โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แกะรอย ‘มือวางยา’ สูงวัยคารถเมล์ อดีตทีมเสือโชกโชน ‘ปลดทรัพย์’

เดลินิวส์

อัพเดต 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.03 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
คล้ายฉากในละคร “มอมยาปลดทรัพย์”ง่ายดายในที่สาธารณะ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง-ไม่ใช่การแสดง และไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ด้วยยุคสมัยที่หลายจุดมีกล้องวงจรปิด รวมถึงบนรถขนส่งสาธารณะ ทำให้เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นกับเหยื่อสูงวัย ขณะโดยสารรถเมล์สาย 511 ปรากฏให้เห็นกระบวนการชัดเจน และนำมาสู่การย้อนรอยพฤติกรรมโชกโชนนับย้อนไปกว่า 30 ปี

กรณีตำรวจชุดสืบสวนนครบาล นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. แกะรอยรวบตัว นายประสาสน์ เรืองนรา ฉายา “สานนคร” อายุ 69 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ข้อหา “ลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะ” ได้ที่ริมถนนพหลโยธิน ปากซอยพหลโยธิน 30/1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ก่อนไปตรวจค้นห้องพักย่านจตุจักร พบของกลาง ยาลอราซีแพม 17 แผง พร้อมอุปกรณ์บดยา ได้แก่ ถ้วย 3 ใบ, ช้อนกลาง 2 คัน, โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง, สมุดบัญชี 8 เล่ม, เงินสด 40,000 บาท และพระเครื่องและวัตถุมงคลอีกหลายร้อยรายการ

ต้นเรื่องเกิดจากที่ลงมือก่อเหตุ นำยานอนหลับผสมนมเปรี้ยวให้เหยื่อวัย 84 ปี ที่โดยสารมาบนรถเมล์ดื่ม ก่อนปลดทรัพย์สร้อยคอทองคำ พระเครื่อง และเงินสด มูลค่ารวม 249,500 บาท

“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามเบื้องหลังคดีราวฉากละครนี้กับ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ให้ข้อมูลจากการตรวจค้นห้องพักผู้ต้องหาพบจดหมายที่บุตรสาวเขียนถึงตัวผู้ต้องหาขณะอยู่ในเรือนจำ และจากคำสารภาพให้การว่า ก่อเหตุลักษณะนี้ 20-30 คดีและเคยถูกจับขณะก่อเหตุบนรถทัวร์มุ่งหน้าลงใต้ เมื่อปี 2538 ในเวลานั้นเป็นข่าวแต่ไม่ดังมาก หลังโดนจับถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลากว่า 60 ปี

ระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำได้ขออภัยโทษเรื่อยมา จึงจำคุกจริงกว่า 20 ปี และเพิ่งพ้นโทษมาได้ไม่นาน ก่อนก่อเหตุในคดีนี้รับว่าทำมาอีก 4-5 คดี

จากการตรวจค้นและยึดของกลาง ประกอบกับข้อมูลทางการสืบสวนที่มีเหยื่อรายอื่นๆ ให้ข้อมูล วิเคราะห์ว่าก่อเหตุอีกไม่ต่ำกว่า 10 คดี แต่ด้วยบางคดีเมื่อหลับไปตื่นมาจำความไม่ได้ นอนอยู่ข้างถนน ญาติที่บ้านคิดว่าแอบหนีเที่ยว

“บางรายโดนมอมยาจนสูญเสียความทรงจำ ตื่นมาปีนป่ายเข้าบ้านคนอื่น สร้างความเดือดร้อน เชื่อว่ายังมีคนที่ไม่ได้เข้าแจ้งความ หรือแจ้งแล้วไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร”

เมื่อถามถึงวิธีเลือกเหยื่อ ทำไมต้องเป็นลุงวัย 84 อย่างรายล่าสุด พล.ต.ต.ธีรเดช ระบุ จากการแกะรอยกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุ คนร้ายเข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อกาแฟมาดื่ม พร้อมกับใช้สายตาสอดส่องไปที่ป้ายรถเมล์จุดเกิดเหตุ (ปากน้ำ) เพียงไม่ถึง 5 นาที ก็เล็งเห็นเหยื่อ จึงข้ามถนนเข้าไปตีสนิททันที

จากคำสารภาพผู้ต้องหาให้การว่า เน้นเหยื่อที่มีทรัพย์สิน เช่น ใส่ทองคำ นาฬิกา แหวนเพชร ส่วนอายุจะเน้นไปที่ผู้สูงวัย เพราะเป็น “วัยเดียวกัน” ตีสนิทง่าย

ส่วนพฤติการณ์ที่ใช้ก่อเหตุนั้น ผู้ต้องหาให้การว่า ในอดีตช่วงปี 2530-2538 ตนร่วมกันก่อเหตุอย่างโชกโชนกับ “เสือมนัส” (เสียชีวิตแล้วในเรือนจำ) ทำงานกันเป็นทีม ก่อเหตุมากว่า 20-30 คดี ก็ได้วิธีการและประสบการณ์จากเสือมนัสมาใช้

ส่วนความรู้เรื่องยาตัวนี้ก็มาจากความรู้เดิม ปัจจุบันใช้วิธีไปพบแพทย์แล้วแกล้งป่วยก่อนบอกอาการ เพื่อให้แพทย์จ่ายยาตัวดังกล่าวมาให้ ซึ่งยาที่ผู้ต้องหาใช้เป็นยาควบคุมที่ต้องจ่ายโดยแพทย์ สำหรับปมเหตุการณ์ลงมือผู้ต้องหาอ้างตกงาน ต้องนำทรัพย์สินไปขายไปใช้ในชีวิตประจำวัน

พล.ต.ต.ธีรเดช ทิ้งท้ายเตือนภัยประชาชนระวังมิจฉาชีพเข้ามาตีสนิท และห้ามรับประทานสิ่งของจากคนแปลกหน้าที่หยิบยื่นให้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ญาติควรเฝ้าระวังการเดินทางไปไหนมาไหนเพียงลำพัง ไม่ควรปล่อยให้ออกจากบ้านคนเดียว

พร้อมย้ำต้องการให้เป็นบทเรียนกับอาชญากร เมื่อเข้าไปพัวพันติดคุกติดตะราง ไม่ได้ส่งผลต่อตัวเองเพียงคนเดียว แต่ส่งผลไปถึงครอบครัว บุตรหลานด้วย.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...