โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

1 ปีหลังภาษีทรัมป์ ‘กสิกรไทย’ ชี้เกมการค้าโลก กำลังจัดระเบียบใหม่

TODAY

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

ผ่านไป 1 ปีหลังนโยบาย ‘America First Trade Policy’ของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ภาพการค้าโลกที่กำลังถูกจัดระเบียบใหม่เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ

แต่เป็นการขยับหมากใหม่ทั้งกระดาน สหรัฐฯ ใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั้งแบบตอบโต้และแบบเจาะรายสินค้า ไล่ตั้งแต่เหล็ก อะลูมิเนียม รถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ไปจนถึงเซมิคอนดักเตอร์ และมีสัญญาณว่าจะขยายไปถึงอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ด้วย

เป้าหมาย คือ ดึงฐานการผลิตกลับประเทศ หรือ reshoring ให้โรงงานสำคัญกลับมาอยู่ในสหรัฐฯ มากขึ้น ลดการพึ่งพาต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน

‘บุรินทร์ อดุลวัฒนะ’ Chief Economist ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แม้มาตรการเหล่านี้ทำให้บรรยากาศการค้าโลกตึงตัวขึ้น แต่ผลกระทบยังไม่รุนแรงทันที เพราะบางมาตรการเลื่อนใช้ และหลายประเทศยังไม่ตอบโต้เต็มที่

สิ่งที่เปลี่ยนชัดที่สุดคือความไม่แน่นอน ธุรกิจทั่วโลกต้องคิดใหม่ว่าจะลงทุนที่ไหน จะวางฐานการผลิตอย่างไร และจะกระจายความเสี่ยงแบบไหน

[ โลกไม่ได้รอให้สหรัฐฯ กำหนดเกมฝ่ายเดียว ]

ในขณะที่สหรัฐฯ เลือกใช้กำแพงภาษี หลายประเทศกลับเร่งสร้างเครือข่ายการค้าใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยง

อินเดียสามารถปิดดีลการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปได้สำเร็จหลังเจรจายาวนานกว่า 20 ปี และยังทำข้อตกลงบางส่วนกับสหรัฐฯ ได้อีก ทำให้อินเดียกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้จังหวะจากภูมิทัศน์การค้าแบบใหม่นี้ นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มมองอินเดียเป็นฐานผลิตทางเลือกแทนจีน

ด้านจีน แม้มูลค่าการส่งออกไปสหรัฐฯ จะลดลงราว 20% ในปีที่ผ่านมา แต่ภาพรวมการส่งออกยังขยายตัว และเกินดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ เพราะจีนเร่งหาตลาดใหม่ในอาเซียน ยุโรป และแอฟริกา พร้อมทั้งสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภายในประเทศอย่างจริงจัง

อีกไพ่ใบสำคัญคือแร่หายาก หรือ Rare Earth ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ จีนยังถือความได้เปรียบในห่วงโซ่อุปทานส่วนนี้อย่างมาก ทำให้การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องภาษี แต่กลายเป็นการแข่งขันเพื่อควบคุมทรัพยากร เทคโนโลยี และความมั่นคงระยะยาว

โลกการค้าจึงไม่ได้แบ่งแค่ ‘ใครเก็บภาษีใคร’ แต่กำลังขยับไปสู่เกมที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก

[ โรงงานอาจกลับ แต่แรงงานอาจไม่ได้กลับมาเท่าเดิม ]

‘บุรินทร์’ เล่าต่อว่า หนึ่งในความหวังของ ‘ทรัมป์’ คือการดึงอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์กลับมาผลิตในประเทศ โดยเฉพาะชิป ยานยนต์ และอุตสาหกรรมยา

หลายบริษัทประกาศลงทุนเพิ่มในสหรัฐฯ เพื่อรับแรงจูงใจจากนโยบายดังกล่าว เม็ดเงินลงทุนมีจำนวนไม่น้อย และบางโครงการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐโดยตรง

แต่โลกการผลิตยุคใหม่แตกต่างจากอดีต โรงงานวันนี้ใช้ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และ AI มากขึ้น แม้จะมีการสร้างโรงงานใหม่ แต่จำนวนแรงงานอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นในระดับเดียวกับยุคอุตสาหกรรมแบบเดิม

ตัวเลขการจ้างงานภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ยังไม่ได้ฟื้นตัวชัด มีเพียงบางกลุ่ม เช่น เหล็กและโลหะ ที่เห็นการเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาพรวมยังเผชิญแรงกดดัน

คำถามจึงไม่ใช่แค่ ‘โรงงานจะกลับมาหรือไม่’ แต่คือ ‘การกลับมาครั้งนี้จะสร้างแรงส่งทางเศรษฐกิจได้มากพอหรือเปล่า’

[ จากประเทศ สู่บริษัท และกฎหมาย ]

อีกความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ วิธีคิดด้านการค้าของสหรัฐฯ เริ่มขยับจากการมองประเทศต้นทางของสินค้า ไปสู่การดูบริษัทและเจ้าของเงินทุนมากขึ้น

หากบริษัทใดตกลงเข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ ก็อาจได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีเป็นกรณีๆ ไป แนวทางนี้ทำให้การเจรจาไม่ได้เกิดขึ้นแค่ระดับประเทศ แต่ลงไปถึงระดับบริษัทโดยตรง

นโยบายบางส่วนยังใช้อำนาจตามกฎหมาย IEEPA ซึ่งเปิดทางให้ประธานาธิบดีใช้มาตรการทางเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม คำตัดสินของศาลในอนาคตอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากมีการวินิจฉัยที่กระทบต่อการใช้อำนาจดังกล่าว ก็อาจทำให้มาตรการบางอย่างต้องทบทวนใหม่ การค้าโลกในวันนี้จึงเกี่ยวข้องทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และกฎหมายไปพร้อมกัน

[ ไทยในเกมที่ซับซ้อนมากขึ้น ]

ภายใต้ยุทธศาสตร์ความมั่นคง สหรัฐฯ พยายามปิดช่องทางที่สินค้าจากประเทศที่ถูกเก็บภาษีอาจไหลเข้าสหรัฐฯ ผ่านประเทศที่สาม

แม้ไทยจะไม่ได้ถูกเอ่ยชื่อโดยตรง แต่หากมีบริษัทต่างชาติมาตั้งฐานในไทยเพียงเพื่อใช้เป็นทางผ่าน โดยไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มจริง ความเสี่ยงที่จะถูกจับตาย่อมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์

โจทย์ของไทยจึงไม่ใช่แค่การดึงเม็ดเงินลงทุน แต่ต้องทำให้เห็นว่าการลงทุนเหล่านั้นสร้างงาน สร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ และมีความโปร่งใสด้านแหล่งที่มาของเงินทุน

ในอีกด้านหนึ่ง ไทยเองก็ต้องเร่งกระจายความเสี่ยงทางการค้า เดินหน้าข้อตกลงการค้าเสรีกับคู่ค้าหลัก และยกระดับอุตสาหกรรมของตัวเองให้แข่งขันได้ในโลกที่มาตรฐานและความมั่นคงกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญ

[ ปีนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ]

สุดท้าย ‘บุรินทร์’ บอกว่า ปีนี้ 2569 จะเป็นช่วงเวลาที่หลายปัจจัยมาบรรจบกัน ไม่ว่าจะเป็นการพบกันของผู้นำจีน–สหรัฐฯ การทบทวนข้อตกลงการค้า และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

ทุกเหตุการณ์ล้วนมีผลต่อท่าทีด้านภาษีและทิศทางนโยบายในระยะต่อไป เกมวันนี้ไม่ได้วัดกันแค่ต้นทุนหรืออัตราภาษีอีกแล้ว แต่รวมถึงความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ความสามารถในการพึ่งพาตัวเอง และความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศ

เพียงหนึ่งปีเกมการค้าโลกก็เดินหน้าไปไกลกว่าที่หลายคนคิด และคำถามสำคัญคือ ประเทศอย่างไทยจะวางตำแหน่งตัวเองอย่างไรในกระดานใหม่นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...