‘ลัคกี้ สุกี้’ แตกโมเดลใหม่ เปิด ‘ลัคกี้ มาร์เช่’ เพิ่มบาร์ตักวัตถุดิบ คนรุ่นใหม่ชอบเดินเลือกเอง
หลังจากเผชิญสงครามสุกี้ในปีที่ผ่านมาอย่างดุเดือด หลายเจ้ากระหน่ำทำโปรโมชัน-ลดราคาด้วยความถี่ที่มากกว่าเดิม “แอน-รสรินทร์ ติยะวราพรรณ” หนึ่งในผู้ก่อตั้ง “ลัคกี้ สุกี้” เคยให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ไว้ว่า ตนไม่ขอร่วมวงสงครามราคา เน้นเพิ่มคุณภาพวัตถุดิบให้ลูกค้ามากกว่า
โดยปีที่ผ่านมา “ลัคกี้ สุกี้” ม้ามืดแห่งวงการสุกี้สามารถทำรายได้เติบโตตามคาด ทะยานกว่า 100% จบปี 2568 ด้วยรายได้ “2,154 ล้านบาท” และปีนี้ตั้งเป้าผลประกอบการที่ “3,500 ล้านบาท” กับจำนวนสาขาใหม่อีก 25-30 แห่ง โดยในจำนวนนี้ยังรวมโมเดลใหม่ที่ใช้ชื่อว่า “ลัคกี้ มาร์เช่” ด้วย
“วิรัตน์ โรจยารุณ” กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด หนึ่งในผู้ก่อตั้ง ลัคกี้ สุกี้ เล่าโมเดลใหม่ให้ฟังว่า “ลัคกี้ มาร์เช่” สาขาตลาดอมรพันธ์ เป็นสาขาแรกของโมเดลดังกล่าว เหตุผลที่เลือกโลเคชันนี้ เนื่องจากมีการศึกษามาแล้วว่า เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า คอนเซปต์นี้มีความแตกต่างจากรูปแบบเดิมในส่วนของบาร์ตักของสด ไม่ต้องรอสั่งในระบบแล้วให้หุ่นยนต์มาเสิร์ฟ ลูกค้าเดินไปเลือกตักได้เองตามความต้องการ
ผู้บริหาร บอกว่า ทุกวันนี้ลูกค้าต้องการความแปลกใหม่ในการให้บริการ บางคนอาจจะอยากเลือกทั้งหน้าตาและปริมาณวัตถุดิบด้วยตัวเอง สมมติ กดสั่งผักมา 1 ถาดแล้วมีผักหลายชนิดในนั้น ลูกค้าบางคนอาจจะอยากเลือกทานผักแค่บางชนิด อยากเลือกปริมาณที่พอดีกับความต้องการ หลังจาก “ลัคกี้ สุกี้” เปิดให้บริการมา 2 ปี จึงเข้าใจ “Pain Point” ตรงนี้มากขึ้น
ด้านเกณฑ์ในการเลือกโลเคชัน“ลัคกี้ มาร์เช่” วิรัตน์บอกว่า ต้องการเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ๆ เน้นใกล้ชุมชนและมหาวิทยาลัย เจาะกลุ่ม “Young Gen” ที่ชอบเลือกเดินดูสินค้าด้วยตัวเอง เน้นขยับตัวหน่อย ซึ่งโลเคชันแบบมาร์เช่ก็มีข้อจำกัดในแง่ขนาดและลักษณะพื้นที่ที่ค่อนข้างใหญ่ รวมถึงต้องมีแนวยาวสำหรับการวางแปลนร้านเพื่อให้การลุกตักอาหารแต่ละครั้งทำได้สะดวกสบาย ร้านต้องมีขนาดตั้งแต่ 600 ตารางเมตรเป็นต้นไป โดยหลังจากเพิ่มบาร์เข้ามาแล้ว พื้นที่นั่งทานจะลดลงไปจากโมเดิลเดิมราว 10%
-(จากซ้ายไปขวา) วิรัตน์ โรจยารุณ และรสรินทร์ ติยะวราพรรณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด และผู้ก่อตั้งลัคกี้ สุกี้-
“ลัคกี้ มาร์เช่” จะเปิดสาขาที่ 2 ที่จังหวัดนครสวรรค์ สาขาที่ 3 กำลังจะเปิดช่วงเดือนมีนาคม และจนถึงสิ้นปีนี้จะมี “ลัคกี้ มาร์เช่” ครบ 10 สาขา อย่างไรก็ตาม “วิรัตน์” บอกว่า “ลัคกี้ มาร์เช่” ไม่ได้จำกัดว่า ต้องตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสแตนอโลนเท่านั้น เป็นโลเคชันใดก็ได้ที่มีคุณสมบัติครบตามที่กล่าวมา ทั้งนี้ หากลูกค้าไม่ต้องการเดินไปตักเอง ทางร้านก็มีใบจดออเดอร์ให้เขียนส่งเช่นกัน โดยจะมีทีมพนักงานคอยดูแลบริการให้
“กลุ่มเป้าหมายโซนนี้เป็นกลุ่มที่ชอบเลือกวัตถุดิบ เช่น น้องๆ โซนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งเป็นนิสิตนักศึกษาจำนวนมาก สาขานี้เป็นสาขาแรกที่ทำโมเดลนี้ เป็นคอนเซปต์ใหม่ที่เราคาดว่า น่าจะขยายได้มากกว่า 10 สาขา ลัคกี้ สุกี้ แบบเดิมเป็นออริจินัล ส่วนมาร์เช่เราเลือกบางทำเลที่ศึกษามาแล้วว่า เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า ด้วยคอนเซปต์จะให้บริการในลักษณะที่ให้ลูกค้าเลือกปริมาณและวัตถุดิบได้เอง ได้อิสระในการเลือกวัตถุดิบที่เราจัดสรรไว้ให้”