เกิดใหม่มาเป็นอี้ผิง ยุค 80 (มี E-BOOK)
ข้อมูลเบื้องต้น
อี้ผิง เชฟหญิงผู้มากความสามารถในด้านการทำอาหาร เธอตื่นขึ้นมาก็พบว่าเธอกลายเป็นคนอื่นไปเสียแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หญิงสาวหน้าตามอมแมมผู้นี้เป็นใครกัน แล้วทีนี้เธอจะทำอย่างไร
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งที่ไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์ สถานที่และบุคคลนะครับ เป็นจินตนาการในหัวของผมเอง มีเรื่องไม่สมเหตุสมผลอยู่ในแต่ละตอนของเรื่องรวมอยู่ด้วยนะครับ
ติดเหรียญอ่านล่วงหน้าก่อน หลังจากนั้นจะปล่อยให้อ่านฟรีสักระยะหนึ่ง แล้วจะติดเหรียญถาวรทีหลัง
ลงนิยายทุกวัน ทยอยลงเรื่อยๆ จนกว่าจะจบ
หากอ่านแล้วไม่สบายใจ ยังมีเรื่องอื่นให้อ่านอีกนะครับ
ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน
https://writer.dek-d.com/dragonbnovel23/writer/view.php?id=2527075
มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้
https://writer.dek-d.com/dragonbnovel23/writer/view.php?id=2528985
วิญญาณของข้ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว
https://writer.dek-d.com/dragonbnovel23/writer/view.php?id=2530851
เกิดใหม่มาอยู่ในร่างชายสติไม่ดี ยุค 70
https://writer.dek-d.com/dragonbnovel23/writer/view.php?id=2531513
เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80
https://writer.dek-d.com/dragonbnovel23/writer/view.php?id=2542115
เกิดใหม่มาอยู่ในร่างลูกบุญธรรม ยุค 80
https://writer.dek-d.com/dragonbnovel23/writer/view.php?id=2546652
ทะลุมิติไปเป็นสาวนักจัดดอกไม้
https://writer.dek-d.com/dragonbnovel23/writer/view.php?id=2554105
เกิดใหม่มาเป็นภรรยาสุดแสนร้ายกาจ ยุค 80
https://writer.dek-d.com/dragonbnovel23/writer/view.php?id=2549576
เกิดใหม่มาเป็นจางลี่ ยุค 80
นิยาย เกิดใหม่มาเป็นจางลี่ ยุค 80 (มี E-BOOK) : Dek-D.com - Writer
เกิดใหม่มาเป็นภรรยาใบ้ ยุค 80
นิยาย เกิดใหม่มาเป็นภรรยาใบ้ ยุค 80 (มี E-BOOK) : Dek-D.com - Writer
โศกนาฏกรรมตระกูลหวัง ยุค 80
นิยาย โศกนาฏกรรมตระกูลหวัง ยุค 80 (มี E-BOOK) : Dek-D.com - Writer
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. 2558)
หากพบเห็นจะทำการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
บทที่ 1
1
ค่ำคืนอันหนาวเหน็บภายในเมืองที่เต็มไปด้วยหิมะนี้ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยนัก มันเยอะขนาดที่ว่ามองอะไรไม่ค่อยเห็นนอกจากหิมะขาวโพลน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่หิมะตกหนักที่สุดในรอบสิบปีเลยก็ว่าได้ แล้วนั่นก็ทำให้หญิงสาวร่างบางขดตัวอยู่แต่ในผ้าห่มในห้องนอนของตนเอง
หญิงสาวร่างบางที่นอนขดอยู่ภายใต้ผ้าห่มนี้เธอมีหน้าที่สำคัญที่ต้องไปทำในร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน แต่ด้วยสภาพอากาศทำให้ไม่สามารถออกไปไหนได้ สิ่งที่เธอทำได้มีเพียงรอให้หิมะสงบลงเท่านั้น
อี้ผิง หญิงสาวที่มีความสามารถในด้านการทำอาหาร เธอเป็นเชฟในร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งในเมือง ทว่าวันนี้เป็นวันที่เธอต้องไปทำงาน แต่เธอกลับไปไหนไม่ได้เพราะสภาพอากาศมันเลวร้ายอย่างที่เห็น
“จะได้ไปทำงานไหมเนี่ย”
คงไม่ไปหรอก หิมะตกหนักแบบนี้จะให้ไปได้อย่างไรกัน
ในเมื่อเป็นเช่นนั้นเธอจึงโทรหาผู้จัดการร้านอาหารจีนที่เธอทำงานอยู่แล้วแจ้งปัญหาและเหตุผลที่ไม่สามารถไปทำงานได้ ถึงจะไม่แจ้งไปผู้จัดการร้านก็รู้อยู่ดีว่าหิมะตกหนักอยู่อย่างที่เห็น
“ถือซะว่าพักผ่อนก็แล้วกัน”
อี้ผิงแจ้งผู้จัดการลางานทั้งวันหรือจนกว่าหิมะจะสงบลง ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แต่ก็ต้องเป็นไปตามนั้น
การพูดคุยกันทางโทรศัพท์จบลง อี้ผิงใช้โอกาสนี้นอนหลับพักผ่อนไปในตัวเพื่อเก็บแรงเอาไว้ทำงานหลังจากนี้
.
.
.
ทว่าทุกอย่างมันไม่ได้เป็นไปตามที่เธอคิดเอาไว้เลยสักนิด ทำไมถึงเป็นแบบนั้น เหตุผลก็เพราะตัวเธอในตอนนี้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันหลังจากที่เธอตื่นขึ้นมาหลังจากนอนหลับท่ามกลางหิมะที่ตกหนักอยู่ในบ้านและอยู่ภายในห้องของตนเอง เธอไม่เข้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่เข้าใจเลยสักอย่าง
“ที่นี่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น”
หญิงสาวร่างบางถามตนเองว่าเกิดอะไรขึ้น มันก็แหงอยู่แล้วที่เธอต้องถามตนเอง นั่นก็เพราะว่าเบื้องหน้าที่เธออยู่ตอนนี้นั้นมันคือที่ไหน เธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันแน่ ภายในหัวมีแต่คำถามและคำถาม แต่ไม่สามารถหาคำตอบได้
“ฉันว่าฉันนอนอยู่ในห้องของตัวเองไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้โผล่มาอยู่ในที่แบบนี้”
เบื้องหน้าของอี้ผิงคือห้องไม้คับแคบห้องหนึ่งที่พอแล้วรู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก มันแคบขนาดที่ว่าคนหนึ่งคนยังอยู่ไม่ได้เลย เธอรู้สึกอย่างนั้น
“นี่มันอะไรกันเนี่ย”
ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน ทำให้หญิงสาวร่างบางผู้นี้เกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมาจับจิตจับใจเพราะสถานที่ไม่คุ้นตาและไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน
เป็นธรรมดาที่เธอจะกลัว ไม่กลัวน่ะสิแปลก
อี้ผิงลุกขึ้นจากเตียงนอนไม้เก่าพร้อมหมอนเสื่อผืนหนึ่งที่ไม่คุ้นเคยลุกขึ้นมาสำรวจดูภายในห้องไม้นี้ ดูยังไงของภายในห้องก็ไม่ใช่ของเธอ จากความทรงจำก่อนจะตื่นขึ้นมาอยู่ที่ไม่รู้จักนี้ อี้ผิงนึกยังไงก็นึกไม่ออกว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร พอคิดไปคิดมาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
“มันที่ไหนกันแน่เนี่ย เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
หลังจากสำรวจข้าวของภายในห้องไม้ อี้ผิงก็เห็นประตูซึ่งน่าจะเป็นประตูเข้าออกของห้องนี้
พอเปิดประตูออกมาก็พบกับป่าไม้ใบหญ้าเต็มไปหมด
“อะไรกันเนี่ย”
ยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ สถานที่ไม่คุ้นตานี้ทำให้อี้ผิงเกิดความสับสน ไม่ว่าหันซ้ายหรือหันขวารอบด้านของเธอก็มีแต่ต้นไม้ใบหญ้ามองไม่เห็นแม้แต่ตึกอาคารบ้านเรือนก็ไม่มีให้เห็นเช่นกัน
“โอ๊ย! ปวดหัวจังเลย”
ขณะที่กำลังสับสนอยู่นั้นจู่ๆอี้ผิงก็ปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรงจนร่างอันบอบบางทรุดลงกับพื้น ไม่ใช่แค่ปวดหัวเพียงอย่างเดียว แต่เธอรู้สึกว่าร่างกายมันหนักอึ้งและอ่อนแรงลงมากราวกับว่านี่ไม่ใช่ร่างกายของตนเองแต่เดิม
“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมร่างกายของฉันถึงได้เป็นแบบนี้ โอ๊ย!”
มันเกิดอะไรขึ้นกับอี้ผิงกันแน่ ทำไมเธอถึงได้กลายเป็นเช่นนี้ แล้วทีนี้เธอจะต้องทำอย่างไร เธอจะต้องตายเหรอ เธอจะตายจริงๆใช่ไหม ชีวิตของเธอจะต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้เหรอ
…
บทที่ 2
2
ร่างกายอันบอบบางของหญิงสาวดิ้นรนทุรนทุรายจากความทรมานที่เกิดขึ้นตอนนี้ แล้วความทรมานนี้ก็ไม่สามารถหยุดยั้งมันเอาไว้ได้ สิ่งที่หญิงสาวร่างบางทำได้ก็คืออดทนกับความเจ็บปวดนี้เอาไว้แค่นั้น
“โอ๊ย! มันเกิดอะไรขึ้น”
อี้ผิงที่กำลังอดทนกับความเจ็บปวดดิ้นทุรนทุรายจากความทรมานอยู่นั้นเธอก็รู้สึกถึงบางอย่างราวกับมันกำลังเข้ามาในหัว ความทรงจำของหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอไม่รู้จักกำลังเข้ามาในหัวของอี้ผิง มันหลั่งไหลราวกับข้อมูลที่กำลังส่งต่อมายังหัวสมองแล้วเห็นภาพความทรงจำนั้น
“ใครกัน เธอเป็นใครกันแน่ อย่าเข้ามาในหัวของฉันนะ!”
การส่งต่อข้อมูลของความทรงจำของหญิงสาวที่ไม่รู้จักนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้
ไม่นานความทรงจำของหญิงสาวปริศนาก็เข้ามาในหัวสมองของอี้ผิงทั้งหมด ความเจ็บปวดทรมานทางกายค่อยๆทุเลาลงจนรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังขยับไปไหนไม่ได้นอกจากนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นไม้ของบ้านหลังเล็กนี้
สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเรื่องแปลกประหลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความทรงจำที่เข้ามาในหัวหรือเรื่องที่มาอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จักนี้ก็ด้วย แต่นั่นก็ทำให้หญิงสาวร่างบางอย่างอี้ผิงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่ามันมีความเป็นมาอย่างไร
ร่างกายอันบอบบางที่ดูอ่อนแอกว่าเด็กน้อยนี้ไม่ใช่ร่างกายของอี้ผิงคนเดิม แต่มันเป็นร่างกายของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีชื่อเดียวกับเธอ จากความทรงจำที่ได้รับมานั้นร่างกายที่อี้ผิงขยับหรือเคลื่อนไหวอยู่นี้เป็นของอี้ผิงอีกคน ไม่ใช่แค่ชื่อ แต่รูปร่างสัดส่วนตั้งแต่หัวจรดเท้าทุกอย่างเหมือนกันไม่มีผิด อย่างกับเป็นฝาแฝดที่ไข่ออกมาใบเดียวกัน เหมือนกันขนาดนั้นเลยแหละ
“นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่”
อี้ผิงยังคงความสับสน สิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้เธอไม่สามารถยอมรับมันได้ในทันที อี้ผิงที่อยู่ในร่างของอี้ผิงคนนี้ ยังไงก็ไม่ใช่เธออยู่ดี
“ถ้าอย่างนั้นร่างกายของฉันล่ะ อยู่ที่ไหน”
ในความทรงจำก่อนอี้ผิงคนปัจจุบันจะเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่มีชื่อเดียวกับเธอ ความทรงจำเหล่านั้นมันได้หายไป เธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอตอนนั้น เหตุผลที่ว่าทำไมถึงได้มาอยู่ในร่างของเธอคนนี้ก็ไม่รู้อยู่ดี
“จะบอกว่าฉันตายแล้วเหรอ ไม่จริงน่า ฉันนอนอยู่ที่ห้องนอนในบ้านของฉันนะ ฉันจะตายได้ยังไง”
นี่เป็นความคิดของอี้ผิงคนปัจจุบัน ความทรงจำที่ขาดหายไปทำให้เธอคิดไปต่างๆนานาว่าเธอตายไปแล้ว หากเป็นเช่นนั้นเธอจะอยู่อย่างไร
อี้ผิงยังทำใจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ มันก็ต้องไม่อยู่แล้วแหละ เพราะเรื่องนี้มันเกิดขึ้นกะทันหันจนทำให้ไม่ได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ แล้วใครจะคิดกันล่ะว่ามันจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
“ให้ตายเถอะ แล้วฉันจะอยู่ยังไงเนี่ย”
ก็ต้องอยู่ต่อไปตราบที่ยังมีลมหายใจ ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีชีวิตอยู่ให้รอดในวันข้างหน้าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
หญิงสาวร่างบางอย่างอี้ผิงได้แต่ถอนหายใจออกทั้งอย่างนั้นและถอนหายใจออกมาอยู่บ่อยครั้ง จากความทรงจำของอี้ผิงคนเก่านี้ทำให้อี้ผิงคนปัจจุบันรู้เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับสถานที่ที่ตนเองนั้นอยู่ตอนนี้
ที่นี่ไม่ใช่โลกที่เธอเคยอาศัยอยู่ แต่เป็นโลกที่อยู่ช่วงหลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วง ยุค 80 ซึ่งเธอเองก็เคยอ่านเรื่องประวัติศาสตร์ในยุคนี้มาเช่นกัน ความลำบากยากจนข้นแค้นที่เธอกำลังเผชิญอยู่นี้มันไม่ใช่เรื่องธรรมดา
เธอเคยได้ยินเรื่องนี้มาจากปู่ของเธอตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ยุค 80 เป็นยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ครั้ง ผู้คนที่รอดพ้นมาจากยุค 70 จนมีชีวิตอยู่ถึง ยุค 80 นั้นถือว่าพวกเขาผ่านความยากลำบากมาพอสมควร ถึงการเปลี่ยนแปลงจะดีขึ้นมามากแค่ไหน แต่สำหรับคนยุคนั้นก็ถือว่ายังคงความลำบากอยู่เหมือนเดิม การมีงานทำนั้นถือว่าเป็นความโชคดี แต่สำหรับอี้ผิงคนเก่านั้นเธอดันไม่มีงานทำนอกจากเก็บของป่าไปขายในเมืองเหอหนานซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเธอไม่ไกลเท่าไหร่นัก นี่เป็นอาชีพของเธอในตอนนี้
“ฉันจะไม่ยอมตายเด็ดขาด”
…
บทที่ 3
3
ความจนมันน่ากลัว แล้วความจนนี้มันก็ต้องทำให้คนที่เกิดมาต้องกัดฟันสู้เพื่อให้มีชีวิตรอดจากความจน มันไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนต้องมาเห็นใจคนที่เกิดมาจน เพราะทุกคนเองก็จนไม่ต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอี้ผิงในตอนนี้ซึ่งเธอได้เข้ามาอยู่ในร่างอันบอบบางแสนจะอ่อนแอของอี้ผิงคนเก่าที่ไม่มีการงานเป็นหลักเป็นแหล่งนอกจากเก็บของป่าขายเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงิน
หลังจากวันที่อี้ผิงเข้ามาอยู่ในร่างของอี้ผิงคนเก่าก็ผ่านมาได้หลายวันแล้ว อี้ผิงยังไม่ได้ทำอะไรนอกจากใช้ความคิดว่าจะเอายังไงกับชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้ดี ซึ่งเธอก็มีความคิดอยู่ว่าจะทำอะไร แต่ตอนนี้จะต้องออกไปเก็บผักป่าเลี้ยงชีพตนเองเสียก่อน
“ทำไมฉันจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยนะ ปกติฉันตอนนี้ต้องอยู่ในครัวไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึง”
อี้ผิงรู้สึกเจ็บใจตนเองขึ้นมาที่ต้องมาอยู่ในสภาพเฉกเช่นนี้ ไม่เพียงแค่เรื่องเข้ามาอยู่ในร่างของอี้ผิงคนเก่าแต่เธอต้องเสียทุกอย่างที่สะสมมาตั้งแต่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ เงินเก็บสะสม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทำให้เธอสูญเสียทุกอย่างไป
มันน่าเสียดายนะที่สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาเองแต่กลับสูญเสียมันไปทั้งหมด ไม่ว่าใครก็ต้องเสียดายกันทั้งนั้นแหละ แต่เรื่องนี้มันช่วยไม่ได้ มันเกิดขึ้นแล้ว มีแต่ต้องยอมรับสภาพไปตามนั้น
ยังดีที่เธอไม่มีใครให้ห่วงอย่างคนที่บ้าน เพราะคนที่บ้านของตายจากกันไปหมดแล้ว ญาติพี่น้องอะไรก็ไม่มี ตอนนี้เหลือเพียงอี้ผิงคนเดียวอย่างที่เห็น
“ให้ตายสิ เหนื่อยชะมัด”
เก็บผักป่าและผลไม้ป่าไปเธอก็บ่นตามประสาของเธอไปโดยไม่ต้องสนใจใครว่าจะได้ยินเรื่องอึดอัดใจของเธอ
ผักป่าในตะกร้าที่เก็บมานั้นเป็นผักป่าทั่วไปที่สามารถหาเก็บได้ในป่า ราคาขายก็จะถูกตามความยากง่ายในการหาเก็บผักป่า ถ้าโชคดีเจอพืชผักหายากอย่างโสมภูเขาอะไรพวกก็สามารถเอาไปขายได้ในราคาแพง เพราะมันเป็นที่ต้องการของชาวบ้านที่มีฐานะหรือไม่ก็พวกร้านขายสมุนไพร
“แค่นี้ก็น่าจะขายได้นะ”
ผักป่าที่อี้ผิงเก็บมาพอรวมกันแล้วก็มีอยู่เยอะพอสมควร หากเอาไปขายก็น่าจะได้เงินประมาณ 10 หยวน เป็นเงินน้อยนิดที่เอาไว้ใช้จ่ายอย่างประหยัดได้ไม่กี่วัน เธอจะต้องหาเงินให้ได้มากกว่านี้โดยที่ไม่ต้องทำให้ตนเองเดือดร้อนเรื่องของปากท้อง
“เฮ้อ! นี่เรียกว่าบ้านได้ไหมเนี่ย”
อี้ผิงบ่นถึงบ้านไม้เก่าทรุดโทรมซึ่งเป็นบ้านของอี้ผิงคนเก่าที่เธออาศัยอยู่ แต่สภาพของมันตอนนี้ถ้าหากโดนฝนโดนลมพันไม่กี่ครั้งก็คงพังทลายลงมาเป็นแน่
เห็นแล้วปวดหัวกุมขมับแทน
ในตอนนี้ตัวเลือกของอี้ผิงนั้นมีไม่มาก นอกจากหาผักป่าขายประทังชีวิตแล้วก็ไม่มีอะไรให้ทำนอกจากนี้ แล้วเหตุผลที่เธอไม่สามารถทำได้ก็เป็นเพราะว่าลักษณะท่าทางและการแต่งกายของอี้ผิงคนเก่านั้นทำให้เป็นที่รู้ของชาวบ้านในเมืองว่าเป็นหญิงสกปรกโสโครกที่ไม่ดูแลตนเองให้ดี พอมองดูใบหน้าของตนเองแล้วก็เห็นว่าเป็นอย่างที่พวกชาวบ้านพูดจริง ใบหน้าของอี้ผิงในตอนนี้เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกมอมแมมมีสิวเต็มหน้า มีกลากเกลื้อนเต็มหลัง ถ้าหากเธอดูแลตนเองให้ดีกว่านี้ก็คงจะดี เธอจะได้กลายเป็นหญิงสาวสะสวยน่ารักหุ่นดีที่เหล่าชายหนุ่มเห็นเป็นต้องเข้ามาจีบ
มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้มันกลับตาลปัตรไปหมด เธอจะต้องดูแลตนเองให้ดีกว่านี้ แล้วเธอจะดูแลตนเองให้ดีได้อย่างไรในเมื่อไม่มีเงินซื้อเครื่องสำอางมาเสริมความงามให้แก่ตนเอง คงต้องใช้เวลาหาเงินสักระยะหนึ่งนั่นแหละ
“จะปล่อยเอาไว้ไม่ได้ เป็นผู้หญิงมันต้องสวยเข้าไว้สิ”
ใช่แล้ว เกิดมาเป็นลูกผู้หญิงมันก็ต้องสวยเอาไว้ก่อนสิ มันเป็นเรื่องธรรมดาและเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว
!?
ขณะที่กำลังเดินกลับเข้าไปในบ้านจู่ๆอี้ผิงก็พบกับอะไรบางอย่างอยู่ตรงหน้าของเธอ มันเหมือนกับหมอกที่จับตัวเป็นกลุ่มก้อน แล้วตรงกลางของกลุ่มก้อนหมอกนี้ก็มีอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนกับกระจกสะท้อนเงา
“อะไรน่ะ”
…