โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ให้ช็อคโกแลตในวันวาเลนไทน์เพราะ...มีมารยาท - เพจ Eak SummerSnow

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 14 ก.พ. 2563 เวลา 17.05 น. • เพจ Eak SummerSnow

      

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แห่งวานเลนไทน์ วันแห่งความรักนะครับ ในบ้านเราอาจไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับวันนี้มาก (รึเปล่า ?) แต่สำหรับที่ญี่ปุ่น วันวาเลนไทน์เรียกว่าเป็นอีเวนต์ใหญ่ที่สุดของปีเลย ก็อย่างว่าคนญี่ปุ่นเขาพร้อมฉลองไปทุกเทศกาลอยู่แล้ว โดยเฉพาะในห้าง หรือตามถนนก็จะมีการจัดเตรียมอีเวนต์สำหรับวันวาเลนไทน์ไว้ล่วงหน้านานมากกก เรียกว่าพอหมดอีเวนต์ปีใหม่ปุ๊บ อีเวนต์วาเลนไทน์ก็เริ่มต้นขึ้นปั๊บ

ในวันวาเลนไทน์ก็จะเป็นวันที่คู่รักเขาออกมานัดกัน กินข้าว เดินดูแสงสีที่ประดับไว้อย่างโรแมนติกทั่วเมือง อากาศก็หนาว ในบางที่หิมะตกเลยด้วยซ้ำ เหมาะกับการกอดกันเป็นอย่างมาก และเป็นฉากที่เราเคยเห็นกันอยู่บ่อย ๆ ในการ์ตูน หนัง หรือละครญี่ปุ่น ที่จะเห็นว่าสาว ๆ จะเตรียมช็อคโกแลตที่ทำเอง เอามาให้รุ่นพี่สุดหล่อ หนุ่มที่แอบปลื้ม เพื่อสารภาพรักในวันวาเลนไทน์ นั่นก็เป็นภาพที่เรามองถึงความโรแมนติกของวันวาเลนไทน์ในญี่ปุ่น

แต่ทว่า…ในความเป็นจริงแล้ว ความโรแมนติกนั้นมันก็ยังมีความระทมซ่อนอยู่ครับ อย่างแรกเลยคือคนที่จะมีความสุขในวันวาเลนไทน์นั้นถือเป็นส่วนน้อย เพราะถึงจะมีการฉลองกันทั่วญี่ปุ่น แต่ยังไงวันวาเลนไทน์ก็ยังเป็นวันทำงานตามปกติ 

และคนที่ต้องทำงานหนักจริง ๆ ในวันนี้ ก็คือบรรดาพนักงานร้านต่าง ๆ นั่นแหละ โดยเฉพาะพนักงานที่ยังโสด ที่จะต้องรับมือกับคู่จิ๊คู่จ๊ะทั่วญี่ปุ่น ที่จะรุมกรูกันเข้าต่อคิวร้านอาหารกันจนร้านแทบจะระเบิด และพนักงานก็จะต้องเหนื่อยเป็นหลายเท่ากับวันวาเลนไทน์นี้ จนมีบางร้านที่เลือกจะแหวกกระแส แบนลูกค้าที่มาเป็นคู่ในวันวาเลนไทน์ เพราะจะทำให้พนักงานอิจฉา กลายเป็นเรื่องฮา ๆ ในอินเทอร์เน็ตกันไป 

ส่วนคนที่ยังโสดพอทำงานเสร็จก็จะไม่สามารถแวะร้านอาหารใด ๆ ได้ เพราะนอกจากร้านอาหารจะถูกจองจนเต็มแล้ว การมานั่งทานอาหารคนเดียวในคืนวาเลนไทน์มันยิ่งเป็นสิ่งที่จะถูกคนอื่นมองว่าน่าสงสาร ทำให้คนที่ยังโสดก็ต้องตรงดิ่งกลับไปบ้าน นอนเหงา ๆ กันไป

ไม่จบแค่นั้น ในบ้านเราวาเลนไทน์อาจจะให้ดอกกุหลาบกันเป็นหลัก จนดอกกุหลาบถูกโก่งราคาแพงขึ้นมา แต่ที่ญี่ปุ่น สิ่งที่เหมือนเป็นตัวแทนของวันวาเลนไทน์ก็คือช็อคโกแลตครับ ในช่วงเดือนนี้ที่ญี่ปุ่นจะมีช็อคโกแลตวางขายอยู่ทุกหัวมุมถนนเลยก็ว่าได้ และคนที่ต้องลำบากมากที่สุดในวันวาเลนไทน์ก็คือพนักงานสาว ๆ ในบริษัทนั่นเองครับ

หากเป็นตอนที่อยู่ในโรงเรียน สาว ๆ อาจจะแค่ให้ช็อคโกแลตกับคนที่อยากให้ หรือไม่ต้องให้ใครเลยก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่พออยู่ในที่ทำงาน ต่อให้มีคนที่ชอบอยู่ในบริษัทก็ไม่สามารถที่จะให้ช็อคโกแลตกันหนุ่มที่แอบปลื้มแค่คนเดียวได้ เพราะมันจะทำให้หนุ่ม ๆ คนอื่นอิจฉา 

อันนี้ไม่ได้เล่นมุกนะ มันคือเรื่องจริงในบริษัท สาวญี่ปุ่นที่ทำแบบนั้นจะถูกมองว่าเป็นคนไม่มีมารยาททันที มองข้ามเพื่อน ๆ ในแผนก มองข้ามหัวหน้าแผนก ยิ่งกับผู้มีตำแหน่งสูงกว่า ถึงแม้จะเป็นคุณลุงหัวบาร์โค้ดหน้าดุที่จริง ๆ แล้วรู้สึกเกลียดมาก ๆ แต่ถ้าไม่ให้ช็อคโกแลตในวันวาเลนไทน์ก็จะถูกมองเป็นคนที่ไร้มารยาทไปทันที

ทำให้เกิดวัฒนธรรมที่เรียกว่าการให้ “กิริช็อคโก” (義理チョコ) ขึ้นมาครับ กิริช็อคโกมันคืออะไร ? พูดอย่างง่าย ๆ มันก็คือช็อคโกแลตที่ให้ตามมารยาท นั่นแหละ เป็นช็อคโกแลตที่ผู้ให้ไม่ต้องมีความรู้สึกโรแมนติกอะไรใด ๆ กับผู้รับ เรียกว่าให้เพื่อเป็นมารยาท ให้เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกคนในบริษัทต่อว่าหรือนินทา หรือจะเอาให้เพื่อน ๆ ก็ได้เช่นกัน ซึ่งในช่วงวันวาเลนไทน์ ช็อคโกแลตที่ถูกซื้อไปมากที่สุด ก็คือช็อคโกแลตที่ถูกใช้เป็นกิริช็อคโกนี่แหละ

ในขณะที่ช็อคโกแลตที่หนุ่ม ๆ ญี่ปุ่นเฝ้าฝันถึงมันมากที่สุดก็คือช็อคโกแลตทำมือ ที่สาว ๆ บรรจงทำด้วยความรัก หากหนุ่มคนไหนได้ไปก็จะสามารถรู้สึก (มโน) ไปได้ว่าสาวคนนั้นมีใจอย่างแน่นอน แต่ทว่า นั่นก็เป็นแค่ความรู้สึกมโนไปเองของผู้ชายครับ 

จากผลสำรวจแล้ว มีสาว ๆ เพียงแค่ 0.5% เท่านั้น ที่ตั้งใจให้ช็อคโกแลตทำมือเพื่อสารภาพรักกับหนุ่มที่ชอบ ซึ่งส่วนใหญ่สาวจะทำช็อคโกแลตทำมือเพราะคิดว่ามันสนุกดี หรืออยากโชว์ฝีมือของตัวเองมากกว่า นอกจากนั้นบางคนยังบอกว่า ที่เลือกจะให้ช็อคโกแลตทำเอง ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก ก็เพราะว่าทำเองแล้วมันถูกกว่าไงล่ะ !! ไหน ๆ ก็ต้องเอามาแจกเป็นช็อคโกแลตตามมารยาทให้ทั้งบริษัทอยู่แล้ว การทำช็อคโกแลตเองมันประหยัดกว่าไปซื้อตามร้านตั้งเยอะ

กระแสเรื่องการให้ช็อคโกแลตตามมารยาทถูกต่อต้านมาตลอดทุกปีนะครับ เนื่องด้วยมันเป็นความลำบากใจของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายให้ก็ต้องเสียเงินซื้อ ส่วนฝ่ายรับ พอรับมาแล้วก็ต้องรู้สึกลำบากที่จะต้องซื้อช็อคโกแลตคืนให้ในวัน White day (ซึ่งเป็นวันที่ผู้ชายจะให้ช็อคโกแลตกับผู้หญิง) ทั้ง ๆ ที่บางคนก็ไม่ได้อยากได้หรือชอบช็อคโกแลตอะไร แต่ก็กลายเป็นต้องถูกบังคับฝืนใจไปด้วย

กระแสการต่อต้านช็อคโกแลตตามมารยาทนี่เขาพยายามจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นการ “ซื้อช็อคโกแลตให้ตัวเอง” แทนครับ หือ ? อาจจะฟังดูแปลก ๆ เหงา ๆ เศร้า ๆ แต่ก็ตรงตามตัวนั่นแหละครับ เขาได้มีการพยายามออกมาทำโฆษณาให้สาว ๆ ซื้อช็อคโกแลตไปทานเอง โดยไม่ต้องรู้สึกเหงาหรือรู้สึกผิด มากกว่าการซื้อช็อคโกแลตไปแจกคนที่เขาไม่อยากได้เพียงเพื่อมารยาท 

แต่แน่นอนว่ามันก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร วัฒนธรรมการให้ช็อคโกแลตกันไป แล้วก็ซื้อช็อคโกแลตคืนกลับมา ก็กลายเป็นเหมือนธรรมเนียมปฏิบัติในทุก ๆ ปีของญี่ปุ่น งานนี้ฝ่ายที่ยิ้มออกก็คงจะมีอยู่ฝ่ายเดียว ไม่ใช่ทั้งคนให้ และคนรับ *แต่ก็คือบริษัทช็อคโกแลตนั่นแหละ*

ทั้งนี้ทั้งนั้น ยูจัง เพื่อนชาวญี่ปุ่นที่บริษัทของผม เขาเคยเล่าให้ฟังว่า จริง ๆ การให้ช็อคโกแลตตามมารยาทมันก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน เพราะตอนที่ยูจังเข้ามาในบริษัทใหม่ ๆ ก็รู้สึกแอบปลื้มรุ่นพี่ในบริษัทอยู่คนหนึ่งที่อยู่คนละแผนก แต่ก็ไม่มีโอกาสได้คุยซักที จนมาวันวาเลนไทน์ ยูจังก็เลยแอบเนียน เอาช็อคโกแลตตามมารยาทไปไล่แจกทุกคน แล้วก็ได้โอกาสเอาไปให้รุ่นพี่ที่เขาแอบปลื้มด้วย จนมีโอกาสได้คุยกันเป็นครั้งแรก

ถ้าถามว่าแล้วเรื่องนั้นมันเป็นยังไงต่อ บอกเลยว่า เรื่องมันก็จบลงตรงนั้นแหละครับ…เพราะรุ่นพี่ที่ยูจังแอบปลื้มก็รับช็อคโกแลตไปยิ้มดีใจแล้วบอกว่าจะเอาช็อคโกแลตไปให้ลูกชาย ลูกชายเขาชอบช็อคโกแลตยี่ห้อนี้มาก เป็นการปิดตำนานช็อคโกแลตตามมารยาทสุดระทมตั้งแต่ปีแรกในบริษัท

อืมมมม….ช็อคโกแลตชิ้นนั้นมันช่างขมเหลือเกิน

          

ข่าวอ้างอิง

otekomachi.yomiuri.co.jp , headlines.yahoo.co.jp

ติดตามบทความใหม่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้และเรื่องแปลก ๆ ของประเทศญี่ปุ่นทาง LINE TODAY: TOP PICK TODAY จากผมได้ทุกวันเสาร์นะครับ

ช่องทางการติดตามเพิ่มเติม

Facebook :Eak SummerSnow

Youtube : Eak SummerSnow

 

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...