โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SA ชูแบรนด์ “มารี กีมาร์” เปิดตัวเมนูเอ็กซ์คลูซีฟ “ข้าวแช่ชาววัง 8 เครื่องเคียง”

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 05.40 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 05.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA ได้นำเสนอเมนูคลายร้อนแบบไทยแท้ผ่านธุรกิจร้านอาหารในเครืออย่าง"มารี กีมาร์" (Marie Guimar) ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ อันเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพอาหารไทยแท้ในระดับสากล โดยในปีนี้ได้เปิดตัวเมนู "ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569" เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารไทยชาววังผ่านความประณีตในทุกขั้นตอน รังสรรค์โดย "เชฟปิ๊ก" นายคณิน สินพันธ์ Executive Chef ของทางร้าน ที่ได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศมารังสรรค์เป็นสำรับอาหารฤดูร้อนที่งดงามทั้งรสชาติและเรื่องราว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมนูประจำฤดูร้อนที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รอคอยของลูกค้าในทุกๆ ปี

ในโอกาสการเปิดตัวเมนูพิเศษนี้ นายอายุษกร อารยางกูร Group F&B Director บริษัท ไซมิส เทสท์ จำกัด พร้อมด้วยเชฟปิ๊ก ได้ร่วมให้การต้อนรับสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมสัมผัสเมนูข้าวแช่ตำรับพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารไทยโบราณผ่านการจัดสำรับอย่างพิถีพิถัน โดยข้าวแช่ในปีนี้ถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตในภาชนะรักษ์โลกจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินท้องถิ่นที่สะท้อนความงดงามของศิลปหัตถกรรมไทย พร้อมจัดลำดับการรับประทานแบบโบราณที่แบ่งออกเป็น 3 สำรับอย่างลงตัว

สำหรับลำดับการรับประทานเริ่มต้นด้วยสำรับแรก ซึ่งเป็นของว่างคลายร้อนจากตำรับอยุธยา ได้แก่เมนูโบราณ "แตงโมหน้าปลาแห้ง" โดยทางร้านคัดเลือกแตงโมเนื้อหวานจากจังหวัดสุพรรณบุรี รับประทานคู่กับปลาแห้งที่ใช้ปลาช่อนแดดเดียวจากจังหวัดสิงห์บุรี นำมาย่างด้วยเตาถ่านก่อนโขลกให้ฟูและผัดจนแห้ง พร้อมปรุงรสอย่างกลมกล่อมด้วยน้ำตาลดอกมะพร้าวจากจังหวัดสมุทรสงคราม ดอกเกลือ และหอมเจียว

ลำดับถัดมาคือสำรับที่สอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญอย่าง "ข้าวแช่ตำรับไทยพร้อมเครื่องเคียง 8 อย่าง" โดยเชฟปิ๊กเลือกใช้ข้าวพันธุ์ "เจ๊กเชย" จากจังหวัดสระบุรี ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอมและเม็ดข้าวที่สวยงาม นำมาหุงอย่างพิถีพิถันก่อนแช่ในน้ำแร่จากอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ที่ผ่านการต้มและพักในโอ่งดินเผา จากนั้นนำไปลอยด้วยดอกไม้หอม 4 ชนิด ได้แก่ ชมนาด กระดังงาไทย กุหลาบมอญ และดอกมะลิ ก่อนจะทำการอบควันเทียนให้เกิดกลิ่นหอมละมุน โดยจะเสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงโบราณ 8 อย่าง ประกอบด้วย

ลูกกะปิหอมชุบไข่ทอด รับประทานคู่กระชายอ่อนแกะสลักเป็นดอกจำปา, หอมแดงสอดไส้ปลา, พริกชี้ฟ้าแห้งสอดไส้ปลา, พริกหยวกสอดไส้หมูผัดห่อไข่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของร้านมารี กีมาร์, ปลาช่อนแดดเดียวฉาบหวาน, ไชโป๊วผัดหวานน้ำมันหมู, หมูฝอยทอดกรอบ, ไข่เค็มชุบแป้งทอด รับประทานคู่มะม่วงเขียวเสวยและผักแนมตามตำรับ

ปิดท้ายสำรับด้วยของหวานฤดูร้อนอย่าง "ส้มฉุนมะยงชิด" ที่เลือกใช้มะยงชิดสดใหม่จากจังหวัดนครนายก โรยหน้าด้วยหอมเจียวและขิงอ่อนซอย เพื่อเพิ่มมิติรสชาติหวานอมเปรี้ยวและให้ความสดชื่นซึ่งเหมาะสำหรับฤดูร้อนเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ทางร้านยังมีบริการชุดตะกร้าข้าวแช่สำหรับซื้อกลับบ้าน สำหรับรับประทาน 2 ท่าน พร้อมขนมทองมารีจำนวน 1 กล่อง จำหน่ายในราคา 1,299 บาท

ทั้งนี้ เมนู "ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569" แบบรับประทานที่ร้าน จะให้บริการในราคา 999++ บาทต่อสำรับ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม ถึง 15 พฤษภาคม 2569 ผู้ที่สนใจสามารถร่วมลิ้มลองสำรับข้าวแช่ตำรับไทยได้ที่ร้านอาหารมารี กีมาร์ ชั้น 28 โรงแรม Wyndham Bangkok Queen Convention Centre Hotel ซึ่งเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00–21.00 น. หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 090-234-5822 และเว็บไซต์ www.marieguimarbkk.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...