FM กำไรปี 68 แตะ 691 ล้าน เคาะปันผล 0.20 บาท รับทรัพย์ 22 พ.ค.นี้
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 10.09 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์นายสุเมธ มาสิลีรังสี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM ผู้นำการพัฒนาอาหารแปรรูปปรุงสุกจากเนื้อไก่ (CAV Products) ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตระดับโลก เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 7,145 ล้านบาท ชะลอตัวลงเล็กน้อยที่ 2.65% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
โดยมีสัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) 42% และกลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) 58% อย่างไรก็ดี กลุ่มบริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาระดับกำไรได้อย่างน่าพอใจ โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 816 ล้านบาท เติบโต 5.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 691 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) 9.67% ซึ่งปรับลดลงเพียงเล็กน้อยที่ 3.35% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เนื่องจากการขออนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ฉบับใหม่ในช่วงปีที่ผ่านมามีความล่าช้าในกระบวนการอนุมัติสิทธิประโยชน์ ซึ่งเป็นผลมาจากช่วงรอยต่อของสถานการณ์ทางการเมือง ส่งผลให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วนหมดวาระลงและต้องดำเนินการชำระภาษีในอัตราปกติไปก่อน
ทั้งนี้ หากพิจารณาข้ามปัจจัยด้านภาษีซึ่งเป็นผลกระทบเพียงชั่วคราว จะพบว่าผลการดำเนินงานของ FM ยังคงมีความโดดเด่น โดยปัจจัยหลักที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตคือกลุ่มผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) ที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งในปี 2568 มีปริมาณการขายพุ่งสูงขึ้นถึง 22,300 ตัน เติบโต 8.9% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในตลาดโลกที่มีต่อนวัตกรรมของบริษัทฯ ส่งผลให้รายได้จากกลุ่มธุรกิจ CAV ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3,017 ล้านบาท แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ปริมาณความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในตลาดโลกที่มีต่อมาตรฐานการผลิตและนวัตกรรมของบริษัทฯ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างกำไรที่ยั่งยืนในอนาคต สำหรับธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) ยังคงเป็นฐานรายได้ที่แข็งแกร่ง โดยมีปริมาณการขายที่เติบโตขึ้นจากการเน้นจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลัก พร้อมทั้งได้รับปัจจัยบวกจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวลดลง ทั้งกากถั่วเหลืองและข้าวโพด ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและบริหารจัดการต้นทุนในภาพรวมได้อย่างยอดเยี่ยม
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสัดส่วนต่อยอดขายลดลงเหลือเพียง 3.86% จาก 4.30% ในปีก่อน ปัจจุบัน FM มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงและแข็งแกร่งอย่างมาก โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.32 เท่า และมีวงจรเงินสด (Cash Cycle) ที่รวดเร็วเพียง 23 วัน สะท้อนถึงสภาพคล่องที่สูงและความพร้อมในการขยายธุรกิจตามแผนงาน
ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมจากงวดผลการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 197.57 ล้านบาท โดยกำหนดวันขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวยังคงต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ซึ่งเมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท ที่ได้จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 จะส่งผลให้ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลจากผลการดำเนินงานประจำปี 2568 รวมทั้งสิ้นในอัตรา 0.35 บาทต่อหุ้น
ด้านนายณัฐพล ดุษฎีโหนด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FM กล่าวว่า สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 กลุ่มบริษัทฯ จะยังคงมุ่งเน้นโมเดลธุรกิจตั้งแต่ช่วงกลางน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ผ่านการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุก เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงราคาตลาดไก่สดที่มีความผันผวนสูง ควบคู่ไปกับการมุ่งสร้างระดับกำไรให้มีความสม่ำเสมอ
โดยล่าสุดในเดือนกันยายน 2568 บริษัทฯ ได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ฉบับใหม่สำหรับกิจการผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้เริ่มใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในช่วงปลายไตรมาสที่ 3/2568 ขณะที่กิจการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) คาดว่าจะได้รับการอนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุนภายในช่วงไตรมาสที่ 1/2569 นี้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะเข้ามาช่วยเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในอนาคต
"ก้าวต่อไปของ FM คือการเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการผลิตด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ รวมถึงการกระจายฐานตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคใหม่ๆ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาค่าเงิน โดยเราเชื่อมั่นว่าด้วยพื้นฐานธุรกิจที่ถูกวางมาเป็นอย่างดี ผนวกกับความได้เปรียบทางด้านต้นทุนที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ FM สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว" นายณัฐพล กล่าวปิดท้าย