โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กอดรูปลูกร่ำไห้ แม่'จ่าเริง'วีรบุรุษเนิน350 รอคอยร่างออกจากสนามรบ

แนวหน้า

เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

แม่ จ่าเริง ชาว จ.บุรีรัมย์ ทหารกล้าพลีชีพปกป้องอธิปไตยเนิน 350 กอดรูปลูกชายร้องไห้ปิ่มขาดใจ เผยทั้งเสียใจและภูมิใจ วอนเร่งนำร่างออกจากสนามรบกลับบ้านเกิด อยากเห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้าย เมียเผยทั้งน้ำตาสามีสามีปฏิญาณตนขอทำเพื่อชาติ ขอตายในสนามรบ ขณะนายอำเภอถึงกับน้ำตาคลอ ด้านสัสดีจังหวัดเป็นตัวแทน ผบ.มทบ.26 ให้กำลังครอบครัวพร้อมประสานเรื่องสวัสดิการและสถานที่รับศพ

17 ธันวาคม 2568 บรรยากาศที่บ้านโคกรัก ต.ปังกู อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน หรือจ่าเริง อายุ 38 ปี ทหารกล้า สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3) ที่เสียชีวิต 2 รายล่าสุด จากเหตุการณ์ยิงปะทะกับทหารกัมพูชาอย่างดุเดือด ขณะเข้ายึดคืนพื้นที่อธิปไตยของไทยบนเนิน 350 เมื่อคืนที่ผ่านมา (16 ธ.ค.68) และขณะนี้ ยังไม่สามารถนำร่างทหารที่เสียชีวิตทั้ง 2 นาย ออกมาจากพื้นที่ได้

ซึ่งบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทั้งแม่ พี่สาว และภรรยา ของจ่าเริง ต่างก็ร้องไห้แทบขาดใจ เพราะทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก โดยเฉพาะนางเอี่ยม คลังประโคน อายุ 79 ปี ผู้เป็นแม่ที่กอดรูปถ่ายลูกชายร้องไห้ไม่หยุด ลูกๆและญาติพี่น้องต้องคอยปลอบตลอดเพราะกลัวว่าแม่จะเป็นลม

ขณะที่ นายดำรงค์ศักดิ์ นาคีสังข์ นายอำเภอประโคนชัย ซึ่งได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของ จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน ก็พูดให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางน้ำตาคลอว่า “ความกล้าหาญของเขา จะอยู่ในหัวใจคนไทยทุกคน ทางราชการจะช่วยเหลือเต็มที่ไม่ให้ยืนอย่างเดียวดาย”

ด้าน พันเอกคมเจษฎา วงศ์ประณุท สัสดี จ.บุรีรัมย์ ได้เป็นตัวแทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 (มทบ.26) บุรีรัมย์ ในฐานะหน่วยทหารในพื้นที่ ก็ได้เดินทางไปให้กำลังใจครอบครัว และติดต่อประสานงานเรื่องการจัดสถานที่รอรับร่างและการจัดงานศพ รวมถึงเรื่องสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ ที่ควรจะได้รับด้วย

นางเอี่ยม คลังประโคน แม่จ่าเริง กล่าวทั้งน้ำตาว่า เสียใจมากที่สูญเสียลูกชายอันเป็นที่รัก แต่ก็ภูมิใจที่ลูกได้ทำหน้าที่ชายชาติทหารปกป้องผืนแผ่นดินไทย สิ่งที่คนเป็นแม่ต้องการมากที่สุดตอนนี้ คืออยากให้นำร่างลูกชายออกจากสนามรบกลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณี อย่างน้อยได้เห็นหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย แม้ลูกชายจะอยู่ในสนามรบแต่ก็ยังเป็นห่วงแม่มาก ก็จะโทรมาบอกให้แม่ไปอยู่ที่วัดจะได้ปลอดภัยเพราะเขารบกันรุนแรง แต่ตอนนี้ลูกก็มาจากแม่ไปแล้ว

ทั้งนี้ น.ส.อุไร คลังประโคน อายุ 44 ปี พี่สาวคนที่ 4 บอกว่า ก่อนที่จะทราบข่าวร้ายว่าน้องชายเสียชีวิตจากการสู้รบเพื่อปกป้องอธิปไตย น้องยังโทรมาเล่าความฝันให้ฟังว่า เขาฝันเห็นพี่น้องทุกคนและครอบครัวเขา ในฝันเขาบอกว่าพี่น้องดุเขาว่าเขาและทิ้งเขาไว้คนเดียว ซึ่งเขาไม่เคยฝันแบบนี้มาก่อน ซึ่งน้ำเสียงของน้องดูไม่สบายใจตนก็พยายามพูดให้กำลังใจน้อง แต่ก่อนที่น้องจะเสียเขายังบอกกับครอบครัวว่าเขาทำสำเร็จแล้วยึดปราสาทตาควายได้แล้ว เขายังบอกอีกว่าพรุ่งนี้จะขึ้นเนิน 350 แล้วนะ ตนก็คิดว่าคงเป็นรางบอกเหตุ เพราะน้องไม่เคยฝันแบบนี้ แต่ทุกคนในครอบครัวก็ภูมิใจในตัวน้องชายมาก

ด้าน น.ส.ธัญญารัตน์ คลังประโคน อายุ 39 ปี ภรรยา ก็พูดทั้งน้ำตาว่า ทั้งเสียใจที่สูญเสียสามีซึ่งเป็นที่รักและเป็นเสาหลัก แต่ก็ภูมิใจที่เขาได้ทำหน้าที่ที่เขารัก เขาปฏิญาณตนเสมอว่าเขาอยากทำเพื่อชาติ ซึ่งเขาก็ได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว เขายังเคยพูดกับตนเองว่าชาตินี้เขาขอรบ เขาขอตายในสนามรบ แต่ชาติหน้าถ้ามีจริงเขาจะขอบวช ตอนเขาอยู่ในสนามรบก็โทรมาถามตลอดเพราะเป็นห่วงครอบครัวมาก เพิ่งจะคุยกันล่าสุดวันที่ 14 ธ.ค.68 สิ่งที่อยากได้มากที่สุดตอนนี้คืออยากได้ศพสามีกลับบ้านอย่างน้อยก็ยังได้เห็นหน้า แม้จะเป็นครั้งสุดท้ายก็ขอให้ได้เห็น ภูมิใจที่สามีได้ทำหน้าที่อย่างสมเกียรติ เพราะเขาพูดเสมอว่าเขาอยากเป็นไปอยู่หน่วยไหนก็ได้ จนเขาไปสมัครทหารและได้เป็นจ่าตามที่เขาตั้งใจ

พันเอก คมเจษฎา วงศ์ประณุท สัสดีจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า วันนี้มาในนามผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 ในฐานะหน่วยงานทหารในพื้นที่ เพื่อมาให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมประสานงานกับทางครอบครัวเรื่องที่ต้นสังกัดจะดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการ ญาติจะได้รู้ว่าจะต้องติดต่อช่องทางไหนถ้าได้รับร่างผู้เสียชีวิตกลับมาแล้ว แต่ตอนนี้ร่างยังออกมาไม่ได้อยู่ระหว่างประสานต้นสังกัด รวมถึงจะได้นำกำลังทหารมาช่วยจัดสถานที่ในการจัดงานศพด้วย ยืนยันว่าทหารไม่ทอดทิ้งแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...