สมาชิกกล้าธรรม ร้อง กกต. ส่งศาล รธน.ยุบพรรคประชาชน ปมบริษัทสื่อ “สเปกเตอร์ ซี”
นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร สมาชิกพรรคกล้าธรรม ยื่นคำร้องขอให้นายทะเบียนพรรคการเมืองและประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคประชาชน และดำเนินคดีอาญากับนางสาวพรรณิการ์ วานิช พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้บริหารพรรคประชาชน 14 คน โดยระบุว่าคำร้องของตนเองมีข้อเสนอให้พิจารณา 3 เรื่อง เรื่องแรกคือการยุบพรรคประชาชน กรณีบริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด ซึ่งมีหลักฐานเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับนางสาวพรรณิการ์ ที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมือง
โดยให้สัมภาษณ์และพาสื่อมวลชนเข้าไปในอาคารอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีหลักฐานว่าอาคารอนาคตใหม่ถูกเช่าโดยพรรคประชาชน ซึ่งตนเองมีไฟล์หลักฐานประกอบ
และจากเอกสารที่พรรคประชาชนชี้แจงต่อ กกต. ระบุว่าได้เช่าสำนักงานภายในอาคารอนาคตใหม่ทั้งหมด เดือนละ 200,000 บาท หมายความว่าอาคารนี้อยู่ในความครอบครองของพรรคประชาชน แต่นางสาวพรรณิการ์ยืนยันชัดเจนว่าสามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 6 สามารถสั่งเจ้าของให้เปิดและปิดเครื่องปรับอากาศได้ และยอมรับว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ที่เปิดให้บริการของ “โซลบาร์” ซึ่งมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย รวมถึงบริษัท สเปกเตอร์ ซี ที่ระบุว่าตั้งอยู่ชั้น 5 ซึ่งคณะกรรมการของบริษัทไม่ได้ออกมาชี้แจงในประเด็นดังกล่าว แต่นางสาวพรรณิการ์พาไปถึงชั้น 6 ว่ามีบริษัท สเปกเตอร์ ซี อยู่ในพื้นที่อาคารที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมด และเมื่อไปดูข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ในฐานะโฆษกพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์และพาสื่อมวลชนเข้าไปดูว่าพื้นที่ชั้น 4 ของพรรคประชาชนเป็นพื้นที่ของบริษัท สเปกเตอร์ ซี ด้วย รวมถึงนายเพชร กรุณพล รองโฆษกพรรคประชาชน ก็ให้สัมภาษณ์ในลักษณะเดียวกัน
และจากหลักฐานทั้งหมด ตนเองไม่ได้พิจารณาแค่คำให้สัมภาษณ์ แต่ได้ไปตรวจสอบข้อมูลของบริษัท สเปกเตอร์ ซี ที่ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นการจัดพิมพ์ จำหน่าย หรือเผยแพร่งานอื่นผ่านทางออนไลน์ นั่นหมายความว่า บริษัท สเปกเตอร์ ซี คือสื่อมวลชนที่อยู่ในพื้นที่ของพรรคประชาชน โดยเฉพาะนางสาวพรรณิการ์ที่ระบุว่าให้สำนักงานส่วนสำนักงานของพรรคประชาชนเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของบริษัท ซึ่งแสดงหลักฐานชัดเจนว่าในปี 2566 ประสบภาวะขาดทุน ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ว่าในปี 2566 ได้มีการเลือกตั้ง
สำหรับประเด็นที่ 2 นายทันกวินท์ระบุว่านางสาวพรรณิการ์ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง จึงไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ แต่ยังมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของพรรค จึงตั้งคำถามว่าเข้าข่ายการครอบงำหรือชี้นำพรรคการเมืองหรือไม่
ส่วนประเด็นที่ 3 ผู้บริหารพรรค 14 คน มีส่วนเกี่ยวข้องหรือถือครองธุรกิจด้านสื่อมวลชน อาจเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง จึงขอให้ตรวจสอบและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีหลักฐานอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นายทันกวินท์ระบุว่ามีทั้งภาพข่าว คลิปวิดีโอ และลิงก์คำสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลที่ยื่นให้เลขาธิการนายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบ ทั้งเอกสารบริษัท การไต่สวนข้อเท็จจริง และข้อมูลการจ่ายเงินประกันสังคม ซึ่งมองว่าอาจสะท้อนความสัมพันธ์ด้านการจ้างงานระหว่างพรรคการเมืองกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าว และยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช่การทำนิติสงคราม โดยเห็นว่าทุกฝ่ายควรเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เลือกตั้ง 2569 : “เลขาสภาฯ” พร้อมรายงานตัว สส.หาก กกต.รับรอง 25 ก.พ.นี้
เลือกตั้ง 2569 : กกต.แจ้งออกเสียงเลือกตั้ง สส. ใหม่ หน่วยที่ 6 พะเยา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมาชิกกล้าธรรม ร้อง กกต. ส่งศาล รธน.ยุบพรรคประชาชน ปมบริษัทสื่อ “สเปกเตอร์ ซี”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com