สุนัขช่วยชีวิต! ทำพฤติกรรมแปลกๆ เจ้าของวัย 36 เอะใจ ตรวจพบ "มะเร็งเต้านม"
สุนัขช่วยชีวิตเจ้าของวัย 36 ปี ส่งสัญญาณเตือนด้วยพฤติกรรมแปลกๆ ที่นำไปสู่การพบ "มะเร็งเต้านม"
หญิงสาวชาวอเมริกันเชื่อมั่นว่า สุนัขช่วยชีวิต เธอเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด หลังจากที่สุนัขแสนรู้ของเธอแสดงพฤติกรรมผิดปกติและพยายามส่งสัญญาณเตือน จนนำไปสู่การตรวจพบ มะเร็งเต้านม ชนิดรุนแรง แม้ในตอนแรกแพทย์จะมองข้ามอาการของเธอไปก็ตาม
พฤติกรรมแปลกๆ ที่นำไปสู่การพบ มะเร็งเต้านม
เชส จอห์นสัน (Chase Johnson) ทนายความวัย 36 ปี สังเกตเห็นว่า "ซีโต" สุนัขพันธุ์ผสมลาบราดอร์และรีทรีฟเวอร์ของเธอ เริ่มมีอาการกระวนกระวายและส่งเสียงครางผิดปกติเมื่ออยู่ใกล้เธอ ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ซีโตเริ่มใช้จมูกดุนที่เต้านมข้างซ้ายของเธอจนรู้สึกเจ็บ เมื่อเธอลองคลำดูก็พบก้อนเนื้อผิดปกติซ่อนอยู่
ก่อนหน้านี้ ซีโตเคยแสดงพฤติกรรมกระวนกระวายคล้ายกันนี้ เพื่อเตือนเบน ผู้เป็นสามี จนตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่มาแล้ว เมื่อสุนัขกลับมามีอาการเดิมอีกครั้ง ทั้งคู่จึงมั่นใจว่าซีโตกำลังเตือนความผิดปกติทางร่างกายของใครคนใดคนหนึ่งอย่างแน่นอน
แพทย์เมินอาการ ก่อนพบความจริงสุดช็อก
เมื่อเชสพยายามนัดหมายแพทย์เพื่อตรวจก้อนเนื้อที่พบ เธอกลับถูกปฏิเสธและต้องรอคิวยาวถึง 3 เดือน โดยแพทย์ระบุว่าเธอยังอายุน้อยเกินไปที่จะเป็น มะเร็งเต้านม และก้อนเนื้อที่กดแล้วรู้สึกเจ็บมักเป็นเพียงซีสต์ธรรมดา แต่เธอไม่ยอมแพ้และยืนกรานที่จะรับการตรวจ โดยเล่าวีรกรรมการเตือนภัยของซีโตให้แพทย์รับฟัง
ในที่สุดเธอได้รับการตรวจแมมโมแกรมและตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ จนพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมชนิด ทริปเปิลเนกาทีฟ (Triple-negative) ซึ่งมีความรุนแรงสูง เธอต้องเข้ารับการทำเคมีบำบัด ฉายแสง และผ่าตัดอย่างเร่งด่วน โชคดีที่การรักษาประสบความสำเร็จ แพทย์ผู้รักษาแผนกมะเร็งวิทยาระบุชัดเจนว่า หากเธอรอคิวจนถึงเดือนพฤษภาคมตามกำหนดเดิม เธออาจไม่มีชีวิตรอดมาถึงวันนี้
ความหวังใหม่จากวัคซีนป้องกันมะเร็ง
ปัจจุบันเชสได้เข้าร่วมการทดลองทางคลินิกกับคลีฟแลนด์คลินิก (Cleveland Clinic) เพื่อทดสอบวัคซีนป้องกันมะเร็งเต้านม โดยผลการทดลองในระยะแรกพบว่า วัคซีนสามารถกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันในผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ได้อย่างปลอดภัย ถือเป็นความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคนี้ในอนาคต
เรื่องราวของเชสเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า สุนัขช่วยชีวิต มนุษย์ได้จริงด้วยสัญชาตญาณอันน่าทึ่ง นอกจากนี้ยังย้ำเตือนให้ทุกคนหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย และอย่ายอมแพ้ในการเรียกร้องสิทธิ์ในการรักษา เพื่อรับมือกับ มะเร็งเต้านม ได้อย่างทันท่วงที