‘สาวใหญ่’ สุดทนร้องสอบ ‘ครูสาวศรีสะเกษ’ แชตหวานหลอก ‘ผัวฝรั่ง’ โอนเงิน 4.5 หมื่น
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. น.ส.โสภา (สงวนนามสกุล) อายุ 66 ปี พร้อม นายเอ (นามสมมุติ) สามีชาวต่างชาติผู้พิการแขนทั้งสองข้าง เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายสุรพงษ์ จันทร์แจ้ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 2 ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมข้าราชการครูหญิงรายหนึ่งในสังกัด หลังกล่าวหาว่ามีการแชตพูดคุยเชิงชู้สาว หว่านล้อมขอเงิน จนสามีหลงเชื่อโอนเงินให้หลายครั้ง สร้างความแตกแยกในครอบครัวอย่างรุนแรง
โดย น.ส.โสภา เปิดเผยว่า นางบี (นามสมมุติ) เป็นครูสอนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ห้วยทับทัน สังกัด สพป.ศก. เขต 2 มีการเริ่มติดต่อพูดคุยกับสามีของตนผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนจะตีสนิทด้วยถ้อยคำหวาน อ้างว่าชีวิตลำบากต้องเลี้ยงลูกสาวที่ยังเล็ก จนสามีเกิดความสงสารโอนเงินไปช่วยหลายครั้ง กระทั่งตนมาทราบเรื่องช่วงปลายปี 2568 เมื่อพฤติกรรมสามีเปลี่ยนไป จากคนที่ไม่เคยปิดบังโทรศัพท์ กลับเริ่มหลบไปคุยโทรศัพท์คนเดียว แชตแล้วลบข้อความ หวงโทรศัพท์ผิดปกติ พอเช็กดูจึงพบหลักฐานการโอนเงินให้ผู้หญิงคนนี้หลายครั้ง ซึ่งยอดที่ทำให้ตนรับไม่ได้ คือเงินจำนวน 45,000 บาท ซึ่งเป็นก้อนใหญ่สำหรับครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย สามีเป็นชาวต่างชาติที่พิการแขนงอมาตั้งแต่กำเนิด มีรายได้จากเงินช่วยเหลือผู้พิการ และยังมีภาระค่าใช้จ่ายประจำทุกเดือน
น.ส.โสภา กล่าวต่อไปว่า ครูรายดังกล่าวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม นำบุตรสาวซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ มาถ่ายคลิปวิดีโอแสดงท่าทางผูกผม มัดผม ติดโบ แล้วส่งให้สามีของตน พร้อมอ้างว่าเป็นกิจกรรมแลก "ค่าจ้าง" หรือ "เงินรางวัล" ยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ตนและสามีใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมากว่า 10 ปี และจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาความรุนแรงมาก่อน กระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ครอบครัวสั่นคลอนอย่างหนัก จึงตัดสินใจเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียน เพื่อขอความเป็นธรรมและให้ต้นสังกัดตรวจสอบข้อเท็จจริง
ด้าน นายสุรพงษ์ จันทร์แจ้ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 2 เปิดเผยภายหลังรับหนังสือว่า สำนักงานจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ หากพบว่ามีมูล จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามขั้นตอนของระเบียบราชการ และยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้องอย่างเท่าเทียม
ส่วนข้อเรียกร้องให้ครูรายดังกล่าวยุติการติดต่อกับสามีของผู้ร้องทุกช่องทางนั้น เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่หน่วยงานไม่สามารถเข้าไปก้าวล่วงสิทธิส่วนตัวได้ทั้งหมด แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณวิชาชีพและวินัยข้าราชการครู จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างเคร่งครัด ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่ถึงความเหมาะสมของพฤติกรรมผู้ประกอบวิชาชีพครู ซึ่งสังคมกำลังจับตาว่าผลสอบจะออกมาอย่างไร และหากพบการกระทำผิดจริง จะมีบทลงโทษทางวินัยในระดับใดต่อไป.