TRUBB น่าสนใจไหม? หลังราคายางจ่อแตะนิวไฮรอบ 3 ปี
TRUBB วันนี้เปิดตลาดกระโดดต่อ … ดีดทำนิวไฮรอบ 3 เดือน สวนหุ้นในกลุ่มอย่าง STA และ NER ไปคนละทาง ซึ่งก็เป็นเพราะราคายางปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจน "การยางแห่งประเทศไทย" ออกมาสร้างความเชื่อมั่นว่าราคายางน่าจะดีดแตะ 67 บาท หรือทำนิวไฮรอบ 3 ปีได้ในเร็วๆ นี้ แต่ทำไม TRUBB จึงเป็นหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นมามากสุด … และหุ้นตัวนี้น่าลงทุนจริงหรือ ? ต้องติดตาม!
*** ราคาหุ้นดีดต่อ … ทำนิวไฮรอบ 3 เดือน
วันนี้ราคาหุ้น บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TRUBB ยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยที่เช้านี้ทำจุดสูงสุดไปที่ 2.18 บาท บวกไปถึง 14.13% จากราคาปิดวันก่อนหน้า และทำจุดสูงสุด(นิวไฮ)รอบ 3 เดือน สวนทางหุ้นในกลุ่มยางพาราด้วยกันอย่าง STA และ NER ที่หลังจากเปิดตลาดก็ดิ่งลงไปแดนลบทันที
ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะ TRUBB หลุดจากเกณฑ์ Cash Balance ในวันนี้ หลังจากที่ถูกบังคับใช้เพียงรายเดียวของกลุ่มยางพาราในวันที่ 14 ก.ย. - 22 ต.ค. 2563
ทั้งนี้ราคาหุ้น TRUBB ปิดตลาดรอบเช้าไปที่ 2.06 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือ +7.85% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น +426.67% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้านี้
*** ยางพาราขาขึ้น ได้ประโยชน์ทุกราย … แต่ TRUBB ยัง Laggard กลุ่มมาก
สาเหตุที่ราคาหุ้นของ TRUBB ปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องในวันนี้ก็เป็นเพราะราคายางพาราที่ยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุด นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ออกมาเปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ความต้องการใช้ยางพารามากขึ้น ในขณะที่ฝนกลับตกหนัก ทำให้ปริมาณน้ำยางออกสู่ตลาดน้อยลง
ดังนั้นราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ตลาดสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จึงเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 65 บาท/กิโลกรัม เมื่อเฉลี่ยรวมกับตลาดสงขลาแล้วราคายางแผ่นรมควันปิดตลาดที่ 64.97 บาท/กิโลกรัม และคาดการณ์ว่ายังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 2 บาท/กิโลกรัม และด้วยความต้องการใช้ยาง ในขณะนี้กลับมาเร็วและแรงมาก จะเห็นได้จากราคายางในตลาดล่วงหน้าไซคอม(SICOM) และญี่ปุ่น (TOCOM) เป็นบวกทั้งหมด เช่นเดียวกับจีนเป็นประเทศเดียวที่ จีดีพี ขยายตัว แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มราคายางในเร็วๆ นี้อาจแตะ 67 บาท/กิโลกรัม หรือมากกว่านั้น
ประเด็นนี้หุ้นในกลุ่มยางได้ประโยชน์เหมือนกันหมด แต่สาเหตุที่ TRUBB บวกโดดเด่นอยู่รายเดียวเป็นเพราะราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาช้ากว่ากลุ่มมากในช่วงก่อนหน้า หากวัดจากช่วงที่ราคายางเป็นขาขึ้น(ตั้งแต่ต้นเดือนต.ค.63)
หุ้นราคาปิด 1 ต.ค. 63(บ.)ราคาปิดวันทำการล่าสุด(บ.)เปลี่ยนแปลงTRUBB1.551.9123%NER3.044.7656%STA26.532.2521%*
*หุ้น STA ปรับตัวขึ้นมาแรงผิดปกติตั้งแต่เดือนพ.ค.63 อันเนื่องมาจากยอดขายถุงมือยาง จึงถือว่าขณะนี้ปรับขึ้นแซงกลุ่มไปไกลแล้ว
*** แบบนี้น่าลงทุนไหม ?
นายวรเทพ วงศาสุทธิกุล ประธานกรรมการ TRUBB ระบุไว้ว่า ยอดขายปีนี้จะขยายตัวต่อเนื่องตามเป้าหมายอยู่ที่ 1.4 แสนตัน อันเนื่องมาจากคำสั่งซื้อที่สูงขึ้น และราคายางที่สูงขึ้นน่าจะทำให้ลูกค้ารีบหันมาสั่งซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคายางที่มีทิศทางสูงขึ้นอีกในอนาคต หากสำรวจจากข้อมูลนี้ ทั้งยอดขายและราคายางที่เพิ่มขึ้น แน่นอนย่อมจะทำให้ผลประกอบการของ TRUBB ดีขึ้น
แต่สิ่้งที่นักลงทุนต้องระวังก็คือ ทิศทางของค่าเงินบาท โดยที่นักลงทุนอาจต้องจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐอย่างใกล้ชิดเนื่องจากหากมาตรการนี้ผ่านการพิจารณาจะผลักดันให้ดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น กระทบกับรายได้ของ TRUBB เต็มๆ เพราะมีสัดส่วนส่งออกไปต่างประเทศถึง 80%
*** มีอัพไซด์จาก "เวิลด์เฟล็กซ์" แต่น่าสนใจแค่ไหน ?
จากข้อมูลที่นายวรเทพ ระบุ TRUBB จะนำบริษัทลูก "บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)" เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai) ภายในปี 64 ดีลนี้ดูเหมือนจะเป็นอัพไซด์เพราะมีลักษณะใกล้เคียงกับที่ STA นำบริษัทลูกอย่าง STGT เข้าตลาด แต่ธุรกิจของ "เวิลด์เฟล็กซ์" อาจไม่ได้น่าสนใจอย่างที่คิด !
ปัจจุบัน เวิลด์เฟล็กซ์ ดำเนินธุรกิจด้ายยางยืดที่เคลือบด้วยทัลคัม (Talcum) และยางที่เคลือบด้วยโพลิเมอร์ โดยส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของ ถุงเท้า ถุงน่อง เชือก การทอผ้า เป็นต้น ซึ่งแทบไม่ได้ประโยชน์จากโควิด-19 ในครั้งนี้เลย มีเพียงสายคล้องหูของหน้ากากอนามัยเท่านั้นที่ได้รับผลดี
นอกจากนี้หากสำรวจงบกำไรขาดทุนของ "เวิลด์เฟล็กซ์" จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้วพบว่า ไม่ได้น่าสนใจนัก เพราะกำไรสุทธิของบริษัทมีความผันผวนมาก แม้รายได้จะเติบโตต่อเนื่องทุกปี สะท้อนว่าบริษัทยังบริหารต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจได้ไม่ดี ดังนี้
ปี 58ปี 59ปี 60ปี 61ปี 62รายได้(ลบ.)1,3451,4091,7281,8362,044กำไรสุทธิ(ลบ.)60-311.7197.7