โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พฤกษา ลุยตลาดแนวราบระดับหรู ปั้นแบรนด์ “The Palm” ปักหมุดบนทำเลศักยภาพ “กรุงเทพกรีฑา”

Marketing Oops

อัพเดต 04 พ.ย. 2562 เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2562 เวลา 08.00 น. • Marketing Oops!

นับตั้งแต่เจ้าตลาดอสังหาริมทรัพย์เมืองไทยอย่าง “พฤกษา เรียลเอสเตท” ประกาศบุกเข้าสู่ตลาดบ้านแนวราบไฮเอนด์อย่างเต็มตัวผ่านแบรนด์ The Palm เมื่อสองปีที่แล้วนั้น สภาพการแข่งขันของตลาดบ้านเดี่ยวระดับบนก็เพิ่มดีกรีร้อนแรงมากยิ่งขึ้น

โดยหลังจากความสำเร็จของโครงการ The Palm พัฒนาการ” ซึ่งถือเป็นการชิมลางตลาดบ้านเดี่ยวระดับบนครั้งแรกของพฤกษาเมื่อปี 2560 ที่มาแรงจนต้องจับตา เพราะเพียงอาทิตย์เดียว สามารถรับรู้ยอดขายสูงถึง 300 ล้านบาท จึงได้เกิดเป็นการถอดโมเดล Success Story สู่โครงการใหม่น้องใหม่บนทำเล “กรุงเทพกรีฑา-วงแหวน” มูลค่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2562 โดยตอกย้ำจุดแข็งของแบรนด์เรื่อง “โลเคชั่น” และ “ฟังก์ชั่น”

คุณปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท แวลู บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลกับ Marketing Oops! ถึงแนวทางการดำเนินงานสำหรับตลาดบ้านเดี่ยวของพฤกษา โดยเฉพาะการบุกตลาดไฮเอนด์แนวราบนับจากนี้ว่า เป็นไปตามแผนงานที่ต้องการปรับสัดส่วนของพอร์ตบ้านในสามเซ็กเมนต์ให้มีความสมดุลมากขึ้น

ปัจจุบัน พฤกษาเราเป็นเจ้าตลาดบ้านเดี่ยวในกลุ่มราคา 3-5 ล้านบาทผ่านแบรนด์ The Plant อยู่แล้ว โดยเรายังมีอีกสองแบรนด์ คือ ภัสสร เป็นบ้านเดี่ยวราคา 5-10 ล้านบาท และ The Palm ซึ่งเป็นตลาดบน ราคาราวๆ 10-30 ล้านบาท ซึ่งตามแผนที่วางไว้ คือ ต้องการให้ทั้งสามเซ็กเมนต์ในพอร์ตของเรานี้มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน”

คุณปิยะ อธิบายว่า จากปัจจุบัน พอร์ตบ้านเดี่ยวราคาระหว่าง 3-5 ล้านบาทยังเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดในพอร์ตบ้านเดี่ยวของพฤกษา คือ ราวๆ 60% แต่ในอนาคตต้องการจะปรับให้ทั้งสามเซ็กเมนต์มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ กลุ่มละ 33% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาทสำหรับในแต่ละเซ็กเมนต์ รวมเป็นแสนกว่าล้านบาท ซึ่งจะทำให้พอร์ตบ้านเดี่ยวของพฤกษามีความ Healthy มากขึ้น

กลยุทธ์หลักของเรา คือ จับทุกเซ็กเมนต์ของบ้านเดี่ยว เราอยากจะมีลูกค้าครบ ตั้งแต่แบรนด์ “The Plant” สำหรับกลุ่มที่เริ่มต้นอยากจะเริ่มมีบ้าน โดยมีรายได้ประมาณ 4-5 หมื่นบาท แล้วเราก็มีแบรนด์ “ภัสสร” จับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ประมาณหนึ่งแสนบาท เป็นกลุ่มที่เริ่มขยับตัวเองขึ้นเป็นผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการ จนมาถึงแบรนด์ The Palm ซึ่งเป็นตลาดพรีเมียม จับกลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้ราว 2-3 แสนบาท วางตำแหน่งทางการตลาดเป็น Master Living เป็นบ้านสำหรับคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต”

ตอบโจทย์ครบทั้ง “โลเคชั่น-ฟังก์ชั่น”

สำหรับเซ็กเมนต์พรีเมียมผ่านแบรนด์ The Palm ซึ่งพฤกษาเริ่มชิมลางเมื่อสองปีที่แล้วบนทำเลพัฒนาการ คุณปิยะ บอกว่า ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ด้วยจุดแข็ง คือ โลเคชั่นที่อยู่ในเมือง ใกล้ทางด่วน เดินทางสะดวก ขณะที่ฟังก์ชั่นการใช้งานก็ตอบความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างครบถ้วน จนถือเป็น Success Story ที่พฤกษายึดถือในการเป็นแก่นคิดสำหรับโครงการถัดมาอย่าง “The Palm กะทู้-ป่าตอง” ที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งผลตอบรับก็ค่อนข้างดี และล่าสุดคือ โครงการ “The Palm กรุงเทพกรีฑา-วงแหวน” ที่จะเปิดตัวในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 นี้

บ้านของพฤกษาเราจะโดดเด่นเรื่องพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชั่น เทียบกับบ้านบนที่ดินขนาดใกล้เคียงกัน แต่ของเราจะฟังก์ชั่นจะตอบโจทย์การอยู่อาศัยแบบ Luxury ได้มากกว่า โดยที่ The Palm ทุกฟังก์ชั่นกว้างขวาง โอ่อ่า เรามี 4 ห้องนอนบวกกับอีกหนึ่งห้องแม่บ้าน ที่จอดรถได้ถึง 3-4 คัน มีห้องนั่งเล่น มีห้อง family room สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน *      *

ขณะเดียวกัน ด้วยความที่เราเป็นเบอร์หนึ่งของอุตสาหกรรม ทำให้เราสามารถต่อรองกับซัพพลายเออร์ได้สินค้าในราคาที่ดีกว่าเจ้าอื่นๆ ในตลาด ทำให้ลูกค้าที่ซื้อบ้านของเราแล้ว จะได้วัสดุที่คุณภาพดีกว่า คุ้มค่ามากกว่า” คุณปิยะกล่าวถึงจุดแข็งที่ทำให้พฤกษาแจ้งเกิดในตลาดบ้านเดี่ยวไฮเอนด์

สำหรับโครงการล่าสุดอย่าง The Palm กรุงเทพกรีฑา นั้น ก็ยังคงตอกย้ำจุดแข็งเรื่อง “โลเคชั่น” และ “ฟังก์ชั่น” ซึ่งทางพฤกษามีความมั่นใจมาก

จุดเด่นของ The Palm กรุงเทพกรีฑา อยู่ที่ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย เพราะทั้งโครงการมีเพียง 91 ยูนิต ทำให้การใช้พื้นที่ส่วนกลางเป็นไปอย่างส่วนตัว เรียกว่า คุ้มค่ามาก ขณะที่ตัวบ้านเราก็ออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยเกิดประโยชน์สูงสุด ครบถ้วนเรื่องการใช้งาน

มีทั้งหมดสาม Type คือ ตัวแรกมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 222 ตารางเมตร ที่ดิน 62 ตารางวา มี 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ หนึ่งห้องลิฟวิ่งรูม และห้องอเนกประสงค์ ราคาขายเริ่มต้นที่ 10 ล้านบาท

Type ที่สอง มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 253 ตารางเมตร บนที่ดิน 70 ตารางวา มี 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ มีห้องพักผ่อน ห้องอเนกประสงค์ ห้องรับแขก และมีทั้งครัวไทย ครัวฝรั่ง จอดรถได้ 2-3 คัน ราคาเริ่มต้นที่ 12 ล้าน

ส่วน Type สูงสุด คือ มีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 292 ตารางเมตร บนที่ดิน 80 ตารางวมี 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ มีครัวทั้งครัวฝรั่ง ครัวไทย มีห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องอเนกประสงค์ จอดรถได้ 3-4 คัน ราคาประมาณ 16 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 3Type นี้ มีห้องแม่บ้านทุกยูนิตโดยแยกจากตัวบ้าน ซึ่งถือว่า ฟังก์ชั่นครบถ้วน ตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์” คุณปิยะ กล่าวอธิบาย

ให้มากกว่าด้วย นวัตกรรม “Pruksa Living Tech

นอกจากเรื่องการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยอย่างคุ้มค่า มีการใช้วัสดุคุณภาพสูง ในราคาที่สมเหตุสมผลแล้ว ในโครงการ The Palm ยังได้นำเอาแนวคิด Pruksa Living Tech ซึ่งเป็นการรวมรวมเอานวัตกรรม เทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยมาปรับใช้อย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย

คุณปิยะ อธิบายว่า ที่ The Palm กรุงเทพกรีฑา มีระบบเฟรชแอร์ เป็นระบบระบายอากาศในบ้าน ระบายความร้อนออกสู่นอกบ้าน เพื่อให้ความร้อนในบ้านลดลง และมีการยังใช้พลังงานโซลาร์เซลสำหรับการใช้ไฟในส่วนกลาง เช่นที่คลับเฮาส์ซึ่งจะช่วยให้ส่วนกลางไม่ต้องจ่ายค่าไฟแพง

ในเรื่องของความปลอดภัย ที่โครงการนี้มีระบบความปลอดภัยถึง 4 ชั้น ตั้งแต่ประตูทางเข้า จนถึงการกั้นระหว่างโซนอยู่อาศัย มี CCTV กล้องวงจรปิด รวมถึงประตู Magnetic Door และในบ้านก็มีระบบ Door Lock เพื่อการอยู่อาศัยอย่างมั่นใจ และยังมีการนำแนวคิดสมาร์ทโฮมมาใช้ ให้ลูกบ้านสามารถดูกล้องวงจรปิดได้ผ่านทางสมาร์ทโฟน

จุดแตกต่างที่โดดเด่นของเรา คือ ในราคาเดียวกัน แต่บ้านของเราจะมีฟังก์ชั่นที่ครบถ้วนมากกว่า เราการันตีว่า เราให้ได้มากกว่า โดยเฉพาะเรื่องของความเป็นส่วนตัวที่หาจากโครงการอื่นในละแวกใกล้เคียงกันนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะเรามีแค่ 91ยูนิต แต่เรามีคลับเฮาส์ขนาดใหญ่ และจัดเต็มทั้งสวนและพื้นที่ส่วนกลางให้ลูกบ้านสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ ได้ความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันเรื่องของโลเคชั่นก็เป็นอีกจุดเด่นสำคัญ โดยทำเลนี้เชื่อมต่อได้ทุกที่ จะเข้าเมือง หรือไปสนามบินก็สะดวก สเปควัสดุที่เหนือระดับ ก็ถือเป็นจุดเด่นของเรา เพราะเราซื้อของได้คุ้มค่ากว่า”

เกี่ยวกับศักยภาพของทำเลกรุงเทพกรีฑานั้น คุณปิยะ เอ่ยว่า เทรนด์ปีนี้ชัดเจนมาก คือ การบูมของโซนฝั่งตะวันออก โดยที่ทำเลกรุงเทพกรีฑา-วงแหวนนั้นถือว่าเดินทางสะดวกมาก อยู่ใกล้ทางด่วน ใกล้แอร์พอร์ตเรลลิงค์ จะไปสนามบินสุวรรณภูมิก็สะดวก หรือถ้าจะเข้าเมืองก็ไม่ไกล

ในช่วงหลังทำเลโซนนี้จึงบูมมาก แต่พฤกษาได้ที่ดินผืนนี้มาในราคาค่อนข้างดี ซึ่งปัจจุบันที่ดินย่านนี้ก็ขึ้นมาแล้วประมาณ 30% แล้ว ผู้ซื้อก็จะได้กำไรราคาที่ดินด้วย” คุณปิยะ กล่าว

โดยมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของโครงการ The Palm กรุงเทพกรีฑา ว่า จะสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัย พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ผู้ครอบครองได้อย่างแท้จริง

Related Stories

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยกับตลาดรถยนต์เดือนกรกฎาคมยอดขายรวม 81,044 คัน ลดลง 1.1%

Bangkok Cost of Living 2019

ค่าครองชีพ “กรุงเทพฯ” สูงขึ้น รั้งอันดับ 40 สูงกว่า “วอชิงตัน-มิลาน-ปารีส”! “ฮ่องกง” แพงสุดในโลก

‘ธรรมชาติ Vs เทคโนโลยี’ เมื่อสองขั้วของความต่างมาบรรจบกันผ่านหลักคิดของ ‘PRUKSA Living Tech’ คุณภาพชีวิตดีๆ ก็ตามมา

Samyan-RAMA IV

“สามย่าน-พระราม 4” ทำเลทองฝังเพชร “กลุ่มเจ้าสัวเจริญ” สร้าง “New CBD” ดันที่ดินพุ่ง 3 ล้าน/ตร.ว.

Coffee Grounds

ชุบชีวิตขยะกากกาแฟ! สตาร์ทอัพไอเดียเจ๋ง สกัดน้ำมันจาก “กากกาแฟ” ทดแทนการใช้น้ำมันปาล์ม

BIODIVERSITY ปรัชญาความคิดการออกแบบพัฒนาที่อยู่อาศัยจากญี่ปุ่นสู่ไทย

อ่านบทความทั้งหมด ที่ MarketingOops.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...