โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลือกตั้ง 8 ก.พ. เกมชี้ชะตาอำนาจ

เดลินิวส์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ดีเดย์การเลือกตั้งระดับชาติในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 ถูกวางภาพว่าเป็น “วันคืนอำนาจให้ประชาชน”

แต่ในความเป็นจริง นี่คือสนามประลองที่ประชาชนต้องลงแข่งกับกติกา ไม่ใช่แค่พรรคการเมือง การหย่อนบัตรครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเลือกสส. หากแต่ยังเป็นการท้าชนโครงสร้างอำนาจหลังการเลือกตั้ง

สนามแข่งขันกันขอเสียงสนับสนุนในช่วงโค้งสุดท้าย นี้มี 3 ผู้เล่นตัวท็อป ทั้ง “พรรคส้ม” พรรคประชาชนที่ชูสโลแกน “มีเราไม่มีเทา” พร้อมนำเสนอ 36 นโยบายเด็ด มุ่งพัฒนาสวัสดิการ ปฏิรูปการดูแลสุขภาพของประชาชน เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ ที่สำคัญยังเน้นย้ำบทบาทหน้าที่ตรวจสอบภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเกี่ยวกับการบริหารกองทุนประกันสังคม ที่ซื้อใจได้แต้มจากคนวันทำงานราว 24 ล้านเสียง

ขณะที่พรรคเพื่อไทย สัญลักษณ์สีแดง ชูภาพลักษณ์ “ดร.เชน - ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับ 1 ในเกมประนีประนอมกับโครงสร้างเดิม ควบคู่กับการชูนโยบายแก้หนี้สินให้ประชาชน สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน พร้อมปลุกใจ “แดงทั้งแผ่นดิน” อีกครั้ง หวังส่งพลังให้พรรคเพื่อไทยขึ้นติดอันดับ 1 ใน 3 พรรคจ่าฝูง

อีกทั้งมี“ค่ายน้ำเงิน” พรรคภูมิใจไทย มีแต้มต่อเชิงอำนาจจากกติกา เครือข่ายการเมือง และกลไกราชการซัพพอร์ตเต็มแม็ก แถมยังชูนโยบาย “คนละครึ่งพลัส” ต่อยอดจากยุค “รัฐบาลลุงตู่” โกยแต้มจากขั้วอนุรักษ์นิยม

งานนี้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ผู้สวมหมวกอีกใบในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศว่า “พ่อสอนตั้งแต่เด็กว่า ไปแข่งขันอะไร พยายามให้เป็นที่ 1 อย่าเป็นที่ 2 เพราะเป็นที่ 2 คนจะลืม สมมติว่าผมเป็นที่ 1 ในการเลือกตั้งไม่ได้ แต่ถ้ามีการดำเนินการใดๆ ในระบบรัฐสภาตามระบอบประชาธิปไตย ก็ต้องเป็นที่ 1 ในขั้วนั้นๆให้ได้”

เป็นการส่งสัญญาณชัดว่า เกมการเมืองหลังปิดคูหาการเลือกตั้ง ไม่ว่าใครจะได้คะแนนมาเป็นพรรค อันดับ 1 แต่ในการจัดตั้งรัฐบาลจะต้องมีพรรคภูมิใจไทยอยู่ในสมการอำนาจด้วย ซึ่งจะเป็นจริงได้หรือไม่ ต้องรอดูวันที่ 8 ก.พ.นี้

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 8 ก.พ. ยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการออกเสียงประชามติว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้เป็นคำถามสั้นๆ แต่ผลสะเทือนยาวไกล เพราะหากประชาชน“เห็นชอบ” จะเป็นจุดสตาร์ทในการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองในระยะยาว แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะราบรื่นโดยง่าย

ตรงกันข้าม นี่อาจเป็นเพียงก้าวแรกของกระบวนการที่ต้องฝ่าประชามติอีกหลายรอบ ผ่านด่านรัฐสภา วุฒิสภา และศาลรัฐธรรมนูญ กลายเป็นคำถามกลับมาหาประชาชนว่าพร้อมหรือไม่กับการเปลี่ยนแปลงที่ “ช้า แพง และเสี่ยงถูกเบรกกลางทาง”

ดังนั้น เกมหลังคูหา ไม่ว่าผลจะออกมาว่าใครเป็นผู้ชนะ ก็ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะบทเรียนจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำให้ทุกฝ่ายรู้ดีว่าชนะคะแนนเสียงไม่เท่ากับชนะอำนาจ การจัดตั้งรัฐบาลยังเต็มไปด้วยดีลลับ การต่อรอง และแรงกดดันจากกลไกนอกสภา สูตรพิสดารในการตั้งรัฐบาลผสมอาจกลับอีกครั้ง เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นได้ในการเมืองไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...