โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พิพัฒน์ เคลียร์ชัด! “ปิดพื้นที่ 100%” คือปิดจุดเสี่ยง ไม่ใช่ปิดถนนทั้งสาย “ประชาชนต้องปลอดภัยสูงสุด”

สวพ.FM91

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พิพัฒน์ เคลียร์ชัด! “ปิดพื้นที่ 100%” คือปิดจุดเสี่ยง ไม่ใช่ปิดถนนทั้งสาย ย้ำ! “ประชาชนต้องปลอดภัยสูงสุด” ไม่มีการอุ้มผู้รับเหมา สั่ง ทล. กางผังจราจรพระราม2 ละเอียด รับมือซ่อมโครงสร้าง M82

25 มกราคม 2569 — นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่มีความกังวลของประชาชนต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่7 บนถนนพระราม 2 โดยเฉพาะประเด็น “การปิดพื้นที่ก่อสร้าง 100%”

นายพิพัฒน์ กล่าวย้ำเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า “คำว่าปิด 100% ที่มีการแถลงข่าวไปเมื่อวันศุกร์ที่ 23 ม.ค ที่ผ่านมา ไม่ใช่การปิดถนนพระราม 2 ทั้งเส้นเป็นการถาวร หรือผลักภาระให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหารถติดโดยไม่จำเป็น แต่หมายถึง การปิดถนนเฉพาะจุดที่จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงซ่อมแซมงานก่อสร้างที่เกิดความเสียหายโดยเร็วที่สุดและให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด โดย “ความปลอดภัยต้อง 100%“

โดยผมได้รับฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนที่กังวลว่า หน่วยงานราชการกำลังเข้าข้างผู้รับเหมาให้ทำงานง่ายขึ้น โดยไม่คำนึงถึงความลำบากของประชาชน ซึ่งผมขอยืนยันว่า ‘ไม่เป็นความจริง’ รัฐบาลไม่มีนโยบายอุ้มผู้รับเหมาที่ประมาทเลินเล่อ ส่วนบทลงโทษทางกฎหมาย หรือการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการพิจารณาการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) นั้น ยังคงเดินหน้าอย่างเฉียบขาด

และจะไม่ยอมให้มีความเสี่ยงในการทำงานที่กระทบต่อพี่น้องประชาชน เช่น กรณีมีการก่อสร้าง ยกวัสดุอยู่ด้านบนเส้นทางการสัญจรของพี่น้องประชาชน หรือจุดที่โครงสร้างเสียหายรุนแรง มีความจำเป็นต้องปิดกั้นพื้นที่ในจุดนั้นๆอย่างเด็ดขาดเป็นการชั่วคราว เพื่อให้มั่นใจว่า พี่น้องประชาชนจะสัญจรในเส้นทางที่กำหนดไว้ โดยไม่ได้รับอันตรายจากการก่อสร้างหรือแก้ไขงาน ซึ่งผมเข้าใจดีว่า การอำนวยความสะดวกนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่ความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชนคือสิ่งสำคัญสูงสุด จึงได้มีการสั่งการให้กรมทางหลวงได้บริหารการจัดการเส้นทางการจราจร ในช่วงที่มีการก่อสร้างซ่อมแซมพื้นที่ดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทางของพี่น้องประชาชน

ด้าน นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยรายละเอียดการปฏิบัติงานรื้อถอนพื้นสะพานช่วงที่เสียหายจากเครน LG ถล่มมากระแทก และการเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่นข้ามแม่น้ำท่าจีน (Closure) เพื่อรื้อถอนนั่งร้านชั่วคราว ช่วง กม.29+100 ถึง กม.32+100 ระยะทาง 3 กม. ว่า กรมทางหลวงตระหนักดีว่าการปิดช่องทางหลักนั้น ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง จึงได้จัดทำ “แผนบริหารจัดการจราจรและประเมินผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนวางแผนการเดินทางได้ชัดเจน ดังนี้

1. ข้อมูลทางกายภาพและการจัดการจราจร
• สถานะปกติ: ช่องทางหลัก มีจำนวน3 เลน และ ช่องทางขนาน (Frontage Road) มีจำนวน 2 เลน รวมช่องจราจรทั้งหมด 5 เลน ต่อทิศทาง หรือ 10 ช่องจราจรรวม 2 ทิศทาง
ส่วนช่วงปิดซ่อมแซม (กม.29+100 - กม.32+100): ปิดช่องทางหลัก ทั้งหมด 100% (จำนวน 3 เลน) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดขณะรื้อถอนสะพานและเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่น และ คงเหลือช่องทางขนาน เปิดใช้งาน 2 เลนต่อทิศทางหรือรวม 4 ช่องจราจรในสองทิศทาง

โดยมาตรการเสริม ในการดำเนินการอำนายการจราจร คือการปรับกายภาพทางเชื่อม และปรับจุดเข้า-ออก เพื่อลดจุดคอขวดของกระแสจราจร และเพิ่มความคล่องตัวในการสัญจร

2. การประเมินผลกระทบ

จากการคำนวณทางวิศวกรรมจราจร คาดว่าความสามารถในการรองรับปริมาณรถ จะลดลงประมาณ 60% โดยในช่วงเวลาเร่งด่วน คาดว่าจะมีความยาวแถวคอยสะสมประมาณ 4 กิโลเมตร จึงได้วางแผนแก้การจราจร โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาจราจรประจำจุดทางเบี่ยงตลอด 24 ชม.

โดยกรมทางหลวง จะกำหนดแผนการทำงาน(Sequence) ให้กระชับ เพื่อจะปิดการจราจรทางหลัก ทั้งสองทิศทาง เฉพาะเท่าที่จำเป็น โดยบางวันจะปิดช่องทางหลักเพียง 1 ทิศทาง เพื่อคืนผิวจราจรให้วิ่งเพิ่มขึ้นอีก 3 เลนต่อทิศทาง เพื่อช่วยระบายรถและอาจเปิดใช้เป็นช่องทางพิเศษ (Reversible lane) เพื่อลดผลกระทบการจราจร และจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอำนวยการจราจรบริเวณทางที่เชื่อมเข้า-ออก ถนนพระราม 2 เพื่อช่วยเพิ่มความคล่องตัวของช่องทางขนาน ให้สอดคล้องกับปริมาณรถ โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนต่อไป

นายปิยพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมถึง ความคืบหน้างานวิศวกรรมว่า ขณะนี้ทีมผู้เชี่ยวชาญได้รื้อย้ายซากเครน LG และชิ้นส่วนที่เสียหายลงมาแล้วอย่างปลอดภัย และจำเป็นต้องเร่งดำเนินการใน 2 ส่วนสำคัญ คือ 1) รื้อถอนพื้นสะพานช่วงที่เสียหายจากเครน LG ถล่มมากระแทก และ 2) เทคอนกรีตเชื่อมต่อสะพานแบบคานยื่นข้ามแม่น้ำท่าจีน เพื่อให้โครงสร้างแข็งแรงสมบูรณ์ และเร่งรื้อถอนนั่งร้านชั่วคราว โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 60 วัน โดยดำเนินการตั้งแต่ 24 ม.ค. 2569 ถึง 27 มี.ค. 2569

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้ยกระดับมาตรการความปลอดภัย 5 มิติ ตามข้อสั่งการของ นายพิพัฒน์ รมว.คมนาคม โดยเน้นย้ำว่า “ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรื้อถอน การจ้างผู้เชี่ยวชาญอิสระ และมาตรการความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด บริษัทผู้รับจ้าง (ITD) จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

ซึ่งกรมทางหลวงต้องขออภัยในความไม่สะดวก และขอความร่วมมือประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า หรือใช้เส้นทางเลี่ยงตามที่ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ สอบถามข้อมูลเส้นทางหรือแจ้งเหตุด่วน: สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี 24 ชม)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...