โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปลุกจิตวิญญาณ ผู้ประกอบการ ทลาย Safe Zone สร้าง 6 การเติบโต

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ก.ค. 2567 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2567 เวลา 03.00 น.

“จิตวิญญาณของความเป็นผู้ประกอบการคือสิ่งสำคัญมาก ผมย้ำผู้บริหารจนถึงบุคลากรทุกคนว่า ในทุกการตัดสินใจให้ถามตัวเองว่า ถ้าเป็นตัวเราเอง เราจะทำไหม ประโยชน์ที่ได้คุ้มกับที่เราเสียไปหรือเปล่า OR ในยุคของผมทุกคนต้องมีความเป็นเจ้าของ OR ในหัวใจ”

“จิตวิญญาณของความเป็นผู้ประกอบการ” (Entrepreneurship) เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ แม้องค์กรขนาดใหญ่หลายแห่งจะมีทรัพยากรมากมาย สามารถสร้างระบบหรือวางมาตรฐานระดับสากล แต่หากขาดสิ่งนี้ไปก็เปรียบได้กับเสือที่ไม่หิวกระหายในการไล่ล่าความสำเร็จ ขณะเดียวกัน การจะเติมหรือกระตุ้นจิตวิญญาณความเป็น ผู้ประกอบการ ของคนในองค์กรที่คุ้นเคยกับพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ให้ตื่นตัวตลอดเวลา ก็อาจไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน

การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ ดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ผู้ที่เข้ามาขับเคลื่อน OR ด้วยแนวคิด RISE มุ่งพาธุรกิจให้พุ่งทะยานด้วยการปลุกไฟความเป็นผู้ประกอบการให้กับบุคลากร OR ทุกคน

“จิตวิญญาณของความเป็นผู้ประกอบการคือสิ่งสำคัญมาก ผมย้ำผู้บริหารจนถึงบุคลากรทุกคนว่า ในทุกการตัดสินใจให้ถามตัวเองว่า ถ้าเป็นตัวเราเอง เราจะทำไหม ประโยชน์ที่ได้คุ้มกับที่เราเสียไปหรือเปล่า OR ในยุคของผม ทุกคนต้องมีความเป็นเจ้าของ OR ในหัวใจ”

นี่คือสิ่งที่ซีอีโอของ OR เน้นกับการเงินธนาคาร ในการสัมภาษณ์พิเศษและไม่ใช่ประโยคที่พูดให้ดูสวยหรู แต่มีผลลัพธ์ให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนว่า OR ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแนวคิด RISE พุ่งทะยานไปสู่การเติบโต 6 ด้าน ที่ล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญขององค์กรทั้งสิ้น

ขับเคลื่อนด้วยวิถี RISE OR

พร้อมเปลี่ยนเพื่อเติบโต

ดิษทัต เริ่มฉายภาพ การเติบโตที่ 1 เริ่มจาก “เติบโตจากความเปลี่ยนแปลง” โดยย้อนไปในช่วงที่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันอย่าง PTT Station ยังอยู่กับ ปตท. นอกจากนี้ ยังมีร้าน Café Amazon ที่เปิดมานานกว่า 20 ปี ซึ่งคือ 2 แบรนด์หลักที่ผู้คนจดจำมากที่สุดและด้วยวิสัยทัศน์ของกลุ่ม ปตท. ที่มองเห็นโอกาสการเติบโตครั้งใหญ่ในธุรกิจ “รีเทล” จึงตัดสินใจ Spin off หน่วยธุรกิจค้าปลีกน้ำมันออกมาเป็น OR เพื่อดำเนินธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกในฐานะบริษัท Flagship ของกลุ่ม ปตท.

จนเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 64 หุ้นของ OR ได้ถูกซื้อ-ขายเป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ท่ามกลางโอกาสที่เปิดกว้าง ไม่ยึดติดกรอบเดิมที่เคยทำมานานอีกต่อไป เดินหน้าเติบโตที่ตั้งต้นจาก “ความเปลี่ยนแปลง”

เมื่อ OR มีสถานะเป็นบริษัทมหาชน สิ่งที่ตามมาทันทีคือ การประกาศวิสัยทัศน์ “Empowering All toward Inclusive Growth” หรือ “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” พร้อมประกาศพันธกิจและเป้าหมายในระยะยาว (OR 2030 Goals) ครอบคลุมเป้าหมายใน 3 มิติ คือ People Planet และ Performance จากเดิมที่โฟกัสธุรกิจน้ำมัน ก็ขยายเป็น 4 ธุรกิจหลักคือ

  • Mobility : ให้บริการพลังงานทุกรูปแบบ ทั้ง Oil & Gas ไปจนถึง New Energy
  • Lifestyle : ร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลายและลงทุนในธุรกิจที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต เช่น F&B และ Health & Wellness ไปจนถึงธุรกิจท่องเที่ยว
  • Global : ขยายฐานธุรกิจไปยังต่างประเทศ ปัจจุบันดำเนินธุรกิจในต่างประเทศไปเเล้วกว่า 10 ประเทศ มี PTT Station รวมกว่า 400 สาขา และ Café Amazon อีกกว่า 380 สาขา
  • OR Innovation : ขับเคลื่อนนวัตกรรมตามแบบฉบับของ OR โดยลงทุนในธุรกิจที่ช่วยแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมและเป็นองค์กรที่ทันสมัย สร้าง O2O Experience ให้กับผู้บริโภคผ่าน All-in-one Application อย่าง xplORe

ดิษทัต ฉายภาพต่อว่า เมื่อตนเองเข้ามาทำหน้าที่ซีอีโอของ OR สิ่งที่เขาต้องการบรรลุให้ได้มากที่สุดคือการเปลี่ยนแปลง OR จากองค์กรขนาดใหญ่ที่อยู่ในกรอบหรืออาณาจักรของตัวเองให้กลายเป็นองค์กรที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของความเป็นผู้ประกอบการ ด้วยการถ่ายทอดแนวคิด RISE ให้กับบุคลากรทุกคน เพื่อต่อยอดไปสู่การสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้กับ OR ในระยะเวลาอันสั้น และนี่คือการเติบโตที่ 2“โตจากวิถีผู้นำ (RISE)” ประกอบด้วยหลักการทำงาน 4 ข้อ คือ

  • Result : การทำงานโดยมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
  • Intelligence : การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ พร้อมขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
  • Synergy : การผนึกกำลังของธุรกิจทั้งภายในและภายนอกกลุ่ม ปตท. เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนองค์กร
  • Entrepreneurship : การทุ่มเทในบทบาทหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณของ ผู้ประกอบการ มุ่งเน้นให้บุคลากรทุกคนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ

“สิ่งที่ OR จะขาดไม่ได้คือการ Synergy สิ่งนี้เปรียบได้กับพลังงานสำคัญในการเดินเครื่องธุรกิจ หากไม่มีจะไม่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้ ต่อมาคือจิตวิญญาณของความเป็น ผู้ประกอบการ นี่คือหัวใจสำคัญของการเป็นบริษัทที่พร้อมแข่งขัน ด้วยแนวคิด RISE จะสนับสนุนให้ทุกแนวคิดของผู้บริหารทุกคนมีสารตั้งต้นมาจากความเป็น ผู้ประกอบการ เพื่อให้ทุกการลงทุนมีเป้าหมายในการสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน”

ดิษทัต ยกตัวอย่างถึงการลงทุนของ OR ที่จะต้องมุ่งเน้นเป้าหมายชัดเจน ทุกการลงทุนต้องสร้างผลตอบแทนระดับที่น่าพอใจ ต้องได้ของที่มีคุณภาพ มีการพิจารณาเงื่อนไขการลงทุนอย่างละเอียด โดยจะเน้นไปที่การลงทุนที่มีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม (Indirect Benefit) เพื่อสร้างความเชื่อมโยงของ Value Chain ในพันธกิจอื่นๆ

ตัวอย่างเช่น การลงทุนใน “โอ้ กะ จู๋” ซึ่งเป็นธุรกิจอาหารสุขภาพ OR ได้เข้าไปใน Value Chain ของ โอ้ กะ จู๋ เพื่อมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือดูแลชาวบ้านและเกษตรกร สร้างโรงเรือนปลูกผักที่ขึ้นรูปจากเม็ดพลาสติก เพื่อปกป้องผลผลิตจากพายุฝน และละอองน้ำค้างแข็ง ช่วยให้เกษตรกรสร้างผลผลิตได้เต็มที่ นอกจากนี้ ยังเข้าไปช่วยแก้ Painpoint ของเกษตรกรด้วยการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ เพื่อลดต้นทุนค่าเครื่องทำความเย็นที่ใช้จัดเก็บผลผลิตของเกษตรกร โดยสามารถลดต้นทุนค่าไฟฟ้าจาก 30,000 บาทต่อเดือน เหลือเพียง 5,000 บาทเท่านั้น

หรือการเข้าซื้อกิจการแฟรนไชส์ซักผ้าหยอดเหรียญ Otteri ที่ OR ได้ประโยชน์ทางตรงจากการเติบโตของธุรกิจ ขณะเดียวกันก็มี Synergy Value ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจพลังงานด้วย โดย Otteri เปลี่ยนก๊าซ LPG มาใช้เป็นแบรนด์ OR อย่างก๊าซหุงต้ม ปตท. ทั้งหมด

“Synergy Value ของ OR เกิดขึ้นจากการมีจิตวิญญาณของความเป็น ผู้ประกอบการ เป็นการคิด ลงมือทำ เพื่อต่อยอด Value Chain เพราะการจะขับเคลื่อน OR เพื่อแข่งขันในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ ทุกคนจะต้องตระหนักถึงความเป็นเจ้าของ ทุกการลงทุน ต้องคิดอย่างรอบคอบ อาจเริ่มจากการถามตัวเองก่อนว่าถ้าเป็นตนเองจะลงทุนหรือไม่”

ปรับโครงสร้างใหม่ พร้อมลุยอนาคต

มุ่งเป็น Data Driven Organization

ดิษทัต ให้สัมภาษณ์พิเศษต่อว่า สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อน OR ให้เติบโตอย่างยั่งยืน คือการทำให้โครงสร้างพื้นฐานขององค์กรมีความเข้มแข็ง หลังจากมีการเปลี่ยนบทบาทจากธุรกิจ Oil and Retail สู่ธุรกิจ Mobility and Lifestyle เต็มตัว OR มีการปรับโครงสร้างสำคัญ 5 ด้าน ซึ่งนำไปสู่การเติบโตที่ 3 “โตจากการสร้างความพร้อม (Future-ready Organization)”

1. การตั้งฝ่ายกฎหมายดูแลทั้งภายในและภายนอก : จากเดิมที่มีส่วนงานเดียว ดูแลครอบคลุมเรื่องกฎหมายทั้งหมด แยกเป็น 2 ส่วนงาน คือ 1. หน่วยงานที่ดูแลเรื่องข้อกฎหมายภายใน โฟกัสในเรื่องการเป็นองค์กรธรรมาภิบาล (Good Governance) พร้อมสร้าง OR Way of Conduct ที่เป็นแนวทางปฏิบัติขององค์กร และ 2. หน่วยงานที่ดูแลเรื่องข้อกฎหมายภายนอก เน้นการจัดการคดีความต่างๆ

“การขับเคลื่อน OR ให้เติบโตผมมองว่าจะต้องมีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล ยิ่งองค์กรมีบริษัทลูกเยอะ จะต้องทำสิ่งที่เรียกว่า OR Way of Conduct ให้ได้ เพื่อให้บริษัทลูกในต่างประเทศ บุคลากร OR ทุกคน รู้ว่าแนวปฏิบัติที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ซึ่งตอนนี้เราทำเสร็จแล้ว และจะใช้แนวปฏิบัตินี้ในบริษัทลูกของ OR ทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

2. ติดตามทุกการลงทุนอย่างใกล้ชิด (Post Investment) : กำหนดนโยบายมุ่งเน้นให้กรรมการที่รับตำแหน่งในบริษัทร่วมทุนของ OR ต้องมีการรายงานการดำเนินงานของบริษัทอย่างต่อเนื่องและต้องรับรู้อนาคตของบริษัทร่วมทุนนั้นว่า มียังเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ หากไม่เป็นไปตามแผนจะต้องมีการเตรียมแผนรองรับ ไม่ว่าจะเป็นการปรับกลยุทธ์ใหม่ จนถึงการหยุดลงทุนเพื่อ Cut Loss

“ผมให้ความสำคัญเรื่องการติดตามผลการลงทุนอย่างมาก เพราะนี่คือส่วนผสมสำคัญของความเป็น ผู้ประกอบการ ทุกการลงทุนจะต้องมีการติดตามความเคลื่อนไหว ไม่ใช่ลงทุนแล้วปล่อยปละละเลยและทุกความช่วยเหลือธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก ความช่วยเหลือนั้นจะต้องไม่ใช่การช่วยที่ทำให้ตัวเองลำบาก แต่ต้องทำให้เป็นการเติบโตไปด้วยกัน”

3. ตั้งฝ่ายการเงินและบัญชีของตัวเอง (Inhouse F&A) : มีการตั้งฝ่ายการเงินและบัญชีเป็นของตัวเอง จากเดิมที่ใช้บริการจากหน่วยงานของ ปตท. ช่วยลดต้นทุนจาก 300 ล้านบาท เหลือไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี

4. ปรับโครงสร้างของ Café Amazon : มุ่งเน้นที่ ศูนย์ธุรกิจไลฟ์สไตล์ Café Amazon (OASYS) ในจังหวัด อยุธยา เนื่องจากศูนย์แห่งนี้มีหลายส่วนงานรวมอยู่ในที่เดียว ทั้งโรงคั่วกาแฟคลังสินค้าอัจฉริยะ โรงผสมกาแฟ โรงเบเกอรี่ มีการจัดซื้อกาแฟ จนถึงการจ้างรถขนส่ง

โดยมุ่งเน้นให้เกิดการวัด Efficiency เพื่อขับเคลื่อนให้องค์กรมีความเป็นเลิศในการดำเนินงาน (Operation Excellence) ทั้งการมุ่งเน้นประหยัดพลังงาน (Energy Saving) การบริหารจัดการคลังสินค้า (Inventory Management) การเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง (Optimize Logistic) และการคัดสรรเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ (Quality Sourcing)

5. ขับเคลื่อนแผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล : OR มีการผลักดันเรื่องดิจิทัลและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อมุ่งสู่การเป็น Digital and Data Driven Organization โดยมีแผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลตั้งแต่ปี 2024 จนถึงปี 2028 ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 12,000 ล้านบาท มุ่งเน้นการ Redesign โครงสร้างพื้นฐานให้สามารถตอบโจทย์ธุรกิจปัจจุบันและอนาคต มีการจัดเก็บ Data อย่างเหมาะสมสามารถนำเสนอบน Dashboard ได้แบบ Real Time ลดเวลาความซ้ำซ้อน เสริมความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

“OR เป็นบริษัทแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการนำระบบ SAP S/4HANA มาใช้ และใช้ในทั้ง 2 อุตสาหกรรม ได้แก่ IS Oil & Gas และ IS Retail (Industrial Solution for Retail) นอกจากนี้ ยังมีการวางระบบแบบ Streamline End to End Process ด้วยระบบ E-Order เชื่อมการทำงาน เพื่อลดขั้นตอนการทำงานและตรวจสอบสินค้าคงคลังแบบ Real Time ระบบการวางแผนสินค้าเข้าคลังแบบอัตโนมัติ (Demand Planning) รวมถึงปรับปรุงระบบ POS (Point of Sales) ในเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด”

ดิษทัต อธิบายว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลจะทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมของกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน Value Chain ได้ทั้งหมดและยังเห็นว่าพื้นที่ใดที่สามารถ ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ จนถึงการทำให้แต่ละ Node ในการดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด (Cost Optimization & Operational Excellence) ด้านผู้บริหารที่ต้องตัดสินใจ ก็จะสามารถตัดสินใจได้แม่นยำและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

“OR กำลังมุ่งเข้าสู่ธุรกิจที่เข้าใกล้ผู้บริโภคในหลากหลายมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในเรื่องของพลังงานเพียงอย่างเดียว เพราะว่าความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน ดังนั้น จึงต้องมีการใช้ประโยชน์จากข้อมูล เพื่อให้รู้จักลูกค้าจากพฤติกรรมจริง ซึ่งพฤติกรรมที่อัปเดตที่จะถูกนำไปวิเคราะห์ ต่อยอด จนระบุ ได้ว่าต้องตอบโจทย์ใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เพื่อทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด (Customer Satisfaction)”

“เพราะกล้า จึงเติบโต”

ปั้นเมกะโปรเจ็กต์ Café Amazon Park

ดิษทัต กล่าวว่า OR พร้อมก้าวออกไปเติบโตในธุรกิจอื่น โดยไม่ยึดติดกับความสำเร็จที่เคยมี พร้อมขับเคลื่อนแบบ In Action เน้นสร้างผลลัพธ์ เพื่อขยับตนเองจากพื้นที่ Comfort Zone ไปสู่พื้นที่ Growth Zone ให้ได้ นำมาสู่การเติบโตที่ 4 “โตจากความกล้าและการลงมือทำ (Comfort Zone to Growth Zone)”

ซีอีโอของ OR ขยายความต่อว่า 1 ในเมกะโปรเจ็กต์ที่เป็นความภาคภูมิใจของ OR คือการสร้าง Café Amazon Park ที่จังหวัดลำปาง โครงการนี้จะเป็น New Iconic ของประเทศไทย และเป็น Showroom ต้นแบบของการพัฒนา Value Chain ธุรกิจกาแฟแบบครบวงจร เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ตั้งแต่ต้น กลาง ไปจนถึงปลายน้ำ

โดย OR ได้เตรียมพื้นที่สำหรับโครงการ Café Amazon Park ไว้กว่า 600 ไร่ แบ่งพัฒนาในระยะแรก 300 ไร่ สำหรับการปลูกและวิจัยกาแฟ เริ่มต้นจากการค้นหาสายพันธุ์กาแฟที่ดีที่สุด บนพื้นดินประเทศไทยและสามารถให้ผลผลิตที่ดีที่สุด เพื่อเพาะพันธุ์ต้นกล้านำไปมอบให้กับเกษตรกร พร้อมต่อยอด
ไปสู่การผลิตกาแฟที่ดีที่สุดในโลก ซึ่ง OR มั่นใจว่าจะประสบ ความสำเร็จอย่างแน่นอน

“การเดินหน้าโครงการ Café Amazon Park ในจังหวัดลำปาง จะช่วยดึงดูดการลงทุนของนักธุรกิจทั่วโลกได้อย่างมาก OR ต้องการให้ที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมด้านอุตสาหกรรมกาแฟ มีการจัดสัมมนาด้านกาแฟระดับโลกเพื่อกระตุ้นความนิยม เป็นแหล่งรวมการค้นคว้าและวิจัย เป้าหมายคือ การพัฒนาสายพันธุ์กาแฟที่ดีที่สุดในโลก และ OR จะเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ครบทั้ง Value Chain”

ดิษทัต ฉายภาพว่า ภายในอาคาร Café Amazon Park จะมีห้อง Simulation Room 360 องศาสำหรับการนำเสนอ เรื่องราวของ OR แก่นักธุรกิจต่างชาติ พร้อมแล็บวิจัยกาแฟที่มีการระบุข้อมูลสายพันธุ์ต่างๆ และสายพันธุ์ที่พัฒนาโดย Café Amazon Park และห้องสุดท้ายจะเป็นพื้นที่ขายของ และร้าน Café Amazon ที่มีวิวเป็นสวนกาแฟเขียวขจี มีน้ำล้อมรอบ มีสวนดอกไม้ องค์ประกอบทั้งหมดนี้จะช่วยดึงดูดนักธุรกิจต่างชาติได้อย่างมาก

นอกจากกาแฟแล้ว OR ยังสนใจพัฒนาสายพันธุ์โกโก้ด้วย เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีโกโก้คุณภาพดี ปัจจุบัน เมนูโกโก้ใน Café Amazon เป็นการนำเข้าสายพันธุ์ของประเทศอินโดนีเซีย จึงมองว่า ควรจะต้องทำการวิจัยและพัฒนาให้เกิดขึ้นในประเทศไทยให้ได้ และยังมองถึงการต่อยอดไปทำโรงงานช็อกโกแลตรวมถึงทำให้ Café Amazon Park กลายเป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปางด้วย

โดย OR ต้องการให้ Café Amazon Park เป็น 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดลำปาง เพื่อให้ผู้คนมาพักผ่อนเยี่ยมชมสวนกาแฟ สวนโกโก้ สวนดอกไม้ ทำให้จังหวัดลำปางเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และเป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้ต่อประชากรมากขึ้น

“Café Amazon Park ถือเป็นความภูมิใจของบุคลากร OR ทุกคน ทั้งบุคลากรในอดีต ปัจจุบัน และผู้ที่จะเข้ามาร่วมงานในอนาคต เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคประชาชน ตอกย้ำบทบาทของ OR ในการเป็นคนดี ส่งมอบคุณภาพกาแฟที่ดีที่สุดในโลก แบบ Farm to Cup ให้กับลูกค้าทุกราย”

ดิษทัต ฉายภาพต่อว่า นอกจาก Café Amazon Park ที่เป็นเมกะโปรเจ็กต์แล้ว OR ยังขยายการเติบโตออกไปใน 6 ธุรกิจ ดังนี้

1. New Energy : ขยายเครือข่าย EV Station PluZ ด้วยการลงทุนราว 5,200 ล้านบาท สำหรับปี 2024 ถึง 2028 โดยตั้งเป้าให้มี EV Fast Charging 2,900 หัวชาร์จ DC ภายในปี 2024 และ 7,000 หัวชาร์จ DC ภายในปี 2030 เพื่อให้ในอนาคตไม่ว่าความต้องการของพลังงานจะเปลี่ยนไปในรูปแบบใด OR จะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างไร้รอยต่อ

2. OR Health and Wellnes : โดยธุรกิจ Health and Wellness เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะด้านสุขภาพและความงามที่มี Market Size ในประเทศกว่า 100,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ OR จึงพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกด้านสุขภาพและความงามอย่างเต็มตัวมุ่งขยายสัดส่วนของธุรกิจในกลุ่มนี้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเตรียมงบลงทุนสำหรับช่วง Prototype Phase ปี 2024 ถึง 2025 จำนวน 800 ล้านบาท และการลงทุนในเฟสถัดมาอีก 2,000 ล้านบาท

OR เปิดตัวแบรนด์ “found & found” เพื่อดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพและความงามสาขาแรกที่ใต้ตึก EnCo B และตั้งเป้าขยายเป็น 500-800 สาขา และ IRR 31% ภายในปี 2030 ด้วยการคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพจากคู่ค้าทางธุรกิจชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างญี่ปุ่นและเกาหลี

ด้วยจุดแข็งด้านกลยุทธ์โลเกชั่น (Strategic Location) ของร้านค้าพร้อมกับความสะดวกสบายในการเข้าถึงเครือข่ายของ PTT Station ที่ครอบคลุมทั่วประเทศที่จะเป็นจุดหมายปลายทางให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

3. Tourism : OR กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายธุรกิจในกลุ่มการท่องเที่ยว เพื่อต่อยอด Physical Asset ที่มีอยู่แล้ว รวมถึงการผนึกกำลังกับธุรกิจอื่นๆ ของ OR ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและประเมินรูปแบบของธุรกิจ พื้นที่ที่เหมาะสม รวมถึงการวาง Roadmap การดำเนินงานและผลตอบแทนที่จะได้รับ

4. Network of the Future : ขยายโมเดลธุรกิจบนพื้นที่ศักยภาพ ด้วยการขยายไปยังพื้นที่ Indoor ต่างๆ เช่น การตั้งแบรนด์ Community space ใหม่ที่ไม่มีน้ำมันอยู่เลย เน้นตอบโจทย์ด้าน Lifestyle เป็นหลัก

5. Second Home Base : ตั้งเป้าให้ขยายธุรกิจ Global ให้โตขึ้นเป็น 3 เท่าในปี 2030 ด้วยงบลงทุน 8,000 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2024 ไปจนถึงปี 2028 โดย 67% ของการลงทุนจะเน้นที่ประเทศกัมพูชา เนื่องจากมีพื้นที่และพฤติกรรมการบริโภคใกล้เคียงกับชาวไทย โดยจะมีการวางโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งคลังสินค้า และสำนักงานรองรับ เพื่อส่งเสริมการทำงานแบบ Synergy ระหว่าง OR และ PTTCL

6. xplORe : พัฒนา All-in-one Application อย่าง xplORe งบลงทุน 5 ปี 1,600 ล้านบาท เพื่อเป็นช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับ OR ในอนาคต ตั้งเป้ามีผู้ใช้ 2.8 ล้านคนในปี 2024 และ 13.9 ล้านคน (IRR 11.53%) ในปี 2030

เดินเครื่อง SDG ยกระดับระบบนิเวศ

มุ่งโตด้วยความภูมิใจและความเชื่อมั่น

ดิษทัต กล่าวว่า OR มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นรูปธรรม นำไปสู่การเติบโตที่ 5 “โตจากการยกระดับระบบนิเวศ (SDG)” โดย OR มีการตั้งเป้าภายในปี 2030 ผ่าน OR SDG ที่ทำหน้าที่เป็น Quick Win ช่วยให้เข้าใกล้เป้าหมายได้เร็วขึ้น โดย OR SDG จะใช้หลักการ 3P คือ 1. People หมายถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน 2. Prosperity หมายถึงการสร้างความเจริญ ทำให้เกิดการกระจายรายได้ 3. Planet คือการดูแลสิ่งแวดล้อม สะท้อนออกมาผ่าน 3 ภารกิจหลักที่ OR ต้องบรรลุให้ได้ภายในปี 2030 ดังนี้

Small : โตไปกับคนตัวเล็ก เช่น โครงการไทยเด็ด โครงการ Café Amazon for Chance โครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน

Diversified : โตไปกับพันธมิตร เช่น การจับมือทางธุรกิจต่างๆ อย่าง found & found โอ้กะจู๋ Pacamara Kamu Kamu Otteri

Green : โตไปกับสังคมสะอาด เช่น EV Station PluZ กว่า 900 สาขา ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วไทย การติดตั้ง Solar Roof ใน PTT Station ที่ช่วยทั้งลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยลดต้นทุนค่าไฟ โดยมีการติดตั้ง ไป 14.46 MWp และตั้งเป้าหมายขยายการติดตั้งให้ครบ 18 MWp ภายในปี 2030 รวมไปถึงสถานีบริการต้นแบบ PTT Station วิภาวดี 62 ซึ่งมีการใช้พลังงานหมุนเวียนแบบ 100%

“ภายในปี 2030 OR จะเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดยจะต้องชดเชยการปล่อยคาร์บอนให้ได้อย่างน้อย 30% ของพอร์ตโฟลิโอ นอกจากนี้ ยังเชิญผู้ให้การรับรองคาร์บอนเครดิตมาตรฐานสากลระดับโลก มาช่วยดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ ส่งผลให้ OR สามารถนำคาร์บอนเครดิตที่ผลิตขึ้นมา ไปเทรดในตลาดทั่วโลกได้ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net-Zero Emission ในปี 2050”

ดิษทัต เน้นในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ถึงการเติบโตที่ 6 “โตจากความภูมิใจและความเชื่อมั่น (Pride & Trust)” โดยระบุว่า OR เป็นทั้งความภูมิใจให้กับคนไทยและความเชื่อมั่นให้กับโลก ต้องขอบคุณสังคมที่มองเห็นความสามารถและผลงานของ OR ตลอดจนถึงคนที่คอยสนับสนุน OR พนักงาน OR ทั้งหมดที่รวมพลังกันในการปฏิบัติหน้าที่

ทำให้ OR ได้รับรางวัลในด้านต่างๆ มากมายทั้งในประเทศและระดับสากล โดยเฉพาะการครองอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Retail) ในดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI โดยถูกคัดเลือกให้อยู่ในทำเนียบธุรกิจที่มีความยั่งยืน ระดับชั้น Top 1% ระดับสูงสุด จาก S&P Global ถือเป็นกระจกสะท้อนทุกการเติบโตที่มาพร้อมกับความภาคภูมิใจของคน OR ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกรกฎาคม 2567 ฉบับที่ 507 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...