TATG งัดกลยุทธ์เด็ด เคาะแผนปลาย ก.พ.
#TATG #ทันหุ้น – TATG เล็งประกาศแผนปลาย กุมภาพันธ์นี้ ตั้งเป้าสร้างการเติบโต แม้เศรษฐกิจยังท้าทาย คาดอุตสาหกรรมยานยนต์ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน ระบุไม่กังวลสินค้าจีน พร้อมเดินหน้าศึกษาระบบอัตโนมัติเสริมการผลิต จับตาความเสี่ยงมาตรการภาษีสหรัฐ
นางสาวอมรวรรณ ศักดาสาวิตร ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรบริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน) หรือ TATG เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าสร้างการเติบโตท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทายจากปัจจัยมหภาค รวมถึงภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อน โดยมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐยังคงดำเนินต่อไปในรูปแบบเดิม
ไม่กังวลจีน
สำหรับการแข่งขันในตลาดงานแม่พิมพ์ที่ผู้ประกอบการจีนเสนอราคาต่ำ บริษัทมองว่ายังไม่ใช่ประเด็นน่ากังวล เนื่องจากคุณภาพงานและรายละเอียดมีความแตกต่าง โดยจุดแข็งของ TATG อยู่ที่ความสามารถในการออกแบบและผลิตเครื่องมือสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ ตลอดจนชิ้นส่วนรถยนต์แบบปั๊มขึ้นรูปโลหะ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีและฐานการผลิตแม่พิมพ์โลหะส่วนยานยนต์ที่มีมาตรฐานสากลทัดเทียมผู้ผลิตญี่ปุ่น ส่งผลให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในมิติคุณภาพ ต้นทุน และการส่งมอบ
ทั้งนี้ ฐานลูกค้าหลักของบริษัทเป็นผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่ ทั้งกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์(Car brands) และผู้ผลิตชิ้นส่วนระดับTier 1 ที่เป็นคู่ค้าทางธุรกิจต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี
ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ปัจจุบันมีการนำมาใช้ในบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถทดแทนการทำงานที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของช่างเทคนิคได้ในระดับคุณภาพที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาและวางแผนการนำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ เช่น เครื่องจักรหรือแขนกล เข้ามาใช้ในสายการผลิตมากขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถประกาศแผนกลยุทธ์การดำเนินงานปี 2569 อย่างเป็นทางการได้ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569
จับตาภาษี
ขณะเดียวกัน TATG ประเมินปัจจัยเสี่ยงต่อการเติบโตในอนาคตจากสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ หลัง สหรัฐอเมริกา เริ่มประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจาก ประเทศจีน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับภาษีนำเข้าของหลายประเทศทั่วโลก โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการโต้ตอบภาษี เนื่องจากเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ให้กับหลายค่าย โดยเฉพาะรถยนต์จากญี่ปุ่น แม้มาตรการภาษีศุลกากรรถยนต์ยังไม่กระทบการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยอมรับว่าส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม จึงยังคงติดตามความเสี่ยงดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับแผนธุรกิจให้เหมาะสม
นอกจากนี้ ในแง่ของหนี้ครัวเรือนในประเทศที่อยู่ในระดับสูง โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ยังต่ำ เป็นอีกความท้าทายต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย และกระทบความเชื่อมั่นในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ อย่างไรก็ดี มาตรการส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการคาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมมีทิศทางที่ดีขึ้นได้ในระยะถัดไป