โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เมื่อ'ประยุทธ์'ใกล้หมดเวลานายกฯ-รธน.ปี60 เขียนชัดห้ามเป็นนายกฯตลอดชีพเกิน 8 ปี

VoiceTV

อัพเดต 29 ก.ย 2564 เวลา 09.45 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2564 เวลา 23.30 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 158 วรรคสี่ กำหนดไว้ว่า "นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง"

รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 171 วรรคท้าย กำหนดว่า "นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่าแปดปีมิได้"

รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 มาตรา 201 ไม่ได้กำหนดเงื่อนเวลาของการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ยังกำหนดเหตุของการสิ้นสุดรัฐมนตรีไว้ในมาตรา 170 โดยระบุความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว โดยกำหนดในวรรคสองว่า "ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดเวลาตามมาตรา 158 วรรคสี่ด้วย"

นอกจากนี้มาตรา 170 ยังกำหนดให้นำมาตรา 82 ที่กำหนดให้ ส.ส.หรือ ส.ว. ไม่น้อยกว่า 1ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อต่อประธานแห่งสภา เพื่อส่งคำร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรี มาใช้บังคับในการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีตาม (2) (4) หรือ (5) หรือวรรคสองโดยอนุโลมด้วย และยังให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้

ประเด็นร้อนว่าด้วยคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 และเข้าสู่การดำรงตำแหน่งนายกฯ ในวันที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ลงมติให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2562 ให้แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

เรื่องนี้ทำให้ฝ่ายค้านนำโดย 'พรรคเพื่อไทย' หยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นใหญ่ว่าคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังมีปัญหา

ทั้งนี้ 'สุทิน คลังแสง' ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เห็นว่า ควรตีความตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญคือ นายกฯควรจะเป็นติดต่อกันไม่เกิน 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์จึงจะเป็นนายกฯ ได้อีกเพียง 1 ปีเท่านั้น 

ประเด็นการตีความดังกล่าว รศ.ณรงค์เดช สรุโฆษิต อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุกับ 'วอยซ์' ว่า เงื่อนเวลาการเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถตีความได้ 3 แนวทาง คือ

1.เริ่มนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ประกาศใช้ คือวันที่ 6 เม.ย. 2560 เพราะกติกานี้ เพิ่งเกิดขึ้น ไม่ใช้ย้อนหลังกับการดำรงตำแหน่งก่อนหน้านั้น หมายความว่าจะพ้นตำแหน่งในวันที่ 5 เม.ย. ปี 2568 หรือถ้าพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ครบวาระ 4 ปีในปี 2566 เท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้อีกเพียง 2 ปีเท่านั้น

2.เริ่มนับตั้งแต่ 5 มิ.ย. 2562 วันที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาลงมติเห็นชอบให้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญนี้ เท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯ ต่อเนื่องได้จนถึง 8 ปีในวันที่ 4 มิ.ย. 2570 หรือเป็นนายกรัฐมนตรีได้ใน 2 วาระเต็ม ( ประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี 9 มิ.ย. 2562 )

ส่วนการดำรงตำแหน่งนายกฯ ก่อนหน้านั้น เป็นการดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ 2557 และต่อเนื่องมายังบทเฉพาะกาล ซึ่งจะไม่ถูกนำมาใช้ 

3.เริ่มนับตั้งแต่ 24 ส.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 หากตีความตามนี้โดยยึดตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ที่ไม่ต้องการให้นายกฯ อยู่เกิน 8 ปี ถ้านับตามนี้จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ เหลือเวลาการเป็นนายกรัฐมนตรี เพียง 1 ปี โดยจะพ้นนายกรัฐมตรีในวันที่ 23 ส.ค. ปี 2565 เพราะดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี (ตามประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2557 โดยพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รับสนองพระบรมราชโองการ)  

"เอาแฟร์ๆ (ยุติธรรม) ทุกอย่าง การเริ่มเป็นนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ ควรนับตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560 (วันที่รัฐธรรมนูญ ประกาศใช้) เพราะเป็นกติกาปัจจุบันที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งตามมาตรา 158 วรรคสี่ พูดง่ายๆว่า การเป็นนายกฯ ตลอดชีวิตจะอยู่ในตำแหน่งรวมกันเกิน 8 ปีไม่ได้" รศ.ณรงค์เดช ระบุ

นักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญยังให้ความเห็นอีกว่า ส่วนตัวเห็นว่าควรยึดเงื่อนเวลาการดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เพราะการตีความกฎหมายจะไม่ใช้ย้อนหลัง เงื่อนไขการเป็นนายกฯ ควรนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญบังคับใช้ คือ 6 เม.ย. 2560 หากจะให้ยึดเงื่อนเวลาตั้งแต่ปี 2557 ตนเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขการเป็นนายกฯ รวมกัน 8 ปีไว้ อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็ถูกยกเลิกไปแล้ว

"เรื่องนี้กฤษฎีกาเคยมีแนววินิจฉัยการดำรงตำแหน่งตำแหน่งตามพ.ร.บ.ต่างๆ ไว้ โดยการนับการดำรงตำแหน่งอธิบการดีให้นับตามเงื่อนเวลาของกฎหมายใหม่ คือ ถ้าต้องการให้นับต่อเนื่องจะต้องเขียนกำหนดเอาไว้ แต่ถ้ากฎหมายใหม่ไม่ได้มีการเขียนไว้ ก็ให้ถือว่าเริ่มนับหนึ่งใหม่" 

ถ้าหาก ส.ส.ฝ่ายค้านเข้าชื่อยื่นต่อประธานสภาฯ เพื่อขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ นั้น รศ.ณรงค์เดช มองว่าหากเหตุยังไม่เกิด ศาลรัฐธรรมนูญก็สามารถพิจารณาไม่รับคำร้องไว้ตีความได้ ซึ่งจะต้องรอให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นก่อน ในกรณีเกิดมีการตีความว่าการเป็นนายกรัฐมนตรีรวมกันครบ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2557 ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องพ้นนายกฯ ในปี 2565 ซึ่งเหลืออีก 1 ปี ดังนั้นในปีหน้าจะช่วงที่เหตุเกิดแล้วก็สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ 

อย่างไรก็ตาม หนังสือ "ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560" ซึ่งจัดทำโดย คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เมื่อ พ.ค. 2562 ไว้อธิบายเจตนารมณ์ของบทบัญญัติ มาตรา 158 วรรคสี่ ไว้ว่า "ได้กำหนดหลักการใหม่เกี่ยวกับการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการนับระยะเวลา กล่าวคือ การนับระยะเวลา 8 ปีนั้น แม้บุคคลดังกล่าวจะมิได้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันก็ตาม แต่หากรวมระยะเวลาทั้งหมดที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของบุคคลดังกล่าวแล้วเกิน 8 ปี ก็ต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี"

"แต่อย่างไรก็ตาม ได้กำหนดข้อยกเว้นไว้ว่าการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในระหว่างรักษาการภายหลังจากพ้นจากตำแหน่ง จะไม่นำมานับรวมกับระยะการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีดังกล่าว การกำหนดระยะเวลา 8 ปีไว้ก็เพื่อมิให้เกิดการผูกขาดอำนาจในทางการเมืองยาวเกินไป อันจะเป็นต้นเหตุเกิดวิกฤตทางการเมืองได้"

เมื่อดูสถานะการเป็นนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ดังนั้น เส้นทางในอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ นับจากนี้ไม่ว่าจะเลือกหนทางการ 'ยุบสภา' หรืออยู่ครบวาระ 4 ปี ก็มีผลต่อการดำรงตำแหน่นายกรัฐมนตรีในสมัยถัดไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

และประเด็นการตีความจะต้องจบลงที่ศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง เพียงแต่ว่าจะตีความให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรวมกัน 8 ปี โดยสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งในปี 2565 หรือจะต้องพ้นในปี 2568 หรือให้หมดเวลาไกลกว่านั้นคือ ปี 2570

ไม่ว่าจะเลือกปี พ.ศ.ใด แต่ชั่วโมงนี้ 'พล.อ.ประยุทธ์' ก็เริ่มรู้อนาคตทางการเมืองของตัวเองในเก้าอี้นายกฯ ว่าเริ่มมีเวลาเหลือไม่มากแล้ว การลงพื้นที่อย่างหนักหน่วงในช่วงนี้ จึงเปรียบเสมือนรอสัญญาณการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...