โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ด่วน! ออกหมายจับ ‘เบน สมิธ-เมีย’ ลวงลงทุนหุ้นพลังงานเสียหายพันล้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 2 มีนาคม 2569 เวลา 21.47 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ตำรวจกองปราบฯ ออกหมายจับ “เบน สมิธ” และภรรยา หลอกลงทุนหุ้นพลังงานข้ามชาติ เสียหายประมาณ 1 พันล้านบาท พบพฤติการณ์สุดแสบ ใช้ชื่อภรรยาทำธุรกรรมทางการเงินทุกอย่างในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 2 มี.ค. จากกรณีที่มีกระแสข่าว ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ออกหมายจับ นายเบน สมิธ อายุ 47 ปี และ นางสาวแคทรียา บีเวอร์ อายุ 40 ปี ภรรยา ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบ และได้ร่วมกันฟอกเงิน” พร้อมนำหมายค้นเข้าตรวจค้น 6 จุด ในพื้นที่ภาคกลาง เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้ของกลางหลักฐานเพิ่ม ทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเอกสารต่างๆ เช่น งบการเงิน รายวันจ่ายประจำปี ตราประทับบริษัท รวมถึงยังเชิญพยานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 6 คน เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถาม พ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพเจริญ สว.กก.3 บช.ก. กล่าวว่า จากการสอบปากคำพยานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง บอกว่ารู้จักกับ นายเบน สมิธ ช่วงปี 2559 มีการทำธุรกิจหุ้นพลังงานร่วมกัน และนายเบน สมิธ ได้ชักชวนให้เข้ามาร่วมลงทุนและได้ใช้งานพวกเขาให้ทำอะไรบางอย่าง และยังบอกว่าต้องไปประสานงานกับใคร ซึ่งคำให้การก็สอดคล้องกับหลักฐานที่ทางตำรวจตรวจพบ และยังพบเส้นเงินบางส่วนของพยานทั้ง 6 คน โอนไปยังผู้ต้องหา แต่ก็อ้างว่าเป็นการทำธุรกิจกันจึงต้องมีการโอนเงินให้กัน แต่ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อ

ส่วนพฤติการณ์ของ นายเบน สมิธ ส่วนใหญ่จะใช้บัญชีของภรรยาเป็นคนทำธุกรรมทุกอย่าง ทั้งการโอนเงิน หรือการทำสัญญาต่างๆ รวมถึงการครอบครองทรัพย์สินภายในประเทศไทย แต่การไปเจรจากับผู้ใหญ่ หรือการไปคุยกับกลุ่มผู้เสียหาย ภรรยาไม่เคยไปสักครั้ง โดยตอนนี้ทั้ง 6 คน ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่หากหลังจากนี้พบความเชื่อมโยงต่อกัน ก็จะเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม

พ.ต.ท.อาธิรัตน์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้นายเบน สมิธ และภรรยา ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปตั้งแต่ช่วงปี 2568 หลังจากที่มีการดำเนินคดีเครือข่ายยิม เลียก-เฉินจื้อ-ก๊กอาน สำหรับทรัพย์สินที่ตรวจยึดมาได้นั้น เป็นคนละส่วนที่ ปปง. ยึดมาก่อนหน้านี้ เพราะทรัพย์สินส่วนนั้นได้มาจากช่วงหลังก่อเหตุ แต่ก็มีทรัพย์สินบางอย่างที่เกี่ยวพันกับคดีที่หลวกลงทุนหุ้นพลังงาน ที่มีความเสียหายประมาณ 1 พันล้านบาท.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...