งานวิจัยเผยเพลงแบบไหนแมวชอบฟังเมื่อครั้งไปหาหมอ
งานวิจัยเผยเพลงแบบไหนแมวชอบฟังเมื่อครั้งไปหาหมอ - BBCไทย
แมวของคุณมีปัญหาตื่นกลัวหรือเครียดเมื่อต้องไปพบสัตวแพทย์หรือไม่ ทีมนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ ได้ศึกษาเพื่อค้นหาว่าเพลงประเภทใดจะช่วยผ่อนคลายแมวเหมียวที่มีอาการเครียดได้
ทีมนักวิจัยจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยลุยเซียนา สเตท (LSU) ศึกษาพฤติกรรมของแมวบ้าน 20 ตัว วัย 1-10 ปี ซึ่งมีทั้งเพศผู้-เพศเมีย, แมวที่ทำหมันแล้วกับยังไม่ได้ทำ รวมทั้งแมวที่เลี้ยงทั้งในระบบปิดและระบบเปิด
- นักวิจัยด้านพฤติกรรมสัตว์แนะวิธีเล่นกับแมวอย่างถูกหลักวิทยาศาสตร์
- งานวิจัยตอกย้ำแมวรู้จักชื่อตัวเอง แต่อาจแสร้งไม่สนใจ
- ผลทดสอบล่าสุดชี้ มนุษย์อ่านใจแมวเหมียวจากใบหน้าได้ย่ำแย่เกินคาด
งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Feline Medicine and Surgery โดยทีมนักวิจัยใช้วิธีสังเกตปฏิกิริยาของแมวในระหว่างเข้ารับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์ 3 ครั้งในเวลาต่าง ๆ กันภายในช่วง 2 สัปดาห์ โดยแต่ละครั้งจะเปิดเสียงต่างชนิดกันเป็นเวลา 20 นาที ได้แก่ เพลงคลาสสิก เพลงสำหรับแมวโดยเฉพาะ และไม่เปิดเสียงเพลงเลย
ปรากฏว่า แมวที่ฟังเพลงที่แต่งขึ้นสำหรับแมวโดยเฉพาะในช่วงก่อนและระหว่างการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์มีระดับความเครียดต่ำกว่า และมีอาการสงบมากกว่า เมื่อเทียบกับตอนที่มันฟังเพลงคลาสสิก หรือไม่เปิดเพลงเลย
ดนตรีสำหรับแมวเป็นอย่างไร
ดนตรีประเภทนี้เป็นเพลงบรรเลงที่ไล่เรียงระดับเสียงสูงต่ำอย่างต่อเนื่องกัน แทรกด้วยเสียง "เพอร์" (Purr) ซึ่งเป็นเสียงสั่นในลำคอแมวที่ฟังคล้ายเสียงกรน รวมทั้งเสียงความถี่อื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกับเสียงที่แมวเปล่งออกมาเพื่อสื่อถึงความรักความผูกพัน
ในงานวิจัยชิ้นนี้นักวิจัยพบว่า เพลงที่แมวตอบสนองเชิงบวกมากที่สุดคือเพลง Scooter Bere's Aria ของเดวิด ทาย และเพลง Élégie ของกาเบรียล ฟอเร
ทีมนักวิจัยสรุปว่า ดนตรีที่แต่งขึ้นเพื่อแมวโดยเฉพาะไม่เพียงจะส่งผลดีต่อสวัสดิภาพของแมว แต่ยังช่วยให้เจ้าของอุ่นใจว่าแมวเหมียวเพื่อนรักของพวกเขาจะรู้สึกผ่อนคลายในการไปใช้บริการที่คลินิกสัตวแพทย์ รวมทั้งยังช่วยให้ทีมแพทย์ตรวจแมวได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพขึ้นด้วย
https://www.facebook.com/BBCnewsThai/videos/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A5-%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C/1837446136476418/
เมื่อปี 2016 เดวิด ทาย นักเชลโลแห่งวงดุริยางค์สากลแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ร่วมกับทีมนักวิทยาศาสตร์ แต่งเพลงสำหรับขับกล่อมแมวเหมียวโดยเฉพาะ และผลงานของเขาก็ขายดิบขายดีไปทั่วโลก
ทาย ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า เพลงที่ว่านี้ใช้เสียงที่คล้ายกับเสียงที่แมวร้องออกมาตามธรรมชาติ ต่างจากเพลงที่มีเนื้อร้องเป็นคำพูดของมนุษย์ ในส่วนของการเรียบเรียงตัวโน้ตนั้น จะใช้เสียงสูงไปกว่าระดับที่แมวส่งเสียงร้องมากไม่ได้ เพราะฟังไม่รื่นหูสำหรับทั้งคนและแมว
แม้เพลงนี้จะไม่โดนใจแมวทุกตัว แต่ผลจากการศึกษาพบว่า แมวส่วนมากมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ดีเมื่อได้ฟังเพลงนี้ โดยบางตัวหยุดฟัง ขณะที่บางตัวเดินเข้ามาใกล้ ๆ ลำโพง บ้างก็เอาหน้าและลำตัวมาถูไถกับลำโพงอย่างสบายอารมณ์