โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

‘MEAT ZERO เนื้อจากพืช’ เทรนด์อาหารแห่งอนาคต

BT Beartai

อัพเดต 09 มิ.ย. 2564 เวลา 13.45 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2564 เวลา 02.19 น.
‘MEAT ZERO เนื้อจากพืช’ เทรนด์อาหารแห่งอนาคต

วันนี้เรามารู้จัก Plant-Based MEAT ZERO เนื้อจากพืช เทรนด์สำคัญของโลก นอกจากจะเป็นทางเลือกสำคัญของผู้ทานมังสวิรัติแล้วยังช่วยให้ผู้ที่ต้องการลด คอเลสเตอรอลได้มีทางเลือกที่น่าสนใจ อีกทั้งกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่ากระบวนการปศุสัตว์ ได้ทั้งดูแลสุขภาพได้ทั้งดูแลสิ่งแวดล้อม

กระบวนการผลิตทั้งหมดที่ได้จากพืชหรือเรียกว่า Plant-Based Meat นี้ เป็นอาหารที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี โดย CPF ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารทั้งของไทยและของโลกได้วิจัยสิ่งนี้ยาวนานมากกว่า 2 ปี มีการคิดค้นผลิตร่วมกันผสานความร่วมมือตั้งแต่ CPF RD Center ไปร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง FUJI OIL ประเทศญี่ปุ่นและได้มีการร่วมกับสถาบันวิชาการของไทยเรา ทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกันคิดค้นนวัตกรรม Plant-Tec คือเทคนิคการสร้างรสสัมผัสจากพืชให้เสมือนรสสัมผัสจากสัตว์ แล้วก็สร้างสรรค์ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ MEAT ZERO

MEAT ZERO มีทางเลือกอยู่ 2 รูปแบบ

  • อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุง (Ready To Cook)
  • อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน (Ready To Eat)

ในส่วนของการทดสอบรสสัมผัสของพืชจะเยี่ยมยอดเท่ารสสัมผัสของสัตว์ที่เรากินมาตลอดทั้งชีวิตได้อย่างไร วันนี้แบไต๋เราได้ทำการทำสอบจาก Talent ของเราได้ชิมโดย เนื้อสัมผัสของอาหารคือเหมือนเนื้อปกติเลยแถมรสชาติยังคล้ายอีกด้วย

นอกจากนั้นทาง MEAT ZERO ยังมีโบโลน่าพริก 0 คอเลสเตอรอล เหมาะสำหรับคนที่คุมปริมาณไขมันในเส้นเลือดถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลย ส่วนเนื้อจากพืชเหมาะสำหรับคนที่ทานวีแกน มังสวิรัติ หรือว่าคนที่ทานเนื้อสัตว์ไม่ได้ ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็จะมีความเสี่ยงที่จะขาดโปรตีน

ซึ่ง MEAT ZERO ก็จะเหมาะกับคนอีกกลุ่มนึงที่เรียกว่า Flexitarian ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่สามารถทานเนื้อได้แต่อยากจะเลือกจะกินหรือไม่กินเป็นบางเวลาได้ โดยกลุ่มคน Flexitarian เป็นกลุ่มคนที่ผลักดันนวัตกรรมอาหารเนื้อจากพืชโดยไม่รู้ตัว โดยได้มีการสำรวจว่า 29% ในโลกเป็นกลุ่มคน Flexitarian และ 28% ของคนไทยกำลังมีพฤติกรรมแบบนั้นโดยไม่รู้ตัว โดยกลุ่ม Flexitarian มีสัดส่วนมากกว่ากลุ่มที่ทานวีแกนและมังสวิรัติอีกซึ่งกลุ่มที่ทานวีแกนและมังสวิรัติมีเพียง 6% ของประชากรโลก

ความต้องการเนื้อทางเลือกนี้นอกจากกลุ่มวีแกน มังสวิรัติ และ Flexitarian ยังมีเรื่องอขงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เป็นตัวผลักดันทำให้นวัตกรรมเนื้อจากพืชเกิดขึ้น เพราะพูดกันตรง ๆ เนื้อสัตว์ที่เราบริโภคกันมาตั้งแต่เด็กจนโตได้สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมพอสมควร เพราะว่าการทำปศุสัตว์การหาพื้นที่จำนวนมาก ๆ ในยุคปัจจุบันต้องไปเคลียร์พื้นที่มีการตัดไม้ทำลายป่า ยังไม่พอเมื่อสัตว์อยู่รวมกันจำนวนมาก ๆ ก็เกิดมูลจำนวนมหาศาลซึ่งก็คือก๊าซเรือนกระจกและแหล่งน้ำที่อยู่ใกล้เคียงก็อาจถูกปนเปื้อนด้วยยาของสัตว์ และยากำจัดศัตรูพืช

จากรายงานในปี 2019 ของ Good Food Institute องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในอเมริกา เปิดเผยว่าโลกของเราได้มีพื้นที่ในการใช้เลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารมากถึง 77% ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมดแต่กลับได้ผลการผลิตเพียง 17% ของอาหารที่มนุษย์บริโภคอยู่เพียงขณะนี้เท่านั้น โดยกระบวนการผลิตเนื้อที่ทำจากพืชนี้ใช้ที่ดินน้อยกว่ากระบวนการผลิตเนื้อสัตว์จริง 47 – 99% ใช้น้ำน้อยกว่า 72 – 99% และปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่า 30 – 90% จากตัวเลขดังกล่าวนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการบริโภคเนื้อจากพืชจะช่วยให้ลดภาวะโลกร้อนได้และเป็นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนอีกทางนึงด้วย

นวัตกรรมเนื้อจากพืชในแบรนด์ MEAT ZERO นี้ไม่ได้คิดว่าจะรักษาสิ่งแวดล้อมเฉพาะกระบวนการผลิตเนื้ออย่างเดียวแต่กระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์นำกลับไปรีไซเคิลในระบบได้เรียกได้ว่าคิดมาครบจนจบกระบวนการเลยจริง ๆ และที่สำคัญนี่คืออาหารแห่งอนาคตที่ทั้งดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในตัว

หาซื้อ MEAT ZERO ได้แล้ววันนี้

  • ร้าน 7-11
  • แมคโคร
  • โลตัส
  • ห้างโมเดิร์นเทรดชั้นนำทั่วประเทศ

ในราคาเริ่มต้น 35 บาท

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...