รู้หรือไม่? หาวบ่อย ไม่ได้แปลว่าง่วง
ในชีวิตประจำวันของเรา บางครั้งการนอนน้อย อาจทำให้รู้สึกง่วง หรือจะเป็นความรู้สึกเบื่อหน่ายจากในที่ประชุม อาการเหล่านี้ทราบหรือไม่คะว่าทุกครั้งที่เราหาว…ไม่ได้แปลว่าจะต้องรู้สึกง่วงเสมอไป วันนี้เราจึงมีเกร็ดความรู้เล็กๆเกี่ยวกับอาการหาวบ่อย ไม่ได้แปลว่าง่วงเสมอไป มาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ
การหาวคืออะไร?
การหาวคือกระบวนการทางธรรมชาติที่มักเกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ ประกอบด้วยการอ้าปากให้กรามขยายออกกว้างที่สุด พร้อมด้วยการสูดหายใจเข้าลึก ๆ ผ่านทางช่องปากและจมูก ตามด้วยการผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ และอาจมาพร้อมกับท่าทีของการเหยียดแขนเหยียดขาในบางครั้ง ตบท้ายด้วยความรู้สึกสดชื่น สบาย หลังจากที่เราหาวเสร็จ
เพราะอะไรเราถึงหาว…?
เกิดจากการสังเกต คือ การหาวเพราะสภาพทางร่างกาย และการหาวเพราะสภาพทางจิตใจ
การหาวเพราะสภาพทางร่างกาย หาวเพราะง่วงนอน เห็นได้จากก่อนที่เราจะนอน ก็จะรู้สึกง่วง ความตื่นตัวลดลง เราก็จะหาวติดต่อกันแล้วก็ง่วงมากขึ้น หรือช่วงหลังตื่นนอนทันทียังสะลึมสะ ลือ ก็หาวหลังจากนั้น ก็สดชื่นขึ้น จึงมีประเด็นว่า การหาว อาจเกิดเพราะก๊าซคาร์บอนไดออก ไซด์สูงขึ้น และออกซิเจนลดต่ำลงในช่วงที่เพิ่งตื่นนอน หรือเพราะหาวแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นเพราะร่างกายอาจได้ออกซิเจนเพิ่มขึ้น
การหาวเพราะสภาพทางจิตใจ หมายถึง การเบื่อ เป็นภาษาทางกายสากล ไม่ว่าคนเชื้อชาติไหน ถ้าหาวก็บ่งถึงว่ามีอาการเบื่อหน่าย บางครั้งการหาวจากคนหนึ่งก็อาจส่งผลให้คนอื่นๆที่อยู่รวมกันมีอาการหาวได้ ดังนั้น การหาวก็เป็นพฤติกรรมการแสดงออกทางสังคมอย่างหนึ่ง
การหาวบ่อยๆเป็นโรคหรือไม่? เมื่อใดควรพบแพทย์?
⁻นอนไม่พอ ตื่นมาแล้วรู้สึกว่าไม่สดชื่น ต้องหาวบ่อยๆ จึงดีขึ้น
⁻นอนไม่หลับ ทำให้พักผ่อนไม่พอ ง่วงตลอดเวลา ก็หาวบ่อยๆ
⁻ทานอาหารมากเกินไป โดยเฉพาะแป้ง น้ำตาล ทำให้ง่วงซึม เฉื่อยชา เนื่องจากมีสารสื่อประสาทซีโรโทนิน (Serotonin) สูงขึ้น
⁻โรค/ภาวะนอนหลับแล้วหยุดหายใจ ทำให้เหมือนคนนอนไม่พอ
⁻ภาวะซีด
⁻ซึมเศร้า
⁻ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน
อายุเท่านี้ นอนกี่ชั่วโมงถึงพอ
-เด็ก 3-5 ปี ควรนอน 10 -13 ชั่วโมง/ วัน (รวมนอนกลางวัน)
-เด็ก 6-12 ปี ควรนอน 9 -12 ชั่วโมง/ วัน
-วัยรุ่น 13-18 ปี ควรนอน 8 -10 ชั่วโมง/ วัน
-วัยทำงาน ควรนอน 7 -9 ชั่วโมง/ วัน