โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“IRPC” เพิ่มกำลังการกลั่น หลังกวาดกำไร Q1 พุ่ง 413%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 พ.ค. 2567 เวลา 06.38 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2567 เวลา 06.38 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับการดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและน้ำมัน จากปัญหาเศรษฐกิจโลกซบเซา โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวน

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “นายกฤษณ์ อิ่มแสง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC 1 ใน 6 ธุรกิจโรงกลั่นของประเทศ ถึงแนวทางการนำพาธุรกิจฝ่าความท้าทายครั้งนี้

กำไรสุทธิ Q1 พุ่ง 413%

นายกฤษณ์ฉายภาพว่า IRPC ไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้จากการขายสุทธิ 74,644 ล้านบาท ลดลง 1,116 ล้านบาท หรือ 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณขายลดลง 8% ตามกำลังการผลิตที่ลดลง ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7% ส่งผลให้มี EBITDA 4,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีต้นทุนค่าเสื่อมสภาพของโรงกลั่นน้ำมันที่เป็นต้นทุน 1,000 ล้านบาทต่อเดือน ทำให้มีกำไรสุทธิ 1,545 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 413% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

“โรงกลั่นถือเป็นพระเอกของไตรมาสนี้ เนื่องจาก Market GRM เพิ่มขึ้นเป็นผลจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันเตาเทียบกับราคาน้ำมันดิบดูไบ และจากค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคที่ลดลง ขณะที่ธุรกิจปิโตรเลียมก็มี Market GRM ลดลง สาเหตุหลัก ๆ มาจากกลุ่มน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน และส่วนต่างราคายางมะตอยเทียบกับราคาน้ำมันเตาปรับลดลง รวมถึงความต้องการผลิตภัณฑ์กลุ่มปิโตรเคมียังคงซบเซาต่อเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว”

โดยโรงกลั่น UCF ได้ดำเนินการเชิงพาณิชย์ เมษายน 2567 ซึ่งพัฒนาโรงกลั่นน้ำมันให้ผลิตน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 โดยมีค่ากำมะถันอยู่ที่ 10 PPM ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพการขายภายในประเทศที่ทำกำไรได้มากกว่า ให้สามารถขายได้เต็มกำลังผลิตที่ 420 ล้านลิตรต่อเดือน จากเดิม 250 ล้านลิตรต่อเดือน โดยตั้งเป้าหมายกำไรอยู่ที่ 1,000-2,000 ล้านบาท

IRPC

ปัจจัยหนุนไตรมาส 2-3

บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานโดยรวมของปี 2567 น่าจะดีกว่าปี 2566 ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 ทุกธุรกิจมีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจโรงกลั่นอาจจะค่าการกลั่นจะกลับมา เพราะได้อานิสงส์จาก Driving Season ที่มีการท่องเที่ยวมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงหน้าร้อนและเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว

“ตอนนี้ยังต้องจับตาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไม่นานมานี้ นายอิบราฮิม ราอีซี ประธานาธิบดีอิหร่านเสียชีวิต ในระยะสั้น จากประสบการณ์ที่อยู่ในตลาดนี้ อาจจะมีผลกระทบกับราคาน้ำมันและราคาทองคำเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพราะอิหร่านถือเป็นคู่กรณีของการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ก็ประเมินแล้วว่า ราคาน้ำมันในปีนี้จะแกว่งตัวน้อยกว่าปีที่แล้ว”

ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมี แม้ว่าไตรมาส 2 จะเป็นช่วงขาลง จากเศรษฐกิจจีนไม่ฟื้นตามที่คาดไว้ มีผลกระทบต่อความต้องการใช้ปิโตรเคมีในตลาดโลก รวมถึงจีนดำเนินนโยบายแบบพึ่งพาตนเอง จึงมีการตั้งหน่วยผลิตปิโตรเคมีในประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วน IRPC ยังมองว่าธุรกิจปิโตรเคมีของบริษัทยังมีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก ABS สำหรับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น

อีวีดันความต้องการปิโตรเคมี

“ปิโตรเคมีได้อานิสงส์จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในประเทศ จากการตั้งฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ทำให้ย่อมต้องมีการใช้ชิ้นส่วนหรืออะไหล่ที่ผลิตในประเทศ ตามเงื่อนไขการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยจะกลับมาผลิตเต็มกำลังผลิต 100% ที่ 180,000 ตันต่อปี หลังจากที่ลดกำลังการผลิตลง 50% เนื่องจากยังไม่มีอุปสงค์ สำหรับการผลิตทั้งหมดนี้จะสามารถรองรับความต้องการใช้ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีสัดส่วนการขายในประเทศ 40% และส่งออก 60%”

นอกจากการขายในตลาดจีนแล้ว บริษัทยังได้แสวงหาตลาดใหม่ผ่านความร่วมมือทางธุรกิจ ซึ่งไม่นานมานี้ได้เริ่มพูดคุยกับพันธมิตรจากอินเดียอยู่ เพราะมองว่า ตลาดอินเดียมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะอยากให้ตลาดอินเดียมาแทนที่ตลาดจีนที่ยังซบเซา แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเป็นเท่าไหร่ เนื่องจากการแข่งขันในตลาดอินเดียสูงมาก ทำให้เรามีช่องทางให้เติบโตหรือไม่ หรือถ้าไม่คุ้มค่า เราอาจจะไปหาตลาดใหม่ที่มีการแข่งขันน้อยกว่า แต่ความต้องการสูงแทนก็เป็นไปได้

IRPC

เสริมแกร่งธุรกิจเดิม

การเพิ่มความคล่องตัวให้โรงกลั่นและปิโตรเคมี ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ใช่ท่อเดียวกันในการส่งวัตถุดิบ โดยเราจะเพิ่มความคล่องตัวให้ทั้ง 2 โรงงานให้สามารถดำเนินการได้เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งเน้นการขายในประเทศมากกว่าการส่งออก เนื่องจากการขายในประเทศได้กำไรมากกว่าการขายต่างประเทศ โดยตั้งเป้าว่าจะทำรายได้ 1,000-2,000 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพของคลังกักเก็บและการให้บริการเช่า-กักเก็บ ตั้งเป้าหมายทำรายได้ 100-200 ล้านบาท รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Products) ในธุรกิจปิโตรเคมีเป็น 38% เพิ่มจากปีก่อน 5% จนเพิ่มเป็น 50% ภายในปี 2568 ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ 800-1,000 ล้านบาท

โดยมีตลาดเป้าหมาย ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้าง อุตสาหกรรมยานยนต์ ธุรกิจสุขภาพ ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยผลิตภัณฑ์ชูโรง ได้แก่ HDPE100RC ซึ่งเป็นท่อสำหรับงานก่อสร้างที่สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ทุกแบบ และช่วยลดต้นทุนการขุดเจาะหน้าดิน

เปิดตัวสินค้าใหม่

บริษัทเตรียมจะเริ่มจำหน่าย PPR ท่อน้ำร้อนน้ำเย็นสำหรับก่อสร้างอาคารสูง ราคาย่อมเยากว่าท่อเหล็กและไม่เป็นสนิม รวมถึงง่ายต่อการดูแลรักษาและปลอดสารพิษอันตราย ไตรมาส 4 ปี 2567 รวมถึง Meltblown & PP Spunbond ซึ่งเป็นเจ้าแรกในอาเซียนที่มีทั้งสองผลิตภัณฑ์

โดยเม็ดพลาสติกที่ถักทอเป็นผ้าสำหรับผลิตอุปกรณ์การแพทย์ เช่น ชุดกาวน์ หรือหน้ากากอนามัย N95 เป็นต้น ซึ่งมีกำหนดวางขาย PP Spunbond ภายในปี 2567 ส่วน Meltblown จะจำหน่ายในปี 2568

นอกจากนี้ เรายังมี UHMWPE ซึ่งเป็นเม็ดพลาสติกวิศวกรรมที่มีความยืดหยุ่นและทนทานต่อแรงกระแทก ซึ่งเหมาะกับทุกอุตสาหกรรม เรียกว่าจะเป็นพระเอกของเราในอนาคต โดยสามารถนำไปผลิตเป็นชิ้นส่วนภายในแบตเตอรี่และนำไปผลิตหลาย ๆ อย่าง เช่น การผลิตชุดเกราะ หรือชุดกีฬาเอ็กซ์ตรีม ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากตลาดจีน

IRPC

รวมถึงมีพัฒนาเครื่อง 3D Printing Filament สำหรับผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ทางการแพทย์ ซึ่งร่วมมือกับหลายสถาบันสุขภาพและโรงพยาบาล รวมถึงมีแผน Save Overcome Strive (SOS) เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานผ่านการบริหารจัดการการลงทุนและสินทรัพย์ โดยตั้งเป้าจะสร้างรายได้เพิ่ม 1,500-1,800 ล้านบาท

ลุยธุรกิจใหม่

สำหรับธุรกิจ Health & Life Science พวกฟิลเตอร์เครื่องกรอง ส่วนธุรกิจ Advanced Materials ได้ร่วมกับ VISUP ซึ่งเป็นธุรกิจ Startup ของสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) โดยร่วมพัฒนาตัววัดอุณหภูมิอัจฉริยะ และธุรกิจ Green & Circular กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรในการคิดค้นวัตถุดิบที่สามารถรีไซเคิลได้ไม่จำกัดครั้ง

ส่วนธุรกิจ Future Energy ดำเนินการที่เป็นพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด เตรียมติดตั้งแผงโซลาร์ในพื้นที่โรงงานทั้งหมด โดยปัจจุบัน IRPC มีพื้นที่กว่า 1,800 ไร่ ในพื้นที่ระยอง ซึ่งเรามีพื้นที่เพียงพอติดตั้งพลังงานสะอาดให้กับโรงงานที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม จ.ระยอง

IRPC

รวมถึงสามารถนำผลพลอยได้จากโรงงานโอเลฟินส์ ได้แก่ อะเซทิลีนแบล็ก (Acetylene Black) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตลิเทียมแบตเตอรี่ในอุตสาหกรรมยานยนต์และยานยนต์ไฟฟ้าที่เราจะเข้าไป

สำหรับธุรกิจ Assets and Services ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการพัฒนาธุรกิจโรงพยาบาล และธุรกิจที่พักเพื่อสุขภาพ ร่วมกับเครือโรงพยาบาลปิยเวช

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “IRPC” เพิ่มกำลังการกลั่น หลังกวาดกำไร Q1 พุ่ง 413%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...