กองปราบฯจับ "อาจารย์ต้น" อ้าง "ลด ละ กรรม" ได้ ผู้เสียหาย 14 คน เสียหายรวม 15 ล้านบาท
วันนี้ (2 มี.ค.2569) ตำรวจกองบังคับการปราบปราม จับกุม นายชวิศร์ (สงวนนามสกุล) หรือ อาจารย์ต้น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน ที่บริเวณหน้า คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านเพชรเกษม ถ.เพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2569
ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. เปิดเผยว่า คดีนี้ชุดสืบสวนได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายเมื่อปี 2563-2565 ภาวะเศรษฐกิจไม่ดีหลายคนหาที่พึ่งทางใจ โดยผู้ต้องหามีแผนประทุษกรรม ด้วยการสร้างความน่าเชื่อถือ อ้างว่า ตัวเองเป็นพระผู้สร้างมีเทพมาสถิตย์ในตัว สามารถลด ละ กรรมได้ ซึ่งคดีนี้ตำรวจมีหลักฐานเป็นคลิปเสียง
ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่ผู้ต้องหาเลือกจะเน้นผู้ที่มีศักยภาพ หน้าตาดี มีชื่อเสียง โดยเริ่มจากกลุ่มเล็ก ๆ ใช้วิธีบอกต่อแบบปากต่อปากก่อนกระจายไปยังกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงทำให้เกิดการหลงเชื่อ และโอนเงินเข้ามา เมื่อได้เงินมาแล้ว ผู้ต้องหาจะแปรทรัพย์สินนำเงินดังกล่าวไป ซื้อบ้าน และรถยนต์ราคาแพง รวมถึงสินค้าแบรนด์เนม
จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา พบเมื่อปี 2557 เคยถูกบริษัทประกันชีวิต ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงหลังอ้างกับบริษัทประกันว่า ภรรยาตัวเองเสียชีวิต เพื่อรับค่าสินไหมก่อนทราบภายหลังว่า ไม่ได้เสียชีวิตจริง จากนั้นนายชวิศร์จึงถูกฟ้องล้มละลาย จากสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวน ขณะเดียวกันตำรวจยังอยู่ระหว่างติดตามตัวภรรยาของผู้ต้องหามาดำเนินคดีด้วย
ด้าน น.ส.พิมดาว พานิชสมัย (มัดหมี่) นักร้องและนักแสดง หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2560 ตนเครียดสะสมจนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า นอนไม่หลับ แม้จะไปพบแพทย์ แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น จนได้รับการเชิญชวนจากพี่ที่รู้จักแนะนำให้พบกับผู้ต้องหา เมื่อพบก็ได้รับคำแนะนำที่ดีจากผู้ต้องหา รวมถึงอ้างว่า การทำบุญจะช่วยแก้อาการปวดหัวปวดท้อง นอนไม่หลับได้ จึงหลงเชื่อโอนเงินต่อเนื่องไปประมาณกว่า 1 ล้านบาท กระทั่งมีคนในครอบครัวทักมาเตือน ประกอบกับเริ่มพบเห็น ผู้ต้องหามีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมที่แต่งกายสมถะ แต่เริ่มหันมาใช้ของฟุ่มเฟือย ใช่สินค้าแบรนด์ จึงทำให้รู้ตัว
สำหรับคดีนี้พบว่า มีผู้เสียหาย 14 คน มูลค่าความเสียหายที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนประมาณ 15 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ต้องหาหลอกให้ผู้เสียหายทำบุญในรูปแบบการซื้อที่ดินมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท รวมถึงทำบุญในรูปแบบอื่น ๆ อีก
เบื้องต้น นายปิยะ ศรีวิกะ ผู้อำนวยการกองคดี 2 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ระบุว่า จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหามีเงินในบัญชี ทรัพย์สินทั้งที่แปลงไปเป็น อสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ และสินค้าแบรนด์ รวม 40 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้ ปปง. จะขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า ผู้ต้องหาได้ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปยังบุคคลอื่นหรือไม่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการติดตามอายัดทรัพย์สำหรับคืนเงินให้ผู้เสียหาย
อ่านข่าว :
ย้อนไทม์ไลน์เหตุการณ์ ก่อน "สหรัฐ-อิสราเอล" โจมตี "อิหร่าน"
ตลาดทุนโลกสะเทือน วิกฤตตะวันออกกลาง ดัน "ราคา" น้ำมัน-ทองคำพุ่ง
ผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์สู้รบ "อิสราเอล-อิหร่าน" ยืดเยื้อ? จับตาศึกชิงอำนาจ