“ดาวโจนส์” รีบาวด์ปิดบวก 530 จุด รับแรงซื้อหุ้นสุขภาพ–งบเอกชนหนุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันอังคาร (20 ต.ค.69) เคลื่อนไหวต่างทิศทาง โดยดาวโจนส์ปรับขึ้นจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มสุขภาพและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ช่วยหนุนตลาด ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีอ่อนตัวหลังฟื้นขึ้นในวันก่อนหน้า ส่งผลให้ Nasdaq ปิดลบเล็กน้อย
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 52,495.88 จุด เพิ่มขึ้น529.85 จุด หรือ1.02% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,712.57 จุด เพิ่มขึ้น 21.84 จุด หรือ 0.28% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่26,424.82 จุด ลดลง6.07 จุด หรือ 0.02%
หุ้นกลุ่มสุขภาพปรับขึ้นนำในบรรดา 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของ S&P 500 โดยUnitedHealth, Merck & Co., Johnson & Johnson และAmgen ช่วยหนุนดาวโจนส์ ขณะที่ Eli Lilly เป็นหุ้นที่ช่วยหนุน S&P 500 มากที่สุดในแง่จำนวนจุด และดัชนีกลุ่มสุขภาพทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แรงซื้อยังกระจายไปยังหุ้นกลุ่มอื่น โดยกลุ่มการเงินเพิ่มขึ้น 1% กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 1.7% และกลุ่มสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 1.2% ส่วนดัชนี Russell 2000 ซึ่งสะท้อนหุ้นบริษัทขนาดเล็ก เพิ่มขึ้นประมาณ 1.7%
สำหรับหุ้นรายตัว 3M เพิ่มขึ้น 5.8% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี พร้อมประกาศขยายความร่วมมือด้านดาต้าเซ็นเตอร์กับ Amazon ส่วน Equifax เพิ่มขึ้น 11.3% หลังรายงานกำไรไตรมาส 3 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด และHasbro เพิ่มขึ้น 11.2% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งรายได้รวมและรายได้จากธุรกิจเกมดิจิทัลสำหรับปีนี้
อย่างไรก็ตามGeneral Motors ลดลง 6.8% หลังส่งสัญญาณว่าในช่วงหลายเดือนข้างหน้าจะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้นและยอดขายรถกระบะที่ลดลง
ด้านหุ้นเทคโนโลยีใน S&P 500 ลดลง 0.3% และเป็นกลุ่มที่ฉุดดัชนีมากที่สุดในแง่จำนวนจุด ขณะที่กลุ่มบริการสื่อสารลดลง 0.9% โดย Netflix ลดลง 1.7% Meta Platforms ลดลง 1.6% และAlphabet ลดลง 1%
ด้านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 5.10% ส่วน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลงประมาณ 0.7% ปิดที่ 108.79 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยตลาดติดตามความคืบหน้าทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ควบคู่กับความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ นักลงทุนเตรียมติดตามผลประกอบการของMeta Platforms และTesla ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพุธที่ 21 ตุลาคม ตามเวลาสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มรายได้ กำไร และรายจ่ายลงทุน โดยเฉพาะความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI