TCP ส่งพลังช่วย "คนไทย" ผ่าน 3 กิจกรรม "เสียเหงื่อ" สู้ไวรัส
ต้องยอมรับว่ากำลังใจ และความสามัคคีของประชาชนชาวไทย เป็นพลังสำคัญที่ทำให้ประเทศฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปได้อย่างราบรื่น
ผลเช่นนี้ จึงทำให้กลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตสินค้าเครื่องดื่มเกลือแร่สปอนเซอร์ และกระทิงแดง เล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้กำลังใจให้ทุกคนสามารถเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างมีความสุข และมีความหวัง ด้วยการปล่อยแคมเปญ “เสียเหงื่ออย่างมีเป้าหมาย” (Sweat with Purpose) ชักชวนคนไทยร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ที่จะเติมพลังใจให้สดชื่นผ่อนคลายจากความตึงเครียด พร้อมเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกาย และทำประโยชน์ให้กับสังคมร่วมกัน ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่เสียเหงื่อเพื่อชนะ, เสียเหงื่อเพื่อชาติ และ เสียเหงื่อเพื่อช่วย
“ศุภชัย จุนเกียรติ” ผู้อำนวยการสายงานการตลาดโกลบอล กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า การที่คนไทยร่วมมือกันลดการแพร่เชื้อโควิด-19 ด้วยการกักตัวอยู่บ้าน และการเว้นระยะห่างทางกายภาพในปัจจุบัน ส่งผลให้สถานการณ์การแพร่ระบาด ตลอดหนึ่งเดือนผ่านมามีแนวโน้มดีขึ้น แต่หลังจากนั้นทุกคนยังคงต้องอยู่บ้าน ควบคุมระยะห่างทางกายภาพเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อต่อไป
“ด้วยเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่ต้องการลดจำนวนการติดเชื้อให้ได้มากที่สุด เราจึงขอเป็นอีกแรงในการสนับสนุนภารกิจครั้งสำคัญ ด้วยการออกแคมเปญสปอนเซอร์เหงื่ออย่างมีเป้าหมาย โดยกิจกรรมแรกของโครงการคือเสียเหงื่อเพื่อชนะที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกายที่บ้าน และใช้ความคิดสร้างสรรค์ จากนั้นจึงส่งคลิปวิดีโอเข้าแข่งขันกับในรายการเข้มข้น สปอนเซอร์ โฮมลิมปิค 2020 (Sponsor Homelympics 2020) ผ่าน 6 ประเภทงานบ้าน เช่น ไอซ์สเกตถูบ้าน, ยิมนาสติกสะอาด, พายเรือกวาดบ้าน, รดน้ำข้ามสิ่งกีดขวาง, คาร์แคร์ฟรีสไตล์ ปิดท้ายด้วยงานบ้านประเภทอิสระขอให้เสียเหงื่อเท่านั้น โดยผู้ชนะจะได้รับเหรียญ สปอนเซอร์ โฮมลิมปิค 2020 พร้อมทองคำมูลค่า 5,000 บาท”
“ถัดมาเป็นกิจกรรมเสียเหงื่อเพื่อชาติ ที่เราเห็นถึงความเสียสละของหลายคนที่ต้องออกจากบ้านไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ของบ้านเมืองยังคงเดินหน้าต่อไปได้ ถึงแม้จะมีความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงมีความรุนแรง และไม่มีใครระบุได้ว่าการระบาดจะสิ้นสุดลงเมื่อใด โดยบริษัทได้จัดทำภาพยนตร์สั้นภายใต้แนวคิดเราอยู่บ้านเพื่อชาติ คุณอยู่นอกบ้านเพื่อเราทุกคน ถ่ายทอดภาพการปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเทของเหล่าผู้เสียสละที่ออกมาทำงานนอกบ้าน”
“พร้อมส่งทีมคาราวานสปอนเซอร์ และกระทิงแดง ลงพื้นที่แจกเครื่องดื่มจำนวนกว่าล้านขวดให้กับฮีโร่ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส เช่น เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขในโรงพยาบาลในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด, พนักงานทำความสะอาด, พนักงานเก็บขยะ, พนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ, พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานส่งอาหารดีลิเวอรี่ และอีกมากมาย ด้วยการส่งพลังความสดชื่นและกำลังใจให้กับผู้ที่เสียเหงื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันในทุกวัน รวมทั้งยังมอบอุปกรณ์ป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แก่ หน้ากากผ้า, ถุงมือยาง และ face shield อันเป็นอุปกรณ์เพื่อให้ฮีโร่กลุ่มนี้ได้ห่างไกลจากโรคดังกล่าว”
“ศุภชัย” กล่าวต่อว่า อีกกิจกรรมภายใต้โครงการเสียเหงื่ออย่างมีเป้าหมายคือเสียเหงื่อเพื่อช่วย เป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยมีส่วนร่วมสมทบทุนให้องค์กรเพื่อต่อสู้โควิด-19 โดยทุกคลิปวิดีโอของกิจกรรมเสียเหงื่อเพื่อชนะ เราจะเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคจำนวน 10 บาท เพื่อร่วมสมทบทุนดังกล่าว
“นอกจากนั้น เรายังมอบหน้ากากทางเลือกแก่บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั่วประเทศ รวมถึงการแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วไป เบื้องต้นจำนวน 1.2 แสนชิ้น โดยหน้ากากทางเลือกดังกล่าวผลิตด้วยเทคโนโลยีนาโนซิงก์ออกไซด์ที่ผสมผสานฝังลึกลงไปในเส้นใยสิ่งทอด้วยเทคนิคพิเศษของเพอร์มา และเสริมด้วยฟิลเตอร์กันซึมผ่านของสารคัดหลั่ง และความชื้นอีกหนึ่งชั้น จึงมีคุณสมบัติในการป้องกันเชื้อโรคอย่างคงทนตลอดอายุการใช้งาน สามารถซักได้กว่า 100 ครั้ง ทั้งยังมอบเครื่องมือตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการตรวจหาเชื้อ เพื่อลดการแพร่ระบาด”
“เครื่องมือตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยบริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาให้เป็นเครื่องมือที่สามารถตรวจวิเคราะห์เชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2563 ผ่านมา ซึ่งนับเป็นเครื่องมือตรวจวิเคราะห์ที่ใช้เทคนิค Real time PCR สามารถรับรองการตรวจวิเคราะห์เชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ถึงวันละ 1,440 ราย”
“เพื่อช่วยลดระยะเวลาการวินิจฉัยโรค ทั้งยังมีความแม่นยำในการประเมินผลสูงถึง 99.8% และด้วยระบบการทำงานแบบอัตโนมัติจะช่วยลดการปนเปื้อน และความเสี่ยงในการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ และเมื่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 ผ่านพ้นไป เครื่องมือดังกล่าวยังสามารถใช้ตรวจหาเชื้อไวรัสอื่น ๆ เช่น ไวรัสเอชไอวี, ไวรัสตับอักเสบ, ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย”
“ศุภชัย” กล่าวด้วยว่า จากวิกฤตครั้งนี้ คาดว่าจะมีแรงงานตกงานมากกว่า 7 ล้านคน หรือคิดเป็น 18.5% ของแรงงานทั้งหมดของประเทศไทย ทีม TCP จึงเร่งเดินหน้าแจกถุงยังชีพให้กับ 50,000 ครอบครัวที่ขาดแคลน ซึ่งถือเป็นการบุกลงพื้นที่ และกระจายความช่วยเหลือไปถึงมือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างทั่วถึง
“ไม่เพียงเท่านี้เรายังมีการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ผ่านการแลกกระทิงแดงพอยต์ในแอปพลิเคชั่น LINE เพื่อมาแลกเป็นการจ่ายบิลค่าไฟ ค่าน้ำ เติมค่าอินเทอร์เน็ต หรือรับหน้ากากผ้าทางเลือก เพื่อบรรเทาความยากลำบากได้อีกส่วนหนึ่ง”
การให้การสนับสนุนของ TCP เพื่อคนไทยครั้งนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับภาคส่วนอื่น ๆ ร่วมมือกันส่งต่อพลังให้ประเทศไทยสามารถผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตไปได้โดยเร็วที่สุด