คล้ายซังกะตาย?
สายตาคนภายนอกอาจจะไม่ค่อยได้ประจักษ์ผลงาน
แต่ภายในองค์กร “สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ” คณะกรรมการต่างมองเห็นว่ามีผลงานเป็นที่โดดเด่น..
จึงได้ลงความเห็นให้ “คุณธนกร ปุลิเวคินทร์” ดำรงตำแหน่ง “ประธานสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติอีกเป็นสมัยที่ 2 ไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน!
ก็..ขอแสดงความยินดี และหวังว่าจะได้เห็นผลงาน-ฝีมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้แข็งแรงยั่งยืนตามที่ได้ให้คำมั่นสัญญา!
นี่..พูดถึงสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์ฯ ก็ไม่รู้ว่าเวลานี้จะมีสมาชิกอยู่อีกสักกี่สมาคม โดยเฉพาะ “สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย” จะยังอยู่หรือแยกตัวออกไปแล้วรึอย่างไร?
เพราะตอนนี้ดูเหมือน สมาคมผู้กำกับฯ จะมีบทบาทล้ำหน้า หรือพูดแบบไม่เกรงใจก็ต้องบอกว่า “ข้ามหัว” สมาพันธ์ฯ ไปแล้ว!
อย่างล่าสุดก็เห็นข่าวว่า..เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 15.00-17.00 น. ณ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ในฐานะแกนนำหลัก ได้จัดการประชุมหารือร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสถาบันการศึกษา
เพื่อก่อตั้ง “สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพเพื่อการพัฒนาวิชาการภาพยนตร์” โดยมีจุดประสงค์เพื่อรวบรวม พัฒนา และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านภาพยนตร์และสื่อเคลื่อนไหว
จากภาควิชาชีพสู่สถาบันการศึกษาและผู้ที่สนใจผ่านกิจกรรมต่างๆ รวมถึงสื่อการสอนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในอนาคต
ในการนี้ มีองค์กรวิชาชีพและสถาบันการศึกษาชั้นนำเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายก่อตั้ง ได้แก่ -สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, -สมาคมวิชาชีพนักเขียนบทไทย
-สมาคมนักแสดง (ประเทศไทย), -สมาคมผู้กำกับภาพแห่งประเทศไทย, -สมาคมนักลำดับภาพ (ประเทศไทย), -สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย
-สมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมสตูดิโอไทย, -สมาคมนักสร้างเสียง (ประเทศไทย), -บริษัท เกียร์เฮด จำกัด, -สมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมสตูดิโอไทย
-คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, -วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ทั้งนี้ จะมีแผนเชิญชวนหน่วยงานต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรมบันเทิงและสถาบันการศึกษา เพื่อการเข้าร่วมเพิ่มเติมในลำดับถัดไป เร็วๆ นี้
ครับ..ก็ไม่มี “สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ” ที่เป็น “องค์กรหลัก” ของผู้คนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เป็นภาคีเครือข่ายร่วมอยู่ด้วยแต่อย่างใด!
ผมแค่เพียงสงสัย เพราะต้องยอมรับความจริงว่า สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์ฯ ยุคหลังๆ นี้ไม่ค่อยมีข่าวคราว กิจกรรมปรากฏ ไม่เหมือนอดีต
โดยเฉพาะอดีตในยุคของ “เสี่ยเจียง” คุณสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ เป็นนายกสมาคมฯ นั้น ถือเป็นยุคที่สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ (ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นสมาพันธ์ฯ) แข็งแกร่งที่สุด!
มีบทบาท มีอำนาจการต่อรองกับภาครัฐ และมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว มีงาน-มีกิจกรรมอะไรก็จะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างดียิ่ง
นั่น..อาจเป็นด้วย “ความเสียสละ-ทุ่มเท” ของเสี่ยเจียง ที่แม้จะมีบริษัทสหมงคลฟิล์มฯ ต้องแบกรับ-บริหาร มีหนังสร้างปีละ 15-20 เรื่อง..
แต่ก็ยังเจียดเวลามาใส่ใจ-ทุ่มเทให้กับสมาคม ชนิดที่คณะกรรมการบริหารฯ ต่างโอด-บ่น..ประชุมอะไรกันนักหนา อาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง (ค่าน้ำมันรถก็ไม่มี)
เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะผมก็ (บังเอิญ) เป็นหนึ่งในคณะกรรมการรวมอยู่ด้วย จึงได้รู้-เห็นเป็นอย่างดี และกล้าพูดได้เต็มปาก-เต็มคำ..
หมดยุค “เสี่ยเจียง” สมาคม หรือสมาพันธ์ ก็คล้ายซังกะตาย มีก็เหมือนไม่มี เหตุนี้กระมังสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยจึงมีบทบาทที่โดดเด่น-เหนือกว่า..
หรือจะมีคำอธิบายอย่างไรก็..เชิญ!.
สันต์ สะตอแมน