โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โลจิสติกส์ไทยยังโตต่อ อีคอมเมิร์ซหนุน-จี้ปรับตัว

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชี้ธุรกิจโลจิสติกส์ไทยกำลังเผชิญทั้งความท้าทายและโอกาสจากกระแสอีคอมเมิร์ซและการค้าโลก คาดมูลค่าตลาดโลจิสติกส์โลกปี 2571 ทะลุ 14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แนะผู้ประกอบการไทยต้องเร่งยกระดับศักยภาพ เพิ่มขีดการแข่งขัน พร้อมเดินหน้ามาตรการเชิงรุกสกัดธุรกิจนอมินี สร้างระบบธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทยเป็นกลุ่มธุรกิจที่กำลังเผชิญความท้าทายและมีโอกาสทางธุรกิจไปพร้อมกัน ปัจจุบันธุรกิจโลจิสติกส์ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ช่วยสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงภาคการผลิต การค้า และประกอบกับได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั่วโลก ซึ่งกระตุ้นความต้องการใช้บริการด้านโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง

โดยคาดว่าภายในปี 2571 ตลาดโลจิสติกส์โลกจะขยายตัวเกิน 14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งพัฒนาศักยภาพ ยกระดับมาตรฐานการบริการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล

อธิบดีกล่าวต่อว่า “ธุรกิจโลจิสติกส์ไทยมีการกระจายตัวในหลายสาขา ได้แก่ การขนส่งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ธุรกิจคลังสินค้า ธุรกิจตัวแทนออกของ และธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจร โดยเฉพาะกลุ่มขนส่งพัสดุและคลังสินค้าอัจฉริยะ (Smart Warehouse) ที่เติบโตโดดเด่น สอดรับกับการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซและธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่

ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีนิติบุคคลดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ด้านการขนส่งสินค้ารวมทั้งสิ้น 29,209 ราย แบ่งเป็น การขนส่งทางถนน จำนวน 9,893 ราย คิดเป็น 33.9% การขนส่งทางเรือ จำนวน 487 ราย คิดเป็น 1.7% การขนส่งสินค้าทางอากาศ จำนวน 153 ราย คิดเป็น 0.5% การขนส่งทางรถไฟ จำนวน 31 ราย คิดเป็น 0.1% และการขนส่งสินค้าอื่นๆ จำนวน 18,645 ราย คิดเป็น 63.8% (เช่น การรับส่งเอกสาร/สิ่งของ ไปรษณีย์) ซึ่งมูลค่าการลงทุนของต่างชาติที่เข้ามาลงทุนส่วนใหญ่เป็นสัญชาติญี่ปุ่น 5,468.54 ล้านบาท คิดเป็น 27.8% จีน 2,446.67 ล้านบาท คิดเป็น 12.4% และสิงคโปร์ 2,106.13 ล้านบาท คิดเป็น 10.7%”

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564 - 2568) มีการจัดตั้งใหม่เฉลี่ยอยู่ที่ 2,924 รายต่อปี โดยพบว่าช่วงปี 2564 (3,737 ราย) และ 2565 (3,003 ราย) เป็นช่วงที่มีการจัดตั้งใหม่สูงแม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิดก็ตาม ในปี 2568 มีการจัดตั้งใหม่ 2,690 ราย เพิ่มขึ้น 173 ราย คิดเป็น 7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 (2,517 ราย) และมีมูลค่าทุนจดทะเบียน 4,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.75 ล้านบาท คิดเป็น 0.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 (4,111 ล้านบาท)

แสดงให้เห็นว่า สถิติการจดทะเบียนในช่วงที่ผ่านมามีการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยจำนวนกิจการใหม่และทุนจดทะเบียนกลับมาเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการรายใหม่ยังเข้าตลาด แต่เป็นธุรกิจที่ขนาดเล็ก ทุนจดทะเบียนไม่สูงมาก

ด้านผลประกอบการ รายได้และกำไรของธุรกิจโลจิสติกส์ในช่วง 3 ปี (2565–2567) พบว่า รายได้อยู่ในระดับสูง เฉลี่ยอยู่ที่ 862,266 ล้านบาทต่อปี โดยรวมยังทรงตัว แม้จะปรับลดลงในปี 2566 ก่อนฟื้นกลับในปี 2567 ขณะที่กำไรมีความผันผวนและไม่ได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเช่นเดียวกับรายได้ สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนและโครงสร้างการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น

ในภาพรวมแนวโน้มดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจโลจิสติกส์กำลังเผชิญสภาวะกำไรของธุรกิจที่ลดลงจากการแข่งขันด้านราคา ต้นทุนผันผวน และอำนาจต่อรองของลูกค้าที่สูงขึ้น การเติบโตในระยะถัดไปจึงไม่สามารถพึ่งพาการเพิ่มรายได้เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องยกระดับประสิทธิภาพ ปรับใช้เทคโนโลยี และขยับไปสู่บริการมูลค่าเพิ่ม เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน

ธุรกิจโลจิสติกส์ไทยยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก ทั้งในมิติของปริมาณธุรกิจ คุณภาพการให้บริการและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ ซึ่งกรมฯ ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการกำกับดูแลภาคธุรกิจให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย โดยโลจิสติกส์เป็นกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในแผนการตรวจสอบป้องกันและปราบปรามของกรมฯ เพื่อปิดโอกาส ธุรกิจนอมินีที่จะเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากช่องว่างของกฎหมาย ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อผู้ประกอบการไทยและบิดเบือนกลไกตลาด

ประกอบกับได้ยกระดับมาตรการเชิงรุก ทั้งการตรวจสอบเชิงลึก การบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการวิเคราะห์ความเสี่ยง เพื่อสร้างระบบธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน รวมถึงมีการจัดหลักสูตรอบรมเสริมศักยภาพการจัดการธุรกิจโลจิสติกส์ด้วยเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการธุรกิจโลจิสติกส์ พร้อมร่วมมือกับสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย (TTLA) และสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) วางแนวทางและยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ไทยให้ตอบรับกระแสโลกด้านความยั่งยืน กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมโลก สร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างมีมาตรฐาน เป็นธรรม และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...