ส่อง 20 คำศัพท์ พบในบทวิเคราะห์หุ้น นักลงทุนมือใหม่ควรรู้
ส่อง 20 คำศัพท์หุ้น พบบ่อยในบทวิเคราะห์หุ้น นักลงทุนมือใหม่ควรรู้ เพื่อความเข้าใจ และวางแผนการลงทุนได้อย่างถูกต้อง แต่ละคำมีความหมายว่าอย่างไรบ้าง ?
วันที่ 4 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักลงทุนมือใหม่หลายคนที่เริ่มสนใจการลงทุนในตลาดหุ้นอาจจะเกิดข้อสงสัยเมื่ออ่านบทวิเคราะห์หุ้น ที่เต็มไปด้วยคำศัพท์เฉพาะของตลาดหุ้น ซึ่งหากไม่เข้าใจความหมาย คงมีผลต่อการวางแผนการลงทุนแน่นอน ทั้งนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมศัพท์ส่วนหนึ่งที่พบบ่อยในบทวิเคราะห์หุ้น เพื่อความเข้าใจ และวางแผนการลงทุนได้อย่างถูกต้อง
Overweight
แนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นตัวนั้น เมื่อเทียบกับน้ำหนักลงทุนปกติ นั่นคือเราสามารถขายสินทรัพย์อื่นในพอร์ต หรือนำเงินลงทุนก้อนใหม่มาซื้อหุ้นดังกล่าวเพิ่มได้ เพราะนักวิเคราะห์ประเมินว่าแนวโน้มของราคาหุ้นน่าจะปรับขึ้นได้ต่อเนื่อง
Underweight
แนะนำให้ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นตัวนั้น เมื่อเทียบกับน้ำหนักลงทุนปกติ นั่นคือเราสามารถขายหุ้นบางส่วนในพอร์ตออกไป แล้วนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่มีโอกาสเติบโตมากกว่า
Neutral
แนะนำให้คงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นตัวนั้นไว้เช่นเดิม เพราะประเมินว่าหุ้นจะให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับกลุ่ม หรืออัตราผลตอบแทนโดยรวม
Outperform Market
คือ หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนดีกว่าตลาดหุ้นโดยรวม เช่น ประเมินว่าสิ้นปี SET Index ปรับขึ้น 5% แต่หุ้นตัวนี้คาดว่าจะเติบโต 15% ถือว่าเป็นหุ้นที่นักวิเคราะห์ให้ความสนใจ
Underperform Market
คือ หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานค่อนข้างอ่อนแอ และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนแย่กว่าตลาดหุ้นโดยรวม ซึ่งอาจจะมาจากแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทที่เป็นช่วงขาลง หรือราคาหุ้นยังไม่สะท้อนปัจจัยลบทั้งหมด
Target Price หรือ Fair Value
คือ ราคาเป้าหมาย หรือราคาเหมาะสมของหุ้น ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินจากปัจจัยพื้นฐาน เช่น ผลประกอบการ, กระแสเงินสด, อัตราส่วนการเงิน, แนวโน้มธุรกิจในอนาคต
Trading Buy
แนะนำให้ซื้อเก็งกำไร ซึ่งมักเกิดกับหุ้นที่ราคาปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาพื้นฐาน ซึ่งมีข่าวดีที่ทำให้ราคาหุ้นวิ่งต่อไปได้ในระยะสั้น แต่อาจจะไม่สามารถยืนราคาได้ในระยะยาว
Accumulative Buy
แนะนำให้ทยอยซื้อหุ้นสะสม เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังดี แต่อาจจะมีปัจจัยลบมากดดันในระยะสั้น จึงเหมาะที่จะซื้อสะสมในระยะยาว แล้วรอเวลาให้หุ้นกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง
Laggard
หมายถึง หุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นช้ากว่าหุ้นตัวอื่น ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ทั้งที่ปัจจัยพื้นฐานไม่มีความแตกต่างกัน
Sideways
การที่ราคาหุ้นไม่ขึ้น ไม่ลง หรือขึ้นลงในกรอบราคาแคบ ๆ
Turnaround
หมายถึง หุ้นที่เคยมีผลประกอบการขาดทุน จนราคาปรับตัวลดลงในระดับต่ำมาเป็นระยะเวลานาน แล้วสามารถกลับมามีกำไรอีกครั้ง จนทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
แนวรับ (Support Level), แนวต้าน (Resistance Level)
ราคาที่เป็นจุดสำคัญที่หุ้นมักจะไม่ลดต่ำกว่าหรือเพิ่มขึ้นเหนือกว่าตามลำดับ
Capital Gain
กำไรส่วนต่างของราคาในการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งถ้าหากคุณเลือกเป็นนักลงทุนประเภท Technical ข้อมูลส่วนนี้คือข้อมูลที่สำคัญ
VI-Value Investment
หากรูปแบบการลงทุนของคุณเลือกหุ้นพื้นฐานดี เน้นถือครองเป็นเวลานาน นั่นหมายความว่าคุณจัดอยู่ในกลุ่มนักลงทุนประเภท VI ที่จะเข้าซื้อหุ้นในช่วงที่ราคาไม่สูงมาก และไม่หวังส่วนต่างกำไรจากการถือหุ้นในระยะสั้น ๆ
Growth Stocks
หุ้นเติบโต หรือหุ้นของบริษัทที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงเมื่อเทียบกับตลาดทั่วไป
Ceiling/Floor
ราคาเสนอซื้อเสนอขายที่สูงสุดและต่ำสุดของตลาดหลักทรัพย์ฯ
Dividend Yield
อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล คือ รายได้ต่อปีจากเงินปันผล หรือดอกเบี้ยรับที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยเทียบกับราคาที่ลงทุน
EPS (Earning per Share)
กำไรต่อหุ้น ซึ่งมาจากผลกำไรของบริษัทหารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดที่เรียกชำระแล้ว
IPO
การที่บริษัทเสนอขายหุ้นให้กับสาธารณชนเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering)
Wait & See
การแนะนำรอดูความชัดเจนของตลาดในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนแล้วค่อยกลับเข้ามาลงทุน
Market Price
ราคาตลาด หรือราคาที่หุ้นถูกซื้อขายในตลาดในขณะนั้น
- หุ้นไทยสัปดาห์นี้อ่อนตัว แนวรับ 1,330 จุด โบรกฯแนะ Wait & See
- แบงก์แห่ออกแคมเปญเงินฝากเดือน มิ.ย. 67 งัดดอกเบี้ยสูง 2.90% ต่อปี
- เคาะ “ผู้จัดการ ตลท.” กลาง มิ.ย. 67 วงการ “แบงก์-หลักทรัพย์” แห่สมัคร
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่อง 20 คำศัพท์ พบในบทวิเคราะห์หุ้น นักลงทุนมือใหม่ควรรู้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net