โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TRUBB น่าสนใจไหม? หลังราคายางจ่อแตะนิวไฮรอบ 3 ปี

efinanceThai

เผยแพร่ 26 ต.ค. 2563 เวลา 06.44 น.

TRUBB วันนี้เปิดตลาดกระโดดต่อ … ดีดทำนิวไฮรอบ 3 เดือน สวนหุ้นในกลุ่มอย่าง STA และ NER ไปคนละทาง ซึ่งก็เป็นเพราะราคายางปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจน "การยางแห่งประเทศไทย" ออกมาสร้างความเชื่อมั่นว่าราคายางน่าจะดีดแตะ 67 บาท หรือทำนิวไฮรอบ 3 ปีได้ในเร็วๆ นี้ แต่ทำไม TRUBB จึงเป็นหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นมามากสุด … และหุ้นตัวนี้น่าลงทุนจริงหรือ ? ต้องติดตาม!

*** ราคาหุ้นดีดต่อ … ทำนิวไฮรอบ 3 เดือน

วันนี้ราคาหุ้น บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TRUBB ยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยที่เช้านี้ทำจุดสูงสุดไปที่ 2.18 บาท บวกไปถึง 14.13% จากราคาปิดวันก่อนหน้า และทำจุดสูงสุด(นิวไฮ)รอบ 3 เดือน สวนทางหุ้นในกลุ่มยางพาราด้วยกันอย่าง STA และ NER ที่หลังจากเปิดตลาดก็ดิ่งลงไปแดนลบทันที

ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะ TRUBB หลุดจากเกณฑ์ Cash Balance ในวันนี้ หลังจากที่ถูกบังคับใช้เพียงรายเดียวของกลุ่มยางพาราในวันที่ 14 ก.ย. - 22 ต.ค. 2563

ทั้งนี้ราคาหุ้น TRUBB ปิดตลาดรอบเช้าไปที่ 2.06 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือ +7.85% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น +426.67% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้านี้

*** ยางพาราขาขึ้น ได้ประโยชน์ทุกราย … แต่ TRUBB ยัง Laggard กลุ่มมาก

สาเหตุที่ราคาหุ้นของ TRUBB ปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องในวันนี้ก็เป็นเพราะราคายางพาราที่ยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุด นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ออกมาเปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ความต้องการใช้ยางพารามากขึ้น ในขณะที่ฝนกลับตกหนัก ทำให้ปริมาณน้ำยางออกสู่ตลาดน้อยลง

ดังนั้นราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ตลาดสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จึงเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 65 บาท/กิโลกรัม เมื่อเฉลี่ยรวมกับตลาดสงขลาแล้วราคายางแผ่นรมควันปิดตลาดที่ 64.97 บาท/กิโลกรัม และคาดการณ์ว่ายังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 2 บาท/กิโลกรัม และด้วยความต้องการใช้ยาง ในขณะนี้กลับมาเร็วและแรงมาก จะเห็นได้จากราคายางในตลาดล่วงหน้าไซคอม(SICOM) และญี่ปุ่น (TOCOM) เป็นบวกทั้งหมด เช่นเดียวกับจีนเป็นประเทศเดียวที่ จีดีพี ขยายตัว แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มราคายางในเร็วๆ นี้อาจแตะ 67 บาท/กิโลกรัม หรือมากกว่านั้น

ประเด็นนี้หุ้นในกลุ่มยางได้ประโยชน์เหมือนกันหมด แต่สาเหตุที่ TRUBB บวกโดดเด่นอยู่รายเดียวเป็นเพราะราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาช้ากว่ากลุ่มมากในช่วงก่อนหน้า หากวัดจากช่วงที่ราคายางเป็นขาขึ้น(ตั้งแต่ต้นเดือนต.ค.63)

หุ้นราคาปิด 1 ต.ค. 63(บ.)ราคาปิดวันทำการล่าสุด(บ.)เปลี่ยนแปลงTRUBB1.551.9123%NER3.044.7656%STA26.532.2521%*

*หุ้น STA ปรับตัวขึ้นมาแรงผิดปกติตั้งแต่เดือนพ.ค.63 อันเนื่องมาจากยอดขายถุงมือยาง จึงถือว่าขณะนี้ปรับขึ้นแซงกลุ่มไปไกลแล้ว

*** แบบนี้น่าลงทุนไหม ?

นายวรเทพ วงศาสุทธิกุล ประธานกรรมการ TRUBB ระบุไว้ว่า ยอดขายปีนี้จะขยายตัวต่อเนื่องตามเป้าหมายอยู่ที่ 1.4 แสนตัน อันเนื่องมาจากคำสั่งซื้อที่สูงขึ้น และราคายางที่สูงขึ้นน่าจะทำให้ลูกค้ารีบหันมาสั่งซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคายางที่มีทิศทางสูงขึ้นอีกในอนาคต หากสำรวจจากข้อมูลนี้ ทั้งยอดขายและราคายางที่เพิ่มขึ้น แน่นอนย่อมจะทำให้ผลประกอบการของ TRUBB ดีขึ้น

แต่สิ่้งที่นักลงทุนต้องระวังก็คือ ทิศทางของค่าเงินบาท โดยที่นักลงทุนอาจต้องจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐอย่างใกล้ชิดเนื่องจากหากมาตรการนี้ผ่านการพิจารณาจะผลักดันให้ดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น กระทบกับรายได้ของ TRUBB เต็มๆ เพราะมีสัดส่วนส่งออกไปต่างประเทศถึง 80%

*** มีอัพไซด์จาก "เวิลด์เฟล็กซ์" แต่น่าสนใจแค่ไหน ?

จากข้อมูลที่นายวรเทพ ระบุ TRUBB จะนำบริษัทลูก "บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)" เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai) ภายในปี 64 ดีลนี้ดูเหมือนจะเป็นอัพไซด์เพราะมีลักษณะใกล้เคียงกับที่ STA นำบริษัทลูกอย่าง STGT เข้าตลาด แต่ธุรกิจของ "เวิลด์เฟล็กซ์" อาจไม่ได้น่าสนใจอย่างที่คิด !

ปัจจุบัน เวิลด์เฟล็กซ์ ดำเนินธุรกิจด้ายยางยืดที่เคลือบด้วยทัลคัม (Talcum) และยางที่เคลือบด้วยโพลิเมอร์ โดยส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของ ถุงเท้า ถุงน่อง เชือก การทอผ้า เป็นต้น ซึ่งแทบไม่ได้ประโยชน์จากโควิด-19 ในครั้งนี้เลย มีเพียงสายคล้องหูของหน้ากากอนามัยเท่านั้นที่ได้รับผลดี

นอกจากนี้หากสำรวจงบกำไรขาดทุนของ "เวิลด์เฟล็กซ์" จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้วพบว่า ไม่ได้น่าสนใจนัก เพราะกำไรสุทธิของบริษัทมีความผันผวนมาก แม้รายได้จะเติบโตต่อเนื่องทุกปี สะท้อนว่าบริษัทยังบริหารต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจได้ไม่ดี ดังนี้
            

 ปี 58ปี 59ปี 60ปี 61ปี 62รายได้(ลบ.)1,3451,4091,7281,8362,044กำไรสุทธิ(ลบ.)60-311.7197.7

TRUBB เป็นหุ้นในกลุ่มยางพาราที่ผลประกอบการผันผวนใกล้เคียงกับ STA เพียงแต่ว่า STA ยังมีถุงมือยางอย่าง STGT เข้ามาหนุน ขณะที่ NER กำไรสุทธิก็เติบโตได้ต่อเนื่อง ยิ่งสะท้อนว่า TRUBB ยังไม่น่าสนใจนัก หากไม่สามารถพลิกผลประกอบการได้ โดยเฉพาะหากเทียบ EV/EBITDA ที่สูงถึง 86.69 เท่า มากกว่าอีกสองรายที่ 11.5 - 13.9 เท่าแล้วยิ่งถือว่าแพงมาก … การตัดสินใจเข้าลงทุนในขณะนี้จึงต้องพิจารณาให้ดี!

ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...