โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองกำลังติดอาวุธคะฉิ่นรบกองทัพพม่า - ชาวบ้านอีกครึ่งหมื่นหนีตาย !!

Khaosod

อัพเดต 28 เม.ย. 2561 เวลา 19.29 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2561 เวลา 19.29 น.
AFP PHOTO / Zau Ring HPARA

วันที่ 28 เม.ย. เอเอฟพีรายงานถึงเหตุการณ์ความไม่สงบตามชายแดนเมียนมาว่า นายมาร์ก คัตส์ หัวหน้าสำนักงานด้านความร่วมมือในกิจการด้านความร่วมมือมนุษยธรรมหรือโอซีเอชเอกล่าวว่า ในช่วงเวลา 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนมากกว่า 4,000 คน หนีตายการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ติดอาวุธในรัฐคะฉิ่น ทางเหนือสุดของประเทศเมียนมา ใกล้พรมแดนกับประเทศจีน

จำนวนดังกล่าวไม่รวมถึงคนจำนวน 15,000 คนที่อพยพหนีไปตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นปี รวมถึงคนที่อาศัยในค่ายผู้พลัดถิ่นในประเทศหรือไอดีพีจำนวน 90,000 คน ทั้งในรัฐคะฉิ่นและรัฐฉานนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างรัฐบาลและกองทัพปลดปล่อยคะฉิ่นพังทลายลงในปี 2554

“เราได้รับรายงานจากองค์กรท้องถิ่นระบุว่า ยังมีพลเรือนจำนวนมากที่ยังคงติดอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ความกังวลใหญ่ที่สุดของเรา คือความปลอดภัยของพลเรือน รวมถึงสตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ เด็กเล็กๆ และคนไร้ความสามารถ เราต้องทำให้แน่ใจคนเหล่านี้ได้รับการคุ้มครอง” นายคัตส์กล่าว

พื้นที่พรมแดนของเมียนมาไร้เสถียรภาพตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 2491 ทั้งจากการก่อความไม่สงบ นักรบติดอาวุธท้องถิ่น สถานที่ผลิตยา ขณะที่ทางรัฐยะไข่ ด้านตะวันตกเฉียงเหนือเกิดวิกฤตโรฮิงยา กองทัพเมียนมาปราบปรามผู้ก่อการร้ายทำให้ชาวโรฮิงยาราว 700,000 คนอพยพหนีตายไปประเทศบังกลาเทศ ประเทศเพื่อนบ้าน

รายงานระบุว่า นางออง ซาน ซู จี ผู้นำเมียนมาเคยกล่าวว่า การสร้างสันติภาพเป็นงานลำดับแรกเมื่อครั้งเข้ามาบริหารประเทศในปี 2559 แต่ถึงขณะนี้ความก้าวหน้าอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธหลายกลุ่มต้องการสิทธิในการปกครองและควบคุมตนเองจากรัฐบาลเมียนมา ซึ่งชาติพันธุ์บะหม่าหรือพม่านั่งในตำแหน่งสำคัญทางการเมืองรวมถึงกองกำลังติดอาวุธ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...