โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กิน-ดื่ม

6 ประโยชน์ของกาแฟ ดื่มอย่างพอเหมาะก็ดีต่อสุขภาพนะ

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 03 พ.ย. 2564 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2564 เวลา 08.20 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหาร
6 ประโยชน์ของกาแฟ ดื่มอย่างพอเหมาะก็ดีต่อสุขภาพนะ

  หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปีเป็น “วันกาแฟสากล” เครื่องดื่มที่เป็นแรงใจในยามเช้าใครคนทำงานหลายคน แม้จะมีกาเฟอีน แต่กาแฟก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพนะ (หากดื่มแต่พอดี)   1. ตื่นตัว
คุณสมบัติข้อนี้เป็นที่รู้กันของคนรักกาแฟอยู่แล้วว่า เมื่อดื่มจะทำให้คุณรู้สึกสดชื่น ตื่นตัว เนื่องจากในกาแฟมีสารกระตุ้นที่ชื่อ “กาเฟอีน” ที่ช่วยปรับปรุงการทำงานของสมองในด้านต่างๆ รวมถึงกระตุ้นความจำ และอารมณ์ให้ตื่นตัวอยู่เสมอ   2. ลดน้ำหนัก
การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า กาเฟอีนสามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญของคุณได้ 3–11% นอกจากนั้นกาแฟดำมีประกอบไปด้วยแมกนีเซียมและโพแทสเซียม ที่ช่วยลดความอยากอาหาร และของหวานได้   3. ป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลว
ผลการศึกษาหนึ่งในปี 2012 สรุปว่าการดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะ หรือการบริโภคประมาณ 8 ออนซ์ 2 มื้อต่อวัน ช่วยป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลวได้ นอกจากนั้นยังมีการทดลองที่สรุปได้ว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟอย่างน้อยวันละหนึ่งแก้ว มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบลดลง   4. ปกป้องคุณจากโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม
โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทที่พบบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะสมองเสื่อม ซึ่งภาวะนี้มักเกิดกับผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี และไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด ดังนั้นคุณจึงควรหาวิธีป้องกัน อาทิ การออกกำลังกาย หรือการดื่มกาแฟ งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าผู้ดื่มกาแฟลดความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ได้ถึง 65%   5. ลดความเสี่ยงของมะเร็งตับ
นักวิจัยชาวอิตาลีพบว่าการบริโภคกาแฟช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งตับได้ประมาณ 40% นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยในปี 2019 ยังสรุปได้ว่า “การดื่มกาแฟอาจช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งตับได้”   6. ป้องกันโรคพาร์กินสัน
การศึกษาต่างๆ แสดงให้เห็นว่ากาเฟอีนช่วยป้องกันโรคพาร์กินสันได้ ผู้ชายที่ดื่มกาแฟมากกว่าสี่แก้วต่อวันอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคพาร์กินสันต่ำกว่าคนที่ไม่ดื่มกาแฟถึงห้าเท่า นอกจากนี้การศึกษาในปี 2012 ยังระบุอีกด้วยว่า กาเฟอีนในกาแฟอาจช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวในผู้ป่วยพาร์กินสันได้   แหล่งที่มา :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...