โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ไฟตะวันออกกลางป่วนตลาด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ความระอุของสงครามตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นแบบไม่ให้ตลาดได้ตั้งตัว เมื่อคลังน้ำมันของอิหร่านหลายแห่งถูกถล่มต่อเนื่อง กระทบโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาคโดยตรง ขณะเดียวกันเส้นทางขนส่งยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซก็ยังหยุดชะงัก ส่งผลให้ความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันตึงตัวพุ่งขึ้นทันที ภาพที่ตามมาคือราคาน้ำมันดิบWTIและ Brentทะยานทะลุระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างรวดเร็ว ชนิดที่นักลงทุนจำนวนไม่น้อยตั้งหลักแทบไม่ทัน เพราะแรงซื้อเชิงป้องกันความเสี่ยงไหลเข้ามาแบบไม่พักหายใจเพคะ

เมื่อราคาพลังงานดีดตัวแรงเช่นนี้ สิ่งที่ตลาดหวั่นใจมากที่สุดก็คือ “เงินเฟ้อรอบใหม่”ที่อาจกลับมาหลอกหลอนเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง และถ้าค่าครองชีพพุ่งขึ้นพร้อม ๆ กับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ก็มีโอกาสสูงที่หลายประเทศจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยตามมา บรรยากาศดังกล่าวทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเข้าสู่โหมดตื่นตระหนกนักลงทุนเลือกเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อลดความเสี่ยง ส่งผลให้ดัชนีหุ้นในหลายภูมิภาคร่วงลงพร้อมกันเป็นโดมิโนพะเจ้าค่ะ

ส่วนตลาดหุ้นไทยวานนี้ก็หนีไม่พ้นแรงกดดันดังกล่าว ดัชนีปิดที่ระดับ 1,382.97 จุด ลบไป 27.40 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.43 หมื่นล้านบาท สะท้อนอาการ “ขายก่อน คิดทีหลัง”ของนักลงทุนได้อย่างชัดเจน งานนี้ต้องบอกว่า โมเมนตัมของตลาดไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ที่ยากจะคาดเดาและถ้าสถานการณ์ยังยืดเยื้อแบบนี้ “โมนิก้า” เชื่อว่าความผันผวนในตลาดการเงินทั่วโลกคงยังไม่จบง่าย ๆ เจ้าค่ะ

ด้วยสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด “โมนิก้า” เข้าใจดีว่านักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มรู้สึกหวั่นไหวกับความผันผวนของตลาดหุ้นจากปัจจัยสงครามในตะวันออกกลาง แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วก็ไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนกจนเกินเหตุ เพราะทุกวิกฤตมักซ่อน “โอกาส”เอาไว้เสมอ โดยเฉพาะจังหวะที่หุ้นดี ๆ ถูกเทขายแบบ Panic Sell จนราคาลงแรงเกินพื้นฐานงานนี้จึงมองว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการ “รับของถูก”สำหรับคนที่ยังมีเงินเย็นและกล้ารับความผันผวนได้เพคะ

หรือหากใครอยากลงทุนแบบสบายใจกว่าเดิม “โมนิก้า” ก็มองว่าหุ้น High Dividendยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยสร้างกระแสเงินสดให้พอร์ตในระยะสั้น โดยเฉพาะจังหวะสะสมก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม หุ้นกลุ่มนี้มักให้ยีลด์มากกว่า 5%และมีความผันผวนของราคาค่อนข้างต่ำ (Beta < 1)อีกทั้งพื้นฐานกำไรและฐานะการเงินยังแข็งแกร่งพอจะช่วยพยุงพอร์ตลงทุนในช่วงตลาดผันผวนแบบนี้ได้พอสมควรเจ้าค่ะ

อย่างเช่นรายของ KTB รอบนี้ต้องบอกว่า “ใจป้ำ” ไม่น้อย เพราะประกาศจ่ายปันผลรวม 2.24 บาทต่อหุ้น แบ่งเป็นปันผลปกติ 1.64 บาทต่อหุ้น และปันผลพิเศษอีก 0.60 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 10 เม.ย. 69 และกำหนดจ่าย 30 เม.ย. 69 คิดเป็นยีลด์ราว 6.74% จากราคาหุ้นปิดล่าสุดที่ระดับ 33.25 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 1.48% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.14 พันล้านบาท ซึ่ง “โมนิก้า” มองว่า ยีลด์ระดับนี้ยังพอทำให้นักลงทุนสายปันผลเหลียวหลังมามองได้อยู่เจ้าค่ะ

เช่นเดียวกับรายของ TISCOขวัญใจชาววีไอตัวจริงเสียงจริงเพราะขึ้นชื่อเรื่องการจ่ายปันผลสม่ำเสมอแบบจุ๊ก ๆ อยู่แล้ว รอบนี้ก็ยังคงรักษามาตรฐานด้วยการไฟเขียวจ่ายปันผลในอัตรา 5.75 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เม.ย. 69 และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 19 พ.ค. 69 ซึ่งหากคำนวณจากราคาหุ้นล่าสุดแล้ว คิดเป็นยีลด์ราว 5.18% ส่วนราคาหุ้นวานนี้ปิดที่ระดับ 111 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 0.89% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 861 ล้านบาท งานนี้ “โมนิก้า” มองว่า ยังคงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ทำให้สายปันผลรู้สึกอุ่นใจได้อยู่ไม่น้อยเจ้าค่ะ

ปิดท้ายกันที่ APหุ้นอสังหาฯ สายปันผลที่หลายคนคุ้นเคย รอบนี้ประกาศจ่ายปันผล 0.52 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 6 พ.ค. 69 และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 21 พ.ค. 69 คิดเป็นยีลด์ราว 6.15% ขณะที่ราคาหุ้นล่าสุดปิดที่ระดับ 8.45 บาท ลบไป 0.05 บาท หรือลงไป 0.59% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 176 ล้านบาท ซึ่งในมุมของ “โมนิก้า” มองว่า ยีลด์ระดับนี้ยังถือว่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นปันผลไว้ประคองพอร์ตในช่วงตลาดผันผวนเจ้าค่ะ

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...