีเพราะมากินที่นี่บ่อยตั้งแต่เข้าม.1
“นี่ค่ะป้า เดี๋ยวหนูมาเอานะคะ”
“จ้ะลูก วันนี้คิวเยอะหน่อยนะ”
“ค่ะ” นิจวรส่งรอยยิ้มหวานไปให้คุณป้าเจ้าของร้านก่อนจะหันกลับมาพยักหน้าบอกสองสาวที่กำลังมองกลุ่มนักเรียนที่เดินออกมาจากหน้าประตูโรงเรียน
“ไปยังแก”
“ไป ร้านนั้นเคยมาดู มองไว้แล้ว” สโรชาชี้นิ้วไปยังร้านขายของกิ๊ฟช็อปน่ารักๆที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไรเป็นร้านประจำของสาวๆเลยไม่ว่าจะนักเรียนผู้หญิงโรงเรียนฝั่งนี้หรือฝั่งโน้นต่างก็เข้าร้านนี้กันคงเพราะของที่เอามาขายมีสินค้านำเข้าจากต่างประเทศด้วยราคาก็ต่างจากของตามท้องตลอดหน่อย สำหรับลูกคนมีเงินก็ซื้อได้สบายแต่ถ้าสำหรับนิจวราก็ต้องเก็บเงินหน่อย เธอได้ค่าขนมมาโรงเรียนไม่มากพอที่จะซื้อของพวกนี้แต่ถ้าอยากได้ก็เก็บเงินค่าขนมหรือค่าจ้างจากการช่วยแม่บ้านที่บ้านเจ้านายของพ่อทำงานบ้านก็ได้แล้ว
“อันนี้สวยไหมหว้า”
“สวยแต่ราคาแอบแรงไปนิด” นิจวรามองสิ่งที่เพื่อนยื่นมาให้ดูพร้อมกับแอบมองราคาที่ติดเอาไว้เล็กน้อย
“ขอเงินม๊ามาแล้ว”
“งั้นแกก็ซื้อเลย ฉันไปดูตรงโน้นก่อน”
“อืม” สามสาวแยกกันเดินดูของที่ตัวเองสนใจ นิจวราเดินมาหยุดตรงโซนขายกิ๊บติดผมน่ารักๆตั้งใจว่าจะซื้อเอาไว้ติดผมหน้าม้าเวลาอ่านหนังสือ สายตาก็มองหาอันที่ถูกใจก่อนที่สายตาจะสะดุดกับกิ๊บน่ารักๆตัวหนึ่งมันเป็นรูปดาว กำลังเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาแต่กลับมีมือของใครบางคนคว้ามันไปก่อน นิจวราเงยหน้ามองคนที่หยิบกิ๊บตัวนั้นไป ผู้หญิงในชุดนักเรียนโรงเรียนเอกชนฝั่งนี้ ใบหน้าสวย ผิวขาว ผมถูกทักเปียสองข้าง แต่สิ่งที่เรียกความสนใจจากเด็กสาวให้หันไปมองคงเป็นผู้ชายตัวสูงที่อยู่ในชุดนักเรียนเสื้อสีขาวกางเกงสีน้ำเงินนั่น
“ไหมเอานี้ คีย์จ่ายให้ด้วยนะ”
“อืม เอาอะไรอีกไหม”
“ไม่แล้ว ไปเถอะเราหิวแล้ว” สองคนนั้นเดินไปแล้วยังคงเหลือแค่เธอที่ยืนนิ่งมองทั้งสองเดินเอากิ๊บที่เธอเห็นก่อนไป เหมือนเธอเป็นอากาศเสียอย่างนั้น คนตัวเล็กได้แต่ถอนหายใจละสายตาจากสองคนนั้นแล้วหันมาเลือกกิ๊บตัวใหม่หยิบขึ้นมาสักตัวแม้จะไม่ถูกใจแต่ก็ใช้แทนกันได้ก่อนจะเดินไปหาเพื่อนที่กำลังจ่ายเงินอยู่
“ได้อะไรอ่ะหว้า”
“ได้กิ๊บ” พอเดินออกมานอกร้านสามสาวก็หยิบของที่ตัวเองซื้อมาขึ้นมาอวดกัน นิจวราหยิบกิ๊บของตัวเองขึ้นมาโชว์ให้เพื่อนดูด้วยรอยยิ้ม พอมันออกมานอกร้านก็สวยดีเหมือนกัน มันเป็นรูปดาวเหมือนอันที่อยากได้แม้ความสวยอาจจะต่างกันหน่อย
“สวยอ่ะ วันหลังเราซื้อแบบนี้ติดเหมือนกันดีไหมแก” สาวหวานอย่างโสรชาออกความคิดเห็นเมื่อเห็นกิ๊บตัวสวยของเพื่อน
“เอาดิ” ปาลีนาพยักหน้าเห็นด้วยก่อนทั้งสามจะเดินกลับไปยังร้านเครป แต่ไม่รู้ว่าถนนมันแคบหรือเพราะนักเรียนเดินสวนกันไปมาถึงทำให้ใครที่ไหนไม่รู้วิ่งมาชนกันจนนิจวราที่กำลังเดินตามเพื่อน ชนจนของที่อยู่ในมือหล่นลงไปตกอยู่ที่พื้น อยากจะหันไปด่าคนที่วิ่งชนกันแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว คนตัวเล็กก้มลงหมายจะไปหยิบเจ้ากิ๊บตัวสวยที่ตกอยู่ที่พื้นแต่ว่ามัน
กร๊อบ!!
มันถูกเท้าของใครบางคนเหยียบจนมองไม่เห็นเจ้ากิ๊บนั้นจนรองเท้าคู่สีดำค่อยๆยกเท้าขึ้นนั่นแหละถึงได้รู้สภาพของกิ๊บตัวสวย สาวตากลมโตเบิกกว้างตกใจกับภาพที่เห็นค่อยๆเงยหน้ามองเจ้าของรองเท้านักเรียนสีดำ แต่ภาพที่เห็นทำให้เธอตกใจมากกว่าคือผู้ชายใบหน้านิ่งยืนมองกันเหมือนไม่รู้สึกอะไร
“คะ คุณคีย์” เขาไหวไหล่เหมือนจะบอกว่าแล้วไงก่อนจะเดินหน้านิ่งไปหาผู้หญิงที่เขาเดินควงออกมาจากร้านกิ๊ฟช็อป
“คนนิสัยไม่ได้ ดูสิแตกหมดเลย” มือเล็กรวบของที่อยู่บนพื้นขึ้นมาบ่นตามหลังคนนิสัยไม่ดีไป ไม่รู้ว่าเขาตั้งใจหรือมองไม่เห็นจริงๆกันแน่ แต่เธอไม่ชอบสายตาที่เขามองกันที่สุด
“หว้า”
“แกเป็นไร” สองเพื่อนรีบเดินกลับมาหาเพื่อนที่ยืนมองของในมือเหมือนจะกำลังร้องไห้
“มันแตกหมดแล้วอ่ะแก”
“เฮ่ย!! ทำไมเป็นงี้อ่ะ”
นิจวราไม่ได้ตอบเพื่อนแต่เบะปากเหมือนจะร้องไห้ เงิน50บาทของตัวเองหายวับไปเลยจะโทษใครได้ถ้าไม่ใช่เพราะเธอถือไม่ดีเองหรือจะโทษกลุ่มผู้ชายที่วิ่งไม่ดูคนอื่นดีหรืออีกอย่างเธอจะโทษผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนั้น
******
ปักใจรักแค่คุณ 1/2
“สวัสดีค่ะป้าพร”
“สวัสดีลูกมารอพ่อเหรอเรา”
“ค่ะ”
“เห็นว่าวันนี้ขับรถให้คุณคฑากับคุณเดือนไปงาน เดี๋ยวก็คงกลับมา มาๆ มานั่งก่อนเดี๋ยวป้าไปเอาขนมมาให้กิน” ป้าพรแม่บ้านของบ้านหลังใหญ่รีบกวักมือเรียกเด็กสาวที่เห็นตั้งแต่ตัวเล็กๆเพราะตามพ่อมาทำงานที่บ้านหลังนี้อยู่บ่อยๆให้เข้ามานั่งใต้ร่มไม้ที่มีโต๊ะหินอ่อน
“ฉันถือมาแล้วป้า มาหว้ากินส้มตำกัน มีขนมด้วย”
“สวัสดีค่ะพี่ส้ม”
พี่ส้มแม่บ้านลูกมือและหลานสาวป้าพรเดินถือถาดส้มตำออกมาจากหลังห้องครัวใหญ่ส่งยิ้มมาให้กันก่อนจะวางจานส้มตำน่ากิน เธอเห็นและรู้จักป้าพรกับพี่ส้มมานานคงตั้งแต่ที่พ่อเข้ามาทำงานที่บ้านหลังนี้
พ่อของเธอมีหน้าที่ขับรถและช่วยงานให้กับคุณคฑาวุธเจ้าของบ้าน ถ้าวันไหนแม่เข้ากะดึกที่โรงแรมพ่อก็จะพาเธอมาด้วยไม่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวหลังเลิกเรียน เอามาให้อยู่กับสองป้าหลานจนสนิทกัน เจ้านายเจ้าของบ้านก็ใจดีไม่ว่าอะไรแต่คงมีแค่ลูกชายเจ้าของบ้านที่ดูเหมือนจะไม่ชอบหน้าเธอ เจอหน้ากันเมื่อไรก็ชอบตีหน้าเหมือนไม่ชอบกันทั้งๆที่เธอก็ไม่เคยไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจ
“อร่อยไหมลูกหว้า”
“ฝีมือพี่ส้มสุดยอดค่ะ” เด็กสาวในชุดนัดเรียนยกนิ้วโป้งให้พี่สาวคนสนิทด้วยรอยยิ้มก่อนจะตักส้มตำแสนอร่อยเข้ามาปาก เขาบอกว่าของอร่อยมักเยียวยาทุกอย่างได้เป็นอย่างดีแม้ก่อนน่าจะกินเครปไปแล้วก็ไม่หายแต่พอได้ส้มตำแซ่บๆมันกลับรู้สึกดีขึ้นมาเลย
“นังส้มคุณคีย์กลับมาหรือยัง”
“น่าจะยังนะป้า ไม่เห็นรถเลย”
“อืม ถ้าเห็นแกก็ไปถามนะข้าจะได้ตั้งโต๊ะ”
“จ้ะป้า” ปากก็เคี้ยวหูก็ฟังสองป้าหลายคุยกันเรื่องเจ้านายของตัวเอง เกิดเป็นลูกคนรวยนี่ดีเนอะไม่ต้องทำอะไรเองเลย ขนาดเสื้อผ้ายังไม่ต้องทำเอง กับข้าวก็มีคนทำให้กินทุกวัน มีรถขับไปโรงเรียนไม่ต้องนั่งรถเมล์อย่างเธอ สบายอยู่บนกองเงินกองทอง อดไม่ได้จะคิดถึงหน้าคนที่ป้าพรกับพี่ส้มพูดถึงลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าของบ้าน แต่พอละสายตาจากจานส้มตำแล้วหันไปมองตามเสียงรถที่ขับเข้ามาอยากจะพูดว่า ตายยากจริงๆเลย
“นังส้มคุณคีย์มาแล้วไปๆ ไปจัดโต๊ะ” สองป้าหลานรีบละมือจากจานส้มตำวางช้อนแล้วต่างคนต่างรีบเดินเข้าไปในบ้านเมื่อเห็นว่าใครขับรถเข้ามา
แม้ไม่อยากมองแต่สายตาของนิจวราก็มองไปยังคนที่เปิดประตูรถออกมาแล้ว ดูท่าฝ่ายนั้นจะเห็นเธอเหมือนกัน ก่อนเขาจะหันหน้าหนีเดินเข้าบ้านไปปล่อยให้คนถูกเมินยู่ปากใส่คนนิสัยไม่ดี ทำไมเธอต้องบอกว่า คิรากรนิสัยไม่ดีคงเป็นเพราะแรกๆที่เจอกันจนมาถึงตอนนี้เขาทำตัวหยิ่งใส่กันตลอด ก็คงไม่แปลกคนระดับเขาลูกเจ้านายของพ่อเขาจะมาส่งยิ้มให้กันได้ยังไง เธอเคยยิ้มให้เขาแต่กลับถูกเมินกันตลอด แต่ใครๆก็บอกว่าเขามีดีทั้งหน้าตา เรียนเก่ง บ้านรวย แถมยังมีแฟนสวยๆตลอด มือเล็กๆเลื่อนหน้าจอมือถือดูรูปในไอจีที่มีคนแชร์ต่อๆกัน เดี๋ยวนี้มีแฟนตั้งแต่17-18ก็เป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วแหละ
“มีอะไรเหรอคะพ่อทำไมหน้าเครียดจัง”
ลูกสาวที่นั่งข้างพ่อในตอนที่อยู่บนรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ของครอบครัวเอ่ยถามคนเป็นพ่อด้วยความเป็นห่วงเพราะตั้งแต่พ่อพาเธอขับรถออกจากบ้านของเจ้านาย พ่อก็เอาแต่ทำหน้าเครียด
“ไม่มีอะไรหรอกลูก แล้ววันนี้เป็นไงทำการบ้านเสร็จหรือยัง”
“เรียบร้อยค่ะ แม่จะกลับกี่โมงคะวันนี้”
“น่าจะ5ทุ่ม แล้วอยากกินอะไรหิวหรือยัง”
“ก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยไหมคะ”
“ตามนั้น” คุณกฤตคลี่รอยยิ้มให้ลูกสาวพร้อมกับยื่นมือไปจับหัวยัยตัวเล็กโยกไปมาด้วยความเอ็นดูในขนาดที่รถจอดติดไฟแดงอยู่ แม้จะมีเรื่องเครียดแต่ก็ไม่อยากให้ลูกสาวมารับรู้และมันก็ไม่ใช่เรื่องของท่านเองด้วย แต่เป็นเรื่องของครอบครัวเจ้านาย การทำงานกับเจ้านายอย่างคุณคฑาวุธมานานก็ทำให้เกิดความผูกพันพอเวลาเจ้านายมีปัญหาก็คิดมากและไม่สบายใจไปด้วยหวังว่าคุณคฑาวุธจะผ่านปัญหานี้ไปได้
“เอาอีกไหมลูก”
“ไม่ไหวแล้วค่ะ เอาอะไรไปไว้ให้แม่ดีคะ”
“พ่อสั่งแล้ว”
“รู้ใจกันตลอด” อดจะแซวคนเป็นพ่อไม่ได้ขนาดลูกสาวโตขนาดนี้ก็ยังหวานกันตลอดพ่อไม่เคยละเลยแม่ แม่เองก็ไม่เคยละเลยพ่อ แม้จะงานยุ่งแค่ไหนก็ไม่เคยละเลยกัน เธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่กับพ่อและแม่ แม้จะไม่มีเท่าคนอื่นแต่สิ่งที่ครอบครัวมีมากกว่าคนอื่นคงเป็นความสุขเล็กๆแบบนี้
ปักใจรักแค่คุณ 1/3
“แม่ๆ”
“จะวิ่งทำไมเด็กคนนี้” เสียงตึงตังจากด้านบนลงบันไดทำเอาคนเป็นแม่ที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในห้องครัวต้องส่ายหัวให้กับลูกสาว
“คิดถึง เมื่อคืนกลับมาตอนไหนไม่เห็นเข้าไปกอดหว้าเลย”
“แม่เห็นเราหลับแล้ว แอบไปจุ๊บเหม่งทีหนึ่ง”
“แม่อ่ะ หว้าไม่ได้มีแหม่งเสียหน่อย” เด็กสาวในชุดนอนหมีน้อยรีบลูบผมหน้าม้าตัวเองลงไม่อยากให้คนเป็นแม่แซวเรื่องหน้าผากของตัวเอง
“ไปล้างหน้าได้แล้วไปเดี๋ยวก็สาย ไปๆ” คุณกันตารีบดันหลังไล่ลูกสาวให้ออกจากห้องครัวกลับขึ้นห้องตัวเองเพราะเดี๋ยวจะไปโรงเรียนสาย กว่าจะอาบน้ำแต่งตัว กินข้าว ไหนจะต้องเผื่อเวลารถติดอีก
“อ้าวลูกหว้าไปไหนแล้ว เมื่อกี้ยังได้ยินเสียง”
“แก้วไล่ไปอาบน้ำแล้วค่ะ” คนเป็นภรรยาหันไปตอบสามีที่เปิดประตูเข้ามาจากด้านนอกบ้านหลังจากรถน้ำต้นไม้เสร็จ
“พี่มีอะไรหรือเปล่าทำไมทำหน้าแบบนั้น มีอะไรก็พูดกับแก้วได้นะ” คุณกันตาหันกลับมามองหน้าสามีที่ยืนอยู่ด้านหลังกันอีกครั้ง เห็นสามีเงียบไปนานเหมือนมีเรื่องอะไรจะพูดด้วยแต่ก็ไม่ยอมพูดมันออกมา
“เรื่องของคุณคฑานะ”
“ปัญหาใหญ่เหรอพี่”
“ก็ใหญ่นะ แอบเห็นจดหมายฟ้องล้มละลาย” สองสามีมองหน้ากันโดยไม่มีใครพูดอะไร มือเล็กของคนเป็นภรรยายื่นมาจับมือสามีเอาไว้เพราะรู้ว่าสามีทำงานกับครอบครัวนี้มานานตั้งแต่เธอเพิ่งคลอดลูกสาวใหม่ๆถ้าไม่ได้งานจากที่นี่ก็ไม่รู้ว่าชีวิตในตอนนั้นจะเป็นอย่างไร แม้เริ่มแรกจะเป็นแค่คนสวน ก่อนจะขยับตำแหน่งมาเป็นคนขับรถจนทุกวันนี้เจ้านายไว้ใจให้เป็นผู้ติดตามและผู้ช่วยในบางเรื่อง เท่ากับว่าคุณคฑาวุธมีบุญคุณกับครอบครัวมาก แม้กระทั่งบ้านหลังนี้ก็เป็นสวัสดิการจากเจ้านาย
“พี่นะไม่ห่วงตัวเองเลย จะตกงานจะไม่มีงานก็ไม่ได้ห่วง ห่วงก็แต่ครอบครัวคุณคฑา”
“มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอพี่”
“อืม น่าจะมีคนโกง” แม้จะรู้แต่ปากก็ไม่สามารถพูดออกไปได้ว่าใครเป็นคนที่โกงจนทำให้เจ้านายจะล้มละลายขนาดนี้
“พี่ก็อยากคิดมากนะ คนระดับคุณคฑาเขาคงมีทางออกที่ดีอยู่แล้ว” คุณกันตากระชับบีบมือของสามีให้กำลังใจเธอเองก็คิดมากเหมือนกันรู้ว่าสามีคงลำบากใจในตอนที่เจ้านายมีปัญหาแต่ตัวเองกลับไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย
สิ่งที่ได้ยินพ่อกับแม่กำลังพูดคุยกันทำให้นิจวราอดที่จะคิดอะไรหลายๆอย่างไม่ได้แต่ทำไมในหัวของเธอมันเอาแต่คิดถึงใบหน้าเย่อหยิ่งของใครบางคน อยากรู้ว่าเขาจะรู้เรื่องนี้ไหม แล้วทำไมเธอต้องคิดด้วยคนรวยแม้เขาจะรวยน้อยลงก็คงไม่มีปัญหาเธอไม่รู้หรอกไอ้คำว่าล้มละลายมันร้ายแรงที่ว่าไม่มีเงินเลยหรือว่าแค่มีน้อยลง
“ลูกหว้า”
“คะพ่อ”
“ถึงแล้ว คิดอะไรอยู่เรา
“เปล่าค่ะ หว้าไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะพ่อ”
“วันนี้ก็เข้าไปรอพ่อเหมือนเดิมนะ”
“ค่ะ” เด็กสาวยิ้มให้คนเป็นพ่อก่อนจะรีบเปิดประตูรถออกไปเพราะกลัวจะโดนรถคันด้านหลังบีบแตรไล่ ถนนเส้นนี้จอดได้แต่ห้ามจอดนาน นิจวรารีบเปิดประตูยืนโบกมือให้พ่อที่ค่อยๆขับรถออกไป เด็กสาวในชุดนักเรียนผูกโบว์รีบเดินเข้าประตูโรงเรียนเมื่อเห็นนักเรียนคนอื่นๆเริ่มเร่งฝีเท้าเพราะประตูโรงเรียนจะปิดในอีกไม่ช้า เกือบสายอีกแล้วหรือจะเรียกว่าเกือบสายทุกวันก็ไม่ผิด
“ดูอะไรกันอยู่อ่ะ”
เดินเข้ามาในห้องก็เห็นเพื่อนทั้งสองนั่งก้มหน้าก้มตามองมือถือกันเหมือนมันมีอะไรสนใจอยู่ในนั้น
“หว้า”
“อะไรเหรอ” นิจวรานั่งลงที่นั่งตัวเองวางกระเป๋าหันไปทักทายเพื่อนที่นั่งข้างกันก่อนจะหันกลับหลังมามองปาลีนาที่เรียกชื่อกัน
“ฉันอกหัก”
“อกหักอะไร หนุ่มคนไหนหักอกเพื่อนเรา”
“ก็พี่คีย์ไง หว้าก็รู้จักไม่ใช่เหรอ เราอุตส่าห์ชอบมาตั้งนานมีแฟนเสียแล้ว” หน้าของเพื่อนที่เหมือนจะร้องไห้เสียใจทำเอานิจวราอดที่จะยิ้มเอ็นดูเพื่อนไม่ได้ อยากจะบอกว่าเธอนะเห็นอาการแบบนี้ของเพื่อนเกือบทุกวัน คนอกหักทิพย์ เห็นคนหล่อๆคนไหนที่ตัวเองชอบมีแฟนก็จะมีอาการแบบนี้ขนาดนักร้องดาราก็ไม่เว้น แต่สายตาก็อดที่จะมองภาพหน้าจอของเพื่อนไม่ได้ มันเป็นรูปในไอจีของผู้หญิงสวยๆที่เธอเห็นเขาเดินด้วยกันเมื่อวาน คนนี้ให้เวลากี่เดือนดีล่ะ
“วันนี้ลงบาสป่ะคีย์”
“อืม”
“มันซ้อมมาตั้งนาน ไม่ลงสิแปลก” เพื่อนหนึ่งในกลุ่มหันมาพูดก่อนจะหันกลับไปสนใจหน้าจอมือถือของตัวเองต่อ
“มึงมีอะไร” คิรากรเงยหน้ามองเพื่อนสนิทที่เอาแต่มองหน้าแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร เขากับวาโยสนิทกันตั้งแต่อนุบาลปกติมันมีอะไรก็จะพูดเลย แต่กลับไปไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไรเอาแต่เงียบเหมือนอยากจะพูดแต่ก็ไม่พูด
“มึงกับใยไหมยังคบกันอยู่ใช่ไหม”
“อืมก็ยังคุยๆกันอยู่ ทำไม?” เขาใช้คำว่าคุยแทนการตอบว่าคบเหมือนอย่างที่เพื่อนถามเพราะเขากับอีกฝ่ายก็คุยๆกันยังไม่มีสถานะอะไร ที่จริงมันก็ควรรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่เคยคบใครส่วนมากก็จะคุยๆ พอใจก็คุยต่อไม่พอใจก็เลิกคุย เขาไม่ได้เข้าหาใครก่อนส่วนใหญ่ผู้หญิงจะเข้าหาเขาเพราะหน้าตาและฐานะ
“อืม”
“อะไรของมึงโย จะพูดอะไรก็พูดมา”
“ก็กูนึกว่าแต่มึงคบกับเขา แต่เห็นมึงพูดแบบนี้กูก็สบายใจหน่อยคิดว่าเพื่อนจะโดนสวมเขา”
“ไม่ต้องห่วงหรอกกูไม่ได้โง่ขนาดนั้น”
ไม่ใช่ว่าดูไม่ออก ก็ไม่ได้คบกันแล้วจะให้เขาสนใจทำไมแค่ควงกันเฉยๆ คิรากรยัดมือถือลงกระเป๋านักเรียนตัวเองลุกขึ้นพยักหน้าให้วาโยเป็นอันรู้กันก่อนที่ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปเตรียมตัวลงแข่งบาสแมตช์สำคัญของระดับชั้นปี วันนี้ก็คงกลับบ้านเย็นกว่าปกติ น่าจะไม่ได้เห็น…คิรากรกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อคิดถึงใบหน้าหน้าของใครบางคนที่โคตรน่าแกล้งก่อนจะส่ายหน้าไปมาสลัดเอาความคิดทั้งหมดทิ้งไปตอนนี้ต้องจดจ่ออยู่กับการแข่งบาสแมตช์สำคัญ