“อภิสิทธิ์” นำทัพบุกสุโขทัย เปิดลานปราศรัยกลางทุ่งนา ขอเสียง “คนโขทัย” เตือนอย่าขายอนาคตลูกหลานแค่วันละไม่ถึงบาท
“อภิสิทธิ์” นำทัพบุกสุโขทัย เปิดลานปราศรัยกลางทุ่งนา ขอเสียง “คนโขทัย” เตือนอย่าขายอนาคตลูกหลานแค่วันละไม่ถึงบาท ชูนโยบายล้างบ้านเมืองสะอาด-ประกันราคาสินค้าเกษตรทั่วถึง เอาใจเกษตรกร-ชาวนา
วันที่ 22 มกราคม 2569 ที่ทุ่งนาหน้าอ่างเก็บน้ำเขาหลวงท่าดินแดง จ.สุโขทัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมด้วยนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ ร่วมลงพื้นที่ จ.สุโขทัยเพื่อรณรงค์หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.สุโขทัย พรรคปชป. โดยเปิดลานปราศรัยกลางทุ่งนา โดยมีประชาชน และเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมจำนวนมาก
โดยนายชัยวุฒิ กล่าวตอนหนึ่งว่า วันที่ 8 ก.พ. นี้ อำนาจสูงสุดกลับมาอยู่ในมือประชาชนอีกครั้ง การเข้าคูหาไม่ใช่เพียงการเลือกใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือการเซ็นชื่อมอบอำนาจให้ไปบริหารบ้านเมืองแทน หากเลือกเพราะถูกซื้ออนาคตของประเทศและลูกหลานจะตกอยู่ภายใต้วงจรการเมืองสีเทาที่เขาจ้องแต่จะถอนทุนคืน ซึ่งการซื้อเสียง คือการซื้อขาด เมื่อเขาเอาเงินมาซื้อ เรากาให้เขา ถือว่าหายกัน ไม่มีหนี้บุญคุณต่อกัน หลังจากนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องกลับมาสนใจปัญหาของประชาชนอีก เพราะซื้อขาดไปแล้ว แล้ว เป็นการดูถูกประชาชน เพราะไม่มีใครให้เงินฟรีๆ โดยไม่หวังผลตอบแทน จึงต้อง คิดให้ดี ก่อนจะมอบอำนาจการบริหารประเทศให้ใคร
ขณะที่นายอภิสิททธิ์ สวมเสื้อม่อฮ่อมสีกรมท่า กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ความตั้งใจแรกที่ตนกลับมาที่จ.สุโขทัย คือ อยากกลับมาทำให้บ้านเมืองสุจริต เพราะช่วงที่ตนไม่อยู่การเมือง คนบ่นว่าการเมืองทุจริต ทั้งนี้การเลือกตั้งเหลือเวลาไม่ถึง 20 วัน อย่าให้การเมืองเป็นเรื่องการนำเงินมาซื้อขายกัน
“ผมไม่รู้ใครให้เท่าไร เป็น1,000บาท ลองคิดดู 4 ปี ได้เงิน1,000บาท ตกวันละไม่ถึงบาท แต่ต้องแลกกับการสูญเสียหลายอย่าง เพราะการทุจริตทำให้สิ่งที่อยากได้มานาน ไม่เกิดขึ้น ใครมาซื้อเสียงเราไป เขาจะไม่รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณเรา เพราะถือว่าจบกันไปแล้วด้วยเงิน แต่ประชาธิปัตย์ไม่ทำแบบนั้น เพราะเราต้องการเป็นหนี้ใจที่จะต้องกลับมาดูแลกันตลอดไป การคอร์รัปชันปัจจุบันร้ายกว่าเดิม เพราะมีทุนเทามาจากสแกมเมอร์ หลอกลวงเอาเงินมาซื้ออำนาจเพื่อจะไม่ถูกดำเนินคดี ไม่ถูกจับ แม้จะมีการยื่นเรื่องให้ดำเนินการแต่ถูกจัดการช้ามาก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายหลายเรื่อง เช่น เกี่ยวกับผู้สูงอายุ ทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุถ้วนหน้า สิทธิการรักษาพยาบาล เงินช่วยเหลือ 50,000 บาท เพื่อให้ปรับปรุงบ้านที่มีผู้สูงอายุ70 ปีขึ้นไปปลอดภัย หากเราได้เป็นรัฐบาล จะเริ่มต้นทำทันทีนอกจากนั้นยังมีนโยบายให้เกิดการจ้างงานคนพิการ การดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิด มีเงินอุดหนุนแรกเกิด 5,000 บาท และปีแรกให้ทุกเดือนๆ รวมปีแรกได้ 65,000 บาท และเปิดบัญชีให้เด็กเพื่อรับเงินอุดหนุนเดือนละ 500 บาท ซึ่งสามารถใช้ได้เมื่ออายุครบ 18 ปี จะมีเงิน100,000 บาทเพื่อให้นำไปเรียนต่อ และมีนโยบายเรียนฟรีจริงไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง ส่วนนโยบายด้านการเกษตรยังมีการประกันราคาข้าว 1 หมื่นบาท หากขายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท รัฐบาลจ่ายเงินเพิ่มให้ครบ 1 หมื่น นอกจากนั้นมีการจ่ายล่วงหน้า คือ ช่วยลดต้นทุน ตั้งแต่การเพาะปลูก 1,000 บาท มีการใช้เทคโนโลยีที่เกษตรกรเข้าถึงได้ โดยอาศัยท้องถิ่น สภาเกษตร สหกรณ์ มีเครื่องมือให้ยืมใช้ มีผลผลิตออกมาต้องแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ไม่เลือกปฏิบัติทั้งมันสำปะหลัง, ข้าวและยางพาราต้องได้รับการประกันราคา หากอยากได้บ้านเมืองสุจริตและนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้พี่น้องช่วยเลือกและให้โอกาสผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเข้าไปทำงานให้ประชาชนทุกคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่นายอภิสิทธิ์และคณะได้ลงพื้นที่และเปิดลานปราศรัยที่จ.สุโขทัยแล้ว จะเดินทางต่อไปยัง จ.พิษณุโลก เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.ประชาธิปัตย์หาเสียงกับประชาชนในพื้นที่ ที่ตลาดร่วมใจเทศบาล หน้าสถานีรถไฟพิษณุโลกด้วย