โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตลาดหุ้นสหรัฐฯร่วงแรงสุดในรอบ 3 เดือน หลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีซื้อกรีนแลนด์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

21 ม.ค. 2569 รอยเตอร์ส รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงแรงพร้อมกันทั้ง 3 ดัชนีหลัก ทำสถิติปรับตัวลงแรงที่สุดในรอบกว่า 3 เดือน ท่ามกลางแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาขู่ใช้มาตรการภาษีกับยุโรป เพื่อกดดันให้สหรัฐฯ ได้สิทธิ์ซื้อ “กรีนแลนด์” สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพการค้าโลกและความผันผวนในตลาดการเงิน

ดัชนี Dow Jones ปรับลดลง 870.74 จุด (-1.76%) ปิดที่ 48,488.59 จุด

ดัชนี S&P 500 ลดลง 143.15 จุด (-2.06%) ปิดที่ 6,796.86 จุด

ดัชนีNasdaq Composite ร่วง 561.07 จุด (-2.39%) ปิดที่ 22,954.32 จุด

ทั้ง S&P 500 และ Nasdaq หลุดระดับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน ซึ่งนักลงทุนมองเป็นสัญญาณเชิงเทคนิคของแรงขายระยะสั้น

ทั้งนี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นเป็นวงกว้าง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับยุโรป หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศยุโรป หากไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ เข้าซื้อกรีนแลนด์

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.

รวมถึงเตือนว่าจะปรับขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 มิ.ย. และจะคงอัตราภาษีนี้ไว้จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงในการซื้อกรีนแลนด์ โดยทรัมป์แสดงความต้องการที่จะเข้ายึดครองเกาะกรีนแลนด์ อ้างถึงประเด็นความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และความไร้ประสิทธิภาพของเดนมาร์กในการขจัดภัยคุกคามจากรัสเซียออกจากกรีนแลนด์

ดาวโจนส์ร่วง 870.74 จุด นักลงทุนวิตกสงครามการค้าสหรัฐฯ-ยุโรป

ด้านสหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าวงเงิน 9.3 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 1.07 แสนล้านดอลลาร์ หรือจำกัดการเข้าถึงตลาดของบริษัทสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้มาตรการภาษีของทรัมป์

โดยรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ EU กำลังเร่งร่างมาตรการดังกล่าวเพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้กับผู้นำยุโรป ก่อนที่จะมีการประชุมสำคัญร่วมกับทรัมป์ ในการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในสัปดาห์นี้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าอาจจะเกิดสงครามการค้าระลอกใหม่ หลังจากที่เคยเกิดเหตุการณ์วันประกาศอิสรภาพ หรือ Liberation Day ในเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งในเวลานั้นทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศคู่ค้าทั่วโลก และได้ฉุดดัชนี S&P500 ดิ่งลงอย่างหนัก

หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ้มเทคโนโลยีร่วงลง 2.94% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยร่วงลง 2.82% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้น 0.12%

ตลาดเข้าสู่โหมด “Risk-off”

บรรยากาศการลงทุนกลับเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) อย่างชัดเจน โดยราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ตลาดพันธบัตรผันผวน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขยับสูงขึ้นจากแรงขาย ส่วนบิตคอยน์ซึ่งมักถูกมองเป็นสินทรัพย์ทางเลือก ปรับตัวลงมากกว่า 3%

ดัชนีวัดความผันผวนของตลาด หรือ VIX (Fear Gauge) กระโดดขึ้นสู่ระดับ 20.09 จุด สูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน สะท้อนความกังวลของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่มูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ สูงถึง 20.6 พันล้านหุ้น มากกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 20 วันที่ผ่านมา

ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก พุ่งขึ้นแตะระดับ 20.09 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. 2568

ตลาดพันธบัตรโลกส่งสัญญาณตึงตัว

ในฝั่งเอเชีย พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นถูกเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ส่งสัญญาณอาจยุบสภาเลือกตั้งใหม่ สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ

แรงสั่นสะเทือนดังกล่าวลามไปยังพันธบัตรยุโรปและสหรัฐฯ โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ ที่เผชิญแรงขายค่อนข้างมาก

นักวิเคราะห์จากบริษัท Harris Financial Group กล่าวว่า แม้ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของกรีนแลนด์ แต่คำขู่เรื่องภาษีศุลกากรที่ตอบโต้กันไปมาระหว่างยุโรปกับสหรัฐฯ อาจกลายเป็นตัวเร่งให้ตลาดเกิดการปรับฐาน และเขาจะไม่แปลกใจหากตลาดจะร่วงลงราว 3% – 5% ในสัปดาห์นี้

นักวิเคราะห์ยังกล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่าจับตาไม่น้อยไปกว่าประเด็นกรีนแลนด์คือ ทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดการเงินหรือไม่ หลังจากราคาพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นร่วงลงอย่างหนักในวันอังคาร ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวและค่าเงินเยนก็ร่วงลงเช่นกัน หลังจากนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังของประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...