โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

3 ประเทศขานรับเร่งปรับใช้รองรับ “e-Form D”แบบอิเล็กทรอนิกส์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 19 ก.ค. 2564 เวลา 04.10 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2564 เวลา 04.10 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

นนทบุรี 19 ก.ค.-3 ประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว- กัมพูชา-เมียนมาขานรับเร่งปรับหันมาใช้รองรับ “e-Form D” เต็มรูปแบบในการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้กรอบอาเซียน เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าผ่านแบบอิเล็กทรอนิกส์ ย้ำ 3 ประเทศกำลังเร่งดำเนินการคาดอนาคตเอกชนจะได้รับความสะดวกการค้าเพิ่มมากขึ้น

นายกีรติ รัชโน

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่าการประชุมคณะอนุกรรมการเขตการค้าเสรีครั้งที่ 3/2564 เมื่อไม่นานมานี้ ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในฐานะตัวแทนภาคเอกชนได้แจ้งปัญหาเกี่ยวกับความไม่พร้อมเรื่องระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของทั้ง 3 ประเทศ ได้แก่ สปป. ลาว กัมพูชาและเมียนมา โดยเฉพาะด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ที่ยังไม่รองรับการใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ “e-Form D” ซึ่งเป็นระบบการส่งข้อมูลหนังสือรับรองฯ แบบไร้เอกสาร (paperless) ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยบางด่านศุลกากรของ 3 ประเทศดังกล่าวยังมีการร้องขอให้ยื่นเอกสาร Form D แบบกระดาษ ควบคู่กับการส่งข้อมูล e-Form D ในระบบ ในการขอใช้สิทธิพิเศษลดหย่อนอากรขาเข้าภายใต้กรอบอาเซียน โดย Form D แบบกระดาษ จะต้องถูกส่งไปตรวจอนุมัติการให้สิทธิฯ ที่เมืองหลวงหรือส่วนกลางประเทศนั้น ๆ 

ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจรับทราบว่าผู้ประกอบการไทยประสบปัญหาในการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีดังกล่าว ในฐานะหน่วยงานออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าให้ผู้ประกอบการนำไปใช้สิทธิฯ และผู้แทนไทยในการประชุมคณะอนุกรรมการความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียนด้านกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (SC-AROO) ได้ทำงานร่วมกับกรมศุลกากร หยิบยกประเด็นขึ้นหารือในที่ประชุมของเจ้าหน้าที่อาเซียน 10 ประเทศ ในการประชุม SC-AROO ครั้งที่ 36 เมื่อวันที่ 21 - 23 มิถุนายน 2564 ผ่านระบบประชุมทางไกล โดยได้เรียกร้องให้ สปป.ลาว เมียนมา และกัมพูชา เร่งปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้สามารถใช้ e-Form D ได้ในทุกด่านและยกเลิกการขอ Form D แบบกระดาษ ควบคู่ e-Form D โดยเร็ว และได้ขอให้เร่งดำเนินการอนุมัติการใช้สิทธิฯ ได้ที่ด่านศุลกากร ณ ด่านชายแดน ในกรณีที่ต้องใช้ Form D แบบกระดาษ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและส่งเสริมการค้าระหว่างกัน 

อย่างไรก็ตาม โดยล่าสุด กรมฯ ได้รับแจ้งข่าวดีจาก สปป.ลาว ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา สปป.ลาว สามารถใช้ e-form D ได้เต็มรูปแบบแล้ว โดยได้ยกเลิกการขอ Form D แบบกระดาษ ควบคู่กับการใช้ e-Form D ในการรับสิทธิพิเศษภายใต้กรอบอาเซียนตามที่ฝ่ายไทยเรียกร้อง ซึ่งการใช้ e-form D ได้เต็มรูปแบบจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถใช้สิทธิฯ ส่งออกไป สปป.ลาว ได้คล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นในปัจจุบัน ขณะที่ผู้แทนกัมพูชาแจ้งว่า สามารถรับ e-Form D ได้ทุกด่านแล้ว สำหรับการใช้ Form D แบบกระดาษ กัมพูชาจะเร่งอนุมัติการใช้สิทธิฯ ณ ด่านศุลกากรชายแดนให้เพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันได้อนุญาตให้เฉพาะผู้นำเข้าบางส่วนเท่านั้นที่สามารถใช้สิทธิฯ ณ ด่านศุลกากรชายแดนได้ทันที ส่วนรายอื่น ๆ ยังคงต้องส่งไปให้ส่วนกลางอนุมัติ ซึ่งศุลกากรกัมพูชาได้พิจารณาจากประวัติของผู้นำเข้าเป็นหลัก 

ขณะที่ผู้แทนเมียนมาแจ้งว่า เมียนมายังคงสามารถรับ e-Form D ได้เพียง 2 ด่าน คือ ย่างกุ้ง และติลาวา แต่จะเร่งพัฒนาระบบให้สามารถรองรับ e-Form D ในด่านสำคัญที่เป็น International Ports ที่เหลืออีก 6 ด่าน โดยคาดว่าภายในปี 2565 ผู้นำเข้าสามารถใช้ Form D แบบกระดาษในการขอรับสิทธิฯ ณ ด่านศุลกากรชายแดนได้ทุกด่าน โดยไม่ต้องส่งไปให้ส่วนกลางอนุมัติ 

ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศยินดีสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการส่งออก ดังนั้น ขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการหันมาใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้กรอบการค้าเสรี ซึ่งเป็นแต้มต่อที่จะสร้างโอกาสในการค้าขายและส่งออก โดยเฉพาะตลาดเพื่อนบ้านที่ยังสามารถเติบโตได้อีกมาก โดยมีสินค้าส่งออกสำคัญไปยัง 3 ประเทศ ได้แก่ ยานยนต์เพื่อขนส่งของที่น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 5 ตัน น้ำที่ปรุงกลิ่นรสหรือเติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวาน อาหารปรุงแต่งอื่น ๆ ชุดสายไฟจุดระเบิดและชุดสายไฟชนิดที่ใช้กับยานบก อากาศยานหรือเรือ ผ้าอนามัยและผ้าอ้อมสำหรับเด็กอ่อน และพอร์ตแลนด์ซีเมนต์และอื่นๆเป็นต้น.-สำนักข่าวไทย

เปิดเผยว่าการประชุมคณะอนุกรรมการเขตการค้าเสรีครั้งที่ 3/2564 เมื่อไม่นานมานี้ ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในฐานะตัวแทนภาคเอกชนได้แจ้งปัญหาเกี่ยวกับความไม่พร้อมเรื่องระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของทั้ง 3 ประเทศ ได้แก่ สปป. ลาว กัมพูชาและเมียนมา โดยเฉพาะด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ที่ยังไม่รองรับการใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ “e-Form D” ซึ่งเป็นระบบการส่งข้อมูลหนังสือรับรองฯ แบบไร้เอกสาร (paperless) ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยบางด่านศุลกากรของ 3 ประเทศดังกล่าวยังมีการร้องขอให้ยื่นเอกสาร Form D แบบกระดาษ ควบคู่กับการส่งข้อมูล e-Form D ในระบบ ในการขอใช้สิทธิพิเศษลดหย่อนอากรขาเข้าภายใต้กรอบอาเซียน โดย Form D แบบกระดาษ จะต้องถูกส่งไปตรวจอนุมัติการให้สิทธิฯ ที่เมืองหลวงหรือส่วนกลางประเทศนั้นๆ 

ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจรับทราบว่าผู้ประกอบการไทยประสบปัญหาในการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีดังกล่าว ในฐานะหน่วยงานออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าให้ผู้ประกอบการนำไปใช้สิทธิฯ และผู้แทนไทยในการประชุมคณะอนุกรรมการความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียนด้านกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (SC-AROO) ได้ทำงานร่วมกับกรมศุลกากร หยิบยกประเด็นขึ้นหารือในที่ประชุมของเจ้าหน้าที่อาเซียน 10 ประเทศ ในการประชุม SC-AROO ครั้งที่ 36 เมื่อวันที่ 21 - 23 มิถุนายน 2564 ผ่านระบบประชุมทางไกล โดยได้เรียกร้องให้ สปป.ลาว เมียนมา และกัมพูชา เร่งปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้สามารถใช้ e-Form D ได้ในทุกด่านและยกเลิกการขอ Form D แบบกระดาษ ควบคู่ e-Form D โดยเร็ว และได้ขอให้เร่งดำเนินการอนุมัติการใช้สิทธิฯ ได้ที่ด่านศุลกากร ณ ด่านชายแดน ในกรณีที่ต้องใช้ Form D แบบกระดาษ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและส่งเสริมการค้าระหว่างกัน 

อย่างไรก็ตาม โดยล่าสุด กรมฯ ได้รับแจ้งข่าวดีจาก สปป.ลาว ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา สปป.ลาว สามารถใช้ e-form D ได้เต็มรูปแบบแล้ว โดยได้ยกเลิกการขอ Form D แบบกระดาษ ควบคู่กับการใช้ e-Form D ในการรับสิทธิพิเศษภายใต้กรอบอาเซียนตามที่ฝ่ายไทยเรียกร้อง ซึ่งการใช้ e-form D ได้เต็มรูปแบบจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถใช้สิทธิฯ ส่งออกไป สปป.ลาว ได้คล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นในปัจจุบัน ขณะที่ผู้แทนกัมพูชาแจ้งว่า สามารถรับ e-Form D ได้ทุกด่านแล้ว สำหรับการใช้ Form D แบบกระดาษ กัมพูชาจะเร่งอนุมัติการใช้สิทธิฯ ณ ด่านศุลกากรชายแดนให้เพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันได้อนุญาตให้เฉพาะผู้นำเข้าบางส่วนเท่านั้นที่สามารถใช้สิทธิฯ ณ ด่านศุลกากรชายแดนได้ทันที ส่วนรายอื่น ๆ ยังคงต้องส่งไปให้ส่วนกลางอนุมัติ ซึ่งศุลกากรกัมพูชาได้พิจารณาจากประวัติของผู้นำเข้าเป็นหลัก 

ขณะที่ผู้แทนเมียนมาแจ้งว่า เมียนมายังคงสามารถรับ e-Form D ได้เพียง 2 ด่าน คือ ย่างกุ้ง และติลาวา แต่จะเร่งพัฒนาระบบให้สามารถรองรับ e-Form D ในด่านสำคัญที่เป็น International Ports ที่เหลืออีก 6 ด่าน โดยคาดว่าภายในปี 2565 ผู้นำเข้าสามารถใช้ Form D แบบกระดาษในการขอรับสิทธิฯ ณ ด่านศุลกากรชายแดนได้ทุกด่าน โดยไม่ต้องส่งไปให้ส่วนกลางอนุมัติ 

ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศยินดีสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการส่งออก ดังนั้น ขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการหันมาใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้กรอบการค้าเสรี ซึ่งเป็นแต้มต่อที่จะสร้างโอกาสในการค้าขายและส่งออก โดยเฉพาะตลาดเพื่อนบ้านที่ยังสามารถเติบโตได้อีกมาก โดยมีสินค้าส่งออกสำคัญไปยัง 3 ประเทศ ได้แก่ ยานยนต์เพื่อขนส่งของที่น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 5 ตัน น้ำที่ปรุงกลิ่นรสหรือเติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวาน อาหารปรุงแต่งอื่น ๆ ชุดสายไฟจุดระเบิดและชุดสายไฟชนิดที่ใช้กับยานบก อากาศยานหรือเรือ ผ้าอนามัยและผ้าอ้อมสำหรับเด็กอ่อน และพอร์ตแลนด์ซีเมนต์และอื่นๆ เป็นต้น.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...