โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดยุทธศาสตร์ ORI ปี 2569 ปรับพอร์ตครั้งใหญ่ 55:45 ดันรายได้ปีนี้หมื่นล.

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) เปิดแผนปี 69 ปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอครั้งใหญ่สู่สมดุลใหม่ 55% ธุรกิจที่อยู่อาศัย 45% ธุรกิจบริการ โรงแรม และคลังสินค้า เพื่อสร้างรายได้ประจำ รับมือทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 25,000 ล้านบาท รายได้รวม 10,000 ล้านบาท

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่าบริษัทได้ประกาศวิสัยทัศน์และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "ORIGIN Portfolio Evolution 2026" เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน สงครามการค้า และการเปลี่ยนแปลงสู่วิถีชีวิตแบบ Never Normal

ทั้งนี้ แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 จะเติบโตเพียงเล็กน้อยจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจ แต่บริษัทยังมองเห็นสัญญาณบวก จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการรวมหนี้ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการกู้ของลูกค้า

รวมถึงปัจจัยหนุนสำคัญจากกระแสการย้ายฐานการผลิตและการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติ ที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น Global Safe Zone และ บ้านหลังที่สอง (Second Home) สร้างดีมานด์ที่อยู่อาศัยในทำเลยุทธศาสตร์ของกลุ่มบริษัท อาทิ ภูเก็ต พัทยา และกรุงเทพฯ ชั้นใน ส่งผลให้ ORI มียอดขายจากลูกค้าต่างชาติกว่า 30 ประเทศ รวมมูลค่าสูงถึง 6,300 ล้านบาท

กลยุทธ์กระจายพอร์ต การสร้างสมดุลธุรกิจ

นายพีระพงศ์ กล่าวถึงหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ในปีนี้ คือการกระจายพอร์ตการลงทุน เพื่อสร้างความมั่นคงและรับมือกับทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ โดยปรับสัดส่วนพอร์ตโฟลิโอใหม่เป็น ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขาย 55% ผ่านแบรนด์หลัก ออริจิ้น และ บริทาเนีย ขณะที่ธุรกิจบริการ ทั้ง โรงแรม และคลังสินค้า มีสัดส่วนรายได้ 45% เพื่อสร้างรายได้ประจำและกระแสเงินสดที่มั่นคง โดยเฉพาะจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์

เป้าหมายทางการเงินปี 2569

พร้อมวางเป้าหมายยอดขายปีนี้ที่ 25,000 ล้านบาท ยอดโอนกรรมสิทธิ์ 16,000 ล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มคอนโดมิเนียม 12,000 ล้านบาท (รวมโครงการร่วมทุน) ขณะที่กลุ่มโครงการแนวราบอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท สำหรับยอดรอโอน (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 มีมูลค่ารวม 40,983 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปีนี้ราว 11,707 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ถึงปี 2571

5 กลุ่มธุรกิจหลัก และแผนเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม 19,400 ล้านบาท

สำหรับแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในปีนี้ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 19,400 ล้านบาท ครอบคลุม 5 กลุ่มธุรกิจ ดังนี้

1.ธุรกิจคอนโดมิเนียม

ภายใต้ บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งปีนี้มีแผนเปิดตัว 3 โครงการใหม่ ทำเลกรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต มูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการ The Origin แนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว มูลค่า 1,800 ล้านบาท, Origin Bay Residence พัทยา มูลค่า 1,400 ล้านบาท และ Origin Unit Residence เชิงทะเล ภูเก็ต มูลค่า 1,000 ล้านบาท

เพื่อรองรับเป้าหมายยอดขายปีนี้ที่ 20,000 ล้านบาท รายได้ 4,500 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 12,000 ล้านบาท (รวมโครงการที่บริษัทพัฒนาเอง และโครงการร่วมทุน)

โดยปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) จากโครงการคอนโดมิเนียมที่แล้วเสร็จใหม่ ที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าในปีนี้รวมมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการรวมจาก 7 โครงการ

พร้อมกับดำเนิน 4 กลยุทธ์หลักทั้งการขยายตลาดต่างประเทศ โดยบริษัทได้มีการพัฒนาเครือข่าย Origin Agent Club เชื่อมโยงเอเจนต์ทั่วโลก สร้างยอดขายแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท, ยกระดับคุณค่าสินค้า, ขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัล ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์ม Origin iBooking ให้ลูกค้าจองและโอนออนไลน์ครบวงจร พร้อมต่อยอด Origin Location Club และสุดท้ายคือ การยกระดับคุณภาพการส่งมอบผ่านทีม Origin Check & Care ตรวจสอบงานทุกด้านก่อนส่งมอบ

2.ธุรกิจบ้านจัดสรร

ภายใต้ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งปีนี้จะเปิดตัวใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท รายได้ 3,400 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 4,000 ล้านบาท (รวมโครงการที่บริษัทฯพัฒนา และโครงการร่วมทุน) โดยยังคงจุดเด่นในเรื่องของทำเลศักยภาพ ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงการ

ล่าสุดได้เปิดตัวโปรเจกต์ Brilliant Business Park พื้นที่ธุรกิจอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ทุกวัตถุประสงค์ในการบริหารธุรกิจแบบมัลติฟังก์ชั่น ที่ผสานโชว์รูม สตูดิโอ ออฟฟิศ และที่อยู่อาศัย เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวในพื้นที่เดียวกัน

นำร่อง 5 ทำเลยุทธศาสตร์สำคัญ พระราม2,บางนา-ตราด,อมตะซิตี้,แหลมฉบัง และ ระยอง รวมมูลค่า 1,200 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังเตรียมเปิดตัวโครงการซึ่งรองรับกลุ่มไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิตในเร็ว ๆ นี้

3.ธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร

ภายใต้ บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อยในเครือ วางเป้ารายได้ปีนี้ที่ 2,000 ล้านบาท ที่จะตอบโจทย์ลูกค้าตลอดทุกช่วงวัย

ภายใต้ 5 กลยุทธ์ 1.ยกระดับมาตรฐานบริการสู่พรีเมียม 2.ขยายตลาดสู่กลุ่มศักยภาพสูง 3.สร้าง "Lifestyle & Community Ecosystem" ผ่านแพลตฟอร์ม Happy Maker 4.วางเทคโนโลยีเป็นศูนย์กลางผ่าน Primo Plus Application และ 5.ขับเคลื่อน ESG ผ่านแนวคิด PRIMO CARE สร้างความยั่งยืนทั้งมิติบุคคล ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

4.ธุรกิจโรงแรมและเชิงพาณิชย์

ภายใต้ บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) ด้วยโมเดลธุรกิจ Build–Operate–Exit–Reinvest เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้มีแผนเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 4 แห่ง รวม 762 ห้อง มูลค่าผลตอบแทน 5,915 ล้านบาท อาคารสำนักงานและพื้นที่เชิงพาณิชย์ 4 แห่ง มูลค่ารวม 3,100 ล้านบาท คาดการณ์รายได้ 2,000 ล้านบาท

พร้อมวางแผน Divestment (ขายสินทรัพย์) โรงแรม 4 แห่ง รวม 1,011 ห้อง มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดพิเศษกว่า 1,300 ล้านบาท เพื่อนำกลับมาลงทุนใหม่

5.ธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้า

ภายใต้ บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด (ALPHA) โดย ณ สิ้นปี 2568 มีพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้ารวม 403,859 ตร.ม. อัตราเช่า 95% ส่วนแผนปีนี้เตรียม เปิดดำเนินการธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเพิ่มอีก 5 โครงการ พื้นที่กว่า 150,000 ตร.ม. มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท พร้อมกับเตรียมนำสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) 4 โครงการ พื้นที่ 211,682 ตร.ม. ในชื่อ "ALPHA REIT"

วีซ่า Long Stay ดันคอนโดพัทยา-ภูเก็ต คึกคัก

นายพีระพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยบวกจากมาตรการภาครัฐที่เอื้อต่อการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ กรณีล่าสุดครม.รับทราบการปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวพำนักระยะยาว (Long Stay) สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ประสงค์ใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทยมาตรการระยะกลาง

ทั้งนี้เมื่อครั้งที่ตนเป็นนายกสมาคมอาคารชุดไทย ได้มีการเสนอรัฐบาลเพื่อให้มีการดำเนินการพิจารณาให้ "มิดเทอมวีซ่า" สำหรับต่างชาติที่ซื้อคอนโดมิเนียม 3 ล้านบาทขึ้นไป ให้วีซ่า 1 ปี 5 ล้านบาทขึ้นไปให้วีซ่า 2 ปี เป็นต้น เพื่อรองรับแนวโน้มการย้ายถิ่นฐานและการท่องเที่ยวระยะยาว

โดยในส่วนนี้จะส่งผลให้ตลาดในทำเลพัทยาและภูเก็ตเริ่มมีความเคลื่อนไหวมากขึ้น และช่วยสนับสนุนทั้งยอดขายและการรับรู้รายได้ของบริษัทในปีนี้ ขณะที่กลุ่มนักลงทุนในตลาดหุ้นจำนวนมากมีความสนใจลงทุนคอนโดมิเนียม ส่งผลให้ความต้องการซื้อยังคงอยู่ในระดับที่ดี

"ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการกระจายพอร์ตธุรกิจ ตลอดจนกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำต่อเนื่อง ทั้งแผนการขายธุรกิจทำกำไรหรือการนำสินทรัพย์เข้ากอง REIT ได้ถูกที่ ถูกเวลา ตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะเดียวกันกลุ่มบริษัทออริจิ้น ยังคงเปิดรับพันธมิตรจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมพัฒนาธุรกิจที่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง" นายพีระพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดยุทธศาสตร์ ORI ปี 2569 ปรับพอร์ตครั้งใหญ่ 55:45 ดันรายได้ปีนี้หมื่นล.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...