โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ สั่งขยายเพดานภาษีทั่วโลกเป็น 15% ประณามศาลฎีกา “ต่อต้านอเมริกา”

เดลินิวส์

อัพเดต 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.34 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผู้นำสหรัฐสั่งขยับภาษีนำเข้าทั่วโลกตามมาตรการใหม่ จาก 10% เป็น 15% ตอกย้ำความไม่พอใจอย่างหนักต่อคำพิพากษาของศาลฎีกา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล ว่าหลังทบทวนคำตัดสินของศาลฎีกา "ซึ่งมีความต่อต้านอเมริกาอย่างร้ายแรง" เนื่องจากเป็นการฉุดรั้งมาตรการภาษีดั้งเดิม เขาจึงตัดสินใจปรับขึ้นค่าธรรมเนียมนำเข้ารอบใหม่ ไปสู่ระดับ 15% "และมีผลทันที" ซึ่งทรัมป์ยืนยันว่า เป็นระดับที่ได้รับอนุญาตอย่างเต็มที่และผ่านการทดสอบทางกฎหมายแล้ว

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศอัตราเรียกเก็บไว้ที่ 10% และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 ซึ่งเป็นการให้อำนาจผู้นำสหรัฐสามารถจัดการกับวิกฤติเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการขาดดุลชำระเงินอย่างรุนแรง หรือเพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วเกินไป จนกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ภายใต้มาตรา 122 ผู้นำสหรัฐสามารถสั่งเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติม ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 15% ของราคาสินค้า สามารถสั่งจำกัดการนำเข้าหรือใช้ทั้งภาษีและโควตาร่วมกันได้

อย่างไรก็ตาม กฎหมายอนุญาตให้บังคับใช้มาตรการนี้ได้เพียง 150 วัน หรือประมาณ 5 เดือนเท่านั้น หากต้องการใช้ต่อเกิน 150 วัน ผู้นำสหรัฐ "ต้องได้รับการอนุมัติ" จากสภาคองเกรส หรือต้องออกกฎหมายฉบับใหม่มารองรับ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังคงมีข้อยกเว้นบางประการสำหรับอัตราภาษีใหม่ 15% ได้แก่ กลุ่มสินค้าเฉพาะที่ระหว่างการตรวจสอบแยกต่างหาก เช่น ยาและเวชภัณฑ์ สินค้านำเข้าภายใต้ข้อตกลงการค้าไตรภาคีสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา ( ยูเอสเอ็มซีเอ ) และภาษีสินค้าเฉพาะกลุ่มที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ เช่น เหล็ก และอะลูมิเนียม.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...