สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ในรอบ 2 เดือน ที่ผ่านมา
สำนักโฆษกกลาโหม สรุปพัฒนาการชายแดนไทย - กัมพูชา ในรอบ 2 เดือน หลังการลงนามหยุดยิง ระบุ สถานการณ์ชายแดนในภาพรวมสงบ ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไทยยังเดินหน้าต่อในประเด็นที่พบการกระทำขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งจับมือนานาชาติปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ ภัยคุกคามระดับโลก
โดยได้สรุปพัฒนาการใน 6 ประเด็น หลังการลงนามถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชา (Joint Statement) ซึ่งนำมาสู่การหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นมา
1. ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนในภาพรวมมีความสงบ ประชาชนในพื้นที่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไทยเคารพและปฏิบัติตาม Joint Statement อย่างเคร่งครัด
2.กลไกทวิภาคีต่าง ๆ สามารถเดินหน้าได้ ดังนี้
- ด้านการต่างประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดต่อสื่อสารกับ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชาอย่างสม่ำเสมอ
- ด้านการทหาร
ฝ่ายทหาร มีช่องทางการสื่อสารทั้งในระดับสูง ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ 2 ประเทศ และในระดับพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ Joint Statement ช่องทางการประสานงานเหล่านี้ มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการแก้ไขปัญหาฉุกเฉิน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และแจ้งความห่วงใย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกัน ดังเห็นได้จากการที่สองฝ่ายสามารถบริหารจัดการเหตุการณ์ตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงที
ในช่วงที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ใน 3 พื้นที่ ซึ่งเป็นโอกาสให้หน่วยทหารที่อยู่บริเวณชายแดนของทั้งสองฝ่าย ได้ปรึกษาหารือกันในเชิงลึกเกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ ให้การหยุดยิงมีความยั่งยืน แม้ทั้งสองฝ่ายจะยังไม่สามารถได้ข้อสรุปเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุมฯ แต่ก็ถือว่าเป็นพัฒนาการที่สำคัญที่ได้มีการพบกัน และยืนยันที่จะร่วมกันเจรจาหาข้อสรุปต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการเจรจาในเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่จะต้องใช้เวลา ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ภายในครั้งเดียว
สำหรับประเด็นเกี่ยวกับเรื่องเขตแดนทางบก ระหว่างไทยกับกัมพูชา กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC จะเดินหน้าอีกครั้งหลังจากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของไทย
3. ไทยยังเดินหน้าต่อไปในประเด็นที่พบการกระทำ ที่เข้าข่ายขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น เรื่องการที่กัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งไทยมีพันธกรณีต้องรายงาน และดำเนินการในกรอบอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) ต่อไป ในฐานะที่ไทยเป็นรัฐภาคีที่มีความรับผิดชอบต่ออนุสัญญาดังกล่าว
4. ไทยประสงค์จะเห็นการหยุดยิงมีความยั่งยืน ไทยและกัมพูชาจึงจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่จะพิจารณาแนวทาง (way forward) ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศต่อไป
ในประเด็นนี้ ฝ่ายไทยมีความกังวลที่ฝ่ายกัมพูชายังคงกระทำการยั่วยุ นำเสนอข้อมูลบิดเบือน กล่าวหาไทย และปล่อยข่าวเท็จกับประชาคมระหว่างประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยก็ได้ติดตาม ตอบโต้ และชี้แจงข้อเท็จจริงมาโดยตลอด และในทุกเวที รวมถึงในกรอบ UNESCO การกระทำเหล่านี้ของกัมพูชา ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ตกลงกันใน Joint Statement เป็นการลดทอนความพยายามเดินหน้าต่อไปของทั้งสองฝ่าย และไม่เอื้อต่อความพยายามที่จะสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้น
จึงเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชา ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากช่องทางการประสานงานระหว่างศูนย์ข่าวสารของทั้งสองฝ่าย ที่เป็นจุดประสานหลักในการแก้ไขปัญหาข่าวปลอม ตามที่ตกลงกันใน Joint Statement ซึ่งจะเป็นแนวทางที่สร้างสรรค์มากกว่า นอกจากนี้ ฝ่ายไทยเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชากำกับดูแลกำลังพล บริเวณชายแดนอย่างเข้มงวดมิให้กระทำการยั่วยุต่าง ๆ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของการหยุดยิง โดยที่ผ่านมาฝ่ายไทยได้ใช้ความอดกลั้น และยึดถือสันติวิธีอย่างเคร่งครัด
5. สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดเสมอมา คือ ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนไทย รัฐบาลพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของไทยอย่างเต็มที่ ในด้านการทูต กระทรวงการต่างประเทศได้เดินหน้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพื่อให้ประชาคมระหว่างประเทศ ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่องในทุกเวที โดยเฉพาะข้อเท็จจริงว่าการดำเนินการต่างๆ ของไทยในพื้นที่ชายแดนสอดคล้องกับ Joint Statement
ซึ่งในสัปดาห์นี้ คณะเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) จะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนเพื่อสำรวจผลกระทบด้านมนุษยธรรม จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งสะท้อนถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นของไทย ในการปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และในสัปดาห์หน้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) ที่นครเจนีวา และจะได้มีโอกาสพบกับหน่วยงานต่างๆ ของสหประชาชาติ
โดยจะใช้โอกาสนี้ชี้แจงให้นานาประเทศมั่นใจ ถึงความมุ่งมั่นของไทยในการปฏิบัติตาม Joint Statement และการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคี ที่ตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
6. รัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าจับมือกับนานาชาติ เพื่อปราบปรามเครือข่ายออนไลน์สแกมเมอร์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามระดับโลกอย่างเต็มที่ ทั้งในระดับทวิภาคี อาเซียน และระดับโลก ทั้งนี้ ในระดับทวิภาคี ไทยต้องการร่วมมือกับกัมพูชาในการปราบปรามขบวนการอาชญากรรมนี้อย่างเด็ดขาด เพราะสร้างความเสียหายให้กับประชาชนไทยอย่างมาก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กัมพูชาจะให้ความร่วมมือกับไทยอย่างเต็มที่ และเป็นรูปธรรมมากขึ้นในเรื่องนี้ ตามที่รัฐบาลกัมพูชาได้แถลงเจตนารมณ์ต่อสาธารณะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อน-หลังคำสั่งหยุดยิง
ทหารไทยปักธงเนิน 350 ยึดปราสาทตาควายสำเร็จ นำร่างวีรชน 2 นายกลับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ในรอบ 2 เดือน ที่ผ่านมา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com