โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ย้ำแนวคิด ‘ผู้เสพคือผู้ป่วย’ ปิดช่องโหว่ชุมชน CBTx หลังพบผู้เข้าบำบัดครบโปรแกรมแค่ 10%

Thai PBS

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Thai PBS

กรมสุขภาพจิต เผยข้อมูลผู้เข้าบำบัดในชุมชน ปี 2568 กว่า 2.2 หมื่นคน แต่จบโปรแกรมกว่า 3 พันคน หวังเร่งยกระดับจาก CBTx สู่ CBRX เน้นฟื้นฟูระยะยาวในครอบครัว-ชุมชน ค้นหา ‘กลุ่มสีเขียว’ ให้ทันก่อนลุกลามเป็นความเสี่ยง ขณะที่ สสส. แนะเร่งผสานการทำงาน สาธารณสุข-ฝ่ายปกครอง-ตำรวจ-ภาคประชาชน ชูแนวคิด ‘ผู้เสพคือผู้ป่วย’ แยกกลุ่มดูแล ควบคู่บังคับใช้กฎหมายกับผู้ค้า

จากกรณีการก่อเหตุเหตุรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ยาเสพติดในหลายพื้นที่ ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของมาตรการ “ชุมชนล้อมรักษ์” หรือ “CBTx”

วันนี้ (13 ก.พ. 69) นพ.ศุภเสก วิโรจนาภา รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการ กรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่าในปี 2568 มีผู้เข้าสู่กระบวนการบำบัดในระบบชุมชน 22,239 คน แต่บำบัดครบโปรแกรมเพียง 2,985 คน หรือประมาณ 10% ซึ่งเทียบเท่ามาตรฐานสากลที่อยู่ในช่วง 10-30%

กรมสุขภาพจิตได้ทำวิจัยต่อเนื่อง 3 ปี (2566-2568) และพบว่าชุมชนที่ทำครบ “3 สร้าง 4 พัฒนา” จะเพิ่มอัตราความสำเร็จได้ชัดเจน ประกอบด้วย

มาตรการป้องกันและดูแล

  • พัฒนาเยาวชนให้รอบรู้เรื่องยาเสพติดผ่าน พชอ. และสาธารณสุข

  • ปักหมุดพื้นที่เสี่ยงและลดแหล่งมั่วสุม

  • ส่งต่อสถานพยาบาลทันทีเมื่อเกินศักยภาพชุมชน

มาตรการต่อเนื่อง

  • ทำสัญญาครอบครัว

  • สร้างเครือข่ายจิตอาสา

  • พัฒนาอาชีพ

  • ฟื้นฟูจิตใจผ่านผู้นำศาสนาและชุมชน

โครงการนำร่องปี 2567 ใน 12 จังหวัด 57 ชุมชน พบว่าภายใน 3 เดือนมีผู้เลิกยาได้ 1 ใน 3 สูงกว่าระบบเดิมที่ 8-10% จึงตั้งเป้าขยายอีก 640 ชุมชนครอบคลุม 76 จังหวัดในปีงบประมาณ 2569

กรมสุขภาพจิต ปรับชื่อจาก CBTx (Community-Based Treatment) เป็น CBRX (Community-Based Recovery Extended) หรือ “ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง” เพื่อสะท้อนบทบาทชุมชนในการฟื้นฟูระยะยาว ตามแนวทาง UNODC ที่เน้น “Recovery Community” มากกว่าการรักษาเพียงอย่างเดียว

กุญแจสำคัญ ค้นหา “กลุ่มสีเขียว” ให้ทัน

นพ.ศุภเสก ยังชี้ว่า ผู้ก่อเหตุรุนแรงมักอยู่ในกลุ่ม “สีแดง” (มีอาการทางจิตและเสี่ยงอันตราย) แต่ก่อนถึงจุดนั้นจะผ่านระยะ

  • สีเขียว : เพิ่งเริ่มใช้ ยังไม่มีอาการทางจิต

  • สีเหลือง : เริ่มติด

  • สีส้ม : เริ่มมีอาการทางจิต

กระบวนการเปลี่ยนผ่านแต่ละระยะใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป หมายความว่าชุมชนมีเวลาหลายปีในการเข้าช่วย แต่ปัญหาคือกลุ่มสีเขียวตรวจพบยาก เพราะยังใช้ชีวิตได้ปกติและครอบครัวไม่เปิดเผยข้อมูล

“ถ้าเราค้นหากลุ่มสีเขียวเจอและดูแลทัน ก็จะไม่ปล่อยให้ไต่ระดับไปถึงสีแดง”

นพ.ศุภเสก วิโรจนาภา

ในพื้นที่ที่ทำต่อเนื่อง 4-5 ปี พบสัดส่วนผู้ป่วยสีแดงลดเหลือเพียง 1% ขณะที่กลุ่มสีเขียวเพิ่มเป็นกว่า 90% อุปสรรคสำคัญคือทัศนคติชุมชนที่มักหวาดกลัวและผลักผู้ใช้ยาออกจากพื้นที่ ทั้งที่ความจริงคนส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น CBRX จึงเน้นอบรม “ผู้เล่นทั้งระบบ” พร้อมกัน ทั้งฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ตำรวจ อสม. และผู้นำชุมชน เพื่อทำงานเป็นทีม

เดินหน้า 5 จังหวัดต้นแบบ ผสานการทำงานทุกมิติ

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า สสส. ขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายภาคประชาสังคมและวิชาการ โดยเน้นพัฒนา 5 จังหวัดต้นแบบ ประสานกลไกผู้ว่าฯ ตำรวจ สาธารณสุข และประชาชน เพื่อสังเคราะห์บทเรียนและขยายผล

การทำงานของ สสส. เป็น “กลไกเสริม” ทำงานคู่ขนานกับฝ่ายราชการ หลังรองนายกฯ สั่งการให้ผู้ว่าฯ ขับเคลื่อนงานบำบัดยาเสพติดอย่างจริงจัง

นพ.พงศ์เทพ อธิบายว่า ก่อนการยุบสภา รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนงานป้องกันและบำบัดยาเสพติดในระดับจังหวัดอย่างจริงจัง พร้อมจัดสรรงบประมาณสนับสนุน

ดังนั้น การทำงานของ สสส. จะเป็น “กลไกเสริม” ทำงานคู่ขนานกับฝ่ายราชการ โดยฝ่ายนโยบายและการสั่งการระดับประเทศอยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร ขณะที่ สสส. รับบทสนับสนุนเชิงวิชาการ การถอดบทเรียน และการพัฒนาต้นแบบในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า การทำงานของ สสส. ยังอยู่ในลักษณะพื้นที่นำร่อง ไม่สามารถขยายครอบคลุมทั้งประเทศได้ทันที ต่างจากกลไกราชการที่สามารถสั่งการในภาพรวมได้ทั่วประเทศ

“ผู้เสพคือผู้ป่วย” ต้องแยกกลุ่มดูแล

นพ.พงศ์เทพ ยังย้ำหลักคิด “ผู้เสพคือผู้ป่วย” และต้องจำแนกกลุ่ม

  • กลุ่มอาการรุนแรง/ทางจิต : รักษาโดยจิตแพทย์

  • กลุ่มเริ่มต้น/ไม่รุนแรง : ชุมชนบำบัดฟื้นฟู

  • กลุ่มผ่านการรักษาแล้ว : ส่งกลับดูแลต่อเนื่องในชุมชน

ขณะเดียวกันต้องบังคับใช้กฎหมายกับผู้ค้าเพื่อไม่ให้มีผู้เสพรายใหม่ “ยาเสพติดเหมือนโรคระบาด ยิ่งมีผู้เสพมากยิ่งแพร่ได้มาก ถ้าจำกัดจำนวนได้ ผู้เสพรายใหม่ก็ลดลง”

ยอมรับ “ช่องว่าง” ดูแลไม่ครบ 100%

นพ.พงศ์เทพ ยอมรับด้วยว่า แม้ดำเนินโครงการชุมชนล้อมรักษ์ แต่อาจดูแลไม่ครบ 100% เหมือนการรักษาโรคที่ไม่หายทั้งหมด บางรายหลุดจากระบบเพราะข้อจำกัดการติดตาม ไม่ยินยอมบำบัด หรือครอบครัวไม่เปิดเผยข้อมูล

“ไม่ควรมองความสำเร็จแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ควรควบคุมให้สถานการณ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนปัญหาลดขนาด ขณะเดียวกันเหตุการณ์ที่พะตง เป็นบทเรียนว่าอย่ามองปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องของครอบครัวคนอื่น เพราะมันอาจเกิดกับใครก็ได้ นี่คือปัญหาของชุมชนและสังคมโดยรวม”

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"อนุทิน" โพสต์ขอบคุณ พร้อมแก้ปัญหาเศรษฐกิจตอบแทน

41 นาทีที่แล้ว

เดดไลน์ 31 มี.ค. รถรับส่งผ่านแอปฯ ไม่จดป้ายเหลือง เสี่ยงถูกระงับบัญชี

47 นาทีที่แล้ว

"ถุงยาง" ขาดแคลน แคมป์โอลิมปิกฤดูหนาวป่วน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รถทัวร์ 2 ชั้น "ภูเก็ต-เบตง" พลิกคว่ำที่ตรัง ผู้โดยสารเจ็บมากกว่า 30 คน

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ภูมิภาค อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...