โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สินเชื่อแบงก์ ‘ติดลบ 6 ไตรมาสติด’ ส่งสัญญาณครัวเรือนอาจหันพึ่ง ‘หนี้นอกระบบ’

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
สินเชื่อแบงก์ ‘ติดลบ 6 ไตรมาสติด’ ส่งสัญญาณครัวเรือนอาจหันพึ่ง ‘หนี้นอกระบบ’

แบงก์ชาติเผย สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ในไตรมาส 4 ปี 2568 หดตัว 6 ไตรมาสติดต่อกันแล้ว ส่วนหนี้เสีย (NPL) ในภาพรวม ‘ลดลง’ โดยส่วนหนึ่งจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ต่างๆ ธปท.ย้ำยังไม่นิ่งนอนใจ และจะจับตาดู NPL ต่อไป ขณะที่เครดิตบูโร (NCB) มองสินเชื่อติดลบ ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี ไม่ใช่สัญญาณบวก ห่วงหนี้ในระบบไหลสู่นอกระบบ

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) สมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ในไตรมาส 4 ปี 2568 โดยรวมหดตัว 1.1% จากระยะเดียวกันปีก่อน (YoY) นับเป็นการติดลบติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6 แล้ว

โดยการหดตัวส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจ SME (-4.1%YoY) ที่หดตัวต่อเนื่องติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 14 ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่หดตัวเล็กน้อย (-0.2% YoY) ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการสินเชื่อที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ และธุรกิจหันไประดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้หรือหุ้นกู้ เพื่อมาชำระคืนหนี้ธนาคารแทน

สำหรับสินเชื่ออุปโภคบริโภค (รายย่อย) ในภาพรวมยังหดตัวต่อเนื่อง ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย จากสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ขยายตัวและสินเชื่อเช่าซื้อที่หดตัวชะลอลง

ภาพแสดงกราฟสินเชื่อหรือหนี้ครัวเรือนพร้อมตัวเลขและผู้คน สื่อถึงภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินที่ท้าทาย 1

สำหรับแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อในระยะข้างหน้า สมชายระบุว่า ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การบริหารจัดการหนี้เสียในระบบ รวมไปถึงเศรษฐกิจต่างประเทศ เนื่องจากไทยเป็นประเทศพึ่งพาการส่งออกค่อนข้างสูง

สุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากการเดินสายคุยกับธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่พบว่า ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตเล็กน้อยประมาณ 1 – 2% อย่างไรก็ตามผลลัพธ์สุดท้ายก็ต้องดูผลของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเป็นสำคัญ รวมถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยว่า จะมีความสามารถในการแข่งขันระยะยาวได้ดีแค่ไหน

เผย NPL ลดจากมาตรการ ธปท.ย้ำต้องคอยติดตาม นิ่งนอนใจไม่ได้

ด้านคุณภาพสินเชื่อ พบว่า สินเชื่อด้อยคุณภาพ (non-performing loan: NPL หรือ stage 3) ในไตรมาส 4 ปี 2568 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 536.0 พันล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวม ปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.84% จากระดับ 2.94% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการปรับตัวลดลงมาจากการชำระคืนหนี้เป็นสำคัญ นอกจากนี้ ยังมาจากธนาคารพาณิชย์ยังบริหารจัดการคุณภาพหนี้และให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับ NPL ประเภทสินเชื่ออุปโภคบริโภค พบว่าโดยรวมลดลงจาก New NPL ที่ชะลอลงต่อเนื่อง โดยแยกพอร์ตสินเชื่อพบว่า สัดส่วน NPL ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยและส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น ขณะที่เช่าซื้อและบัตรเครดิตลดลง

สำหรับสินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม (significant increase in credit risk: SICR หรือ stage 2 ปรับลดลง มาอยู่ที่ 7.07% จากการชำระคืนหนี้ได้ตามเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้เป็นสำคัญ หลังจากธนาคารมีการปรับโครงสร้างหนี้ก่อนที่จะเสีย (Preemptive) ถึง 80% ซึ่งช่วยชะลอการไหลตกชั้นของลูกหนี้ได้มาก

สุโชติ กล่าวว่า แม้ NPL อยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ธปท.ยังไม่นิ่งนอนใจและยังไม่ได้สบายใจ เนื่องจากต้องยอมรับว่า NPL ที่ลดลงส่วนหนึ่งมาจากมาตรการต่างๆ และสำหรับแนวโน้มของ NPL ยังคงต้องติดตามพัฒนาการต่อไปว่า ภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างยั่งยืนหรือไม่ เนื่องจาก เศรษฐกิจจะเป็นตัวกำหนดว่า ธุรกิจหรือครัวเรือนจะมีความสามารถในการหารายได้มาชำระคืนหนี้ดีขึ้นหรือไม่

ภาพแสดงกราฟสินเชื่อหรือหนี้ครัวเรือนพร้อมตัวเลขและผู้คน สื่อถึงภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินที่ท้าทาย 2
ภาพแสดงกราฟสินเชื่อหรือหนี้ครัวเรือนพร้อมตัวเลขและผู้คน สื่อถึงภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินที่ท้าทาย 3

NCB มองสินเชื่อติดลบ แต่เศรษฐกิจไม่ดี ไม่ใช่สัญญาณบวก หวั่นหนี้ไหลสู่นอกระบบ

ขณะที่ ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) หรือเครดิตบูโร เคยตั้งข้อสังเกตต่อภาวะหนี้ครัวเรือนไม่ค่อยโต และตัวเลขสินเชื่อในระบบที่หดตัว อาจเป็นภาพสะท้อนว่าประชาชนกำลังหันไปพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบมากขึ้น

โดยระบุว่า “ในหมวกนักเศรษฐศาสตร์ที่เคยเป็นมาชั่วชีวิต ภาวะแบบนี้ไม่ได้ดีใจเท่าไหร่ เพราะถ้าเราดูสภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงวันนี้แล้วบอกว่า หนี้ครัวเรือนไม่โต คงไม่ใช่ นับเป็นเรื่องน่ากังวลมากกว่าว่า จะไหลลงไปนอกระบบมากขึ้นหรือเปล่า แล้วสินเชื่อนอกระบบดอกเบี้ยแพงมากจึงจะไปซ้ำเติมชีวิตคนหรือไม่”

อย่างไรก็ตาม “หนี้นอกระบบเป็นประเด็นที่เรามองไม่เห็นจริงๆ เรารู้แต่ว่า หนี้ในระบบไม่ค่อยโตเท่าไหร่ จึงพอจะเดาได้ว่าไหลไปข้างนอก” ดร.ลัษมณกล่าว เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568

ดร.ลัษมณยังเปิดเผยว่า ตามข้อมูลหนี้สินครัวเรือน ที่จัดเก็บในระบบ NCB ณ ช่วงสิ้นปี 2568 พบว่า ภาพรวมมูลค่าหนี้ครัวเรือนตลอดทั้งปี 2568 โตขึ้นน้อยมาก ไม่ถึง 1% ซึ่งสะท้อนว่าสินเชื่อไม่ขยายตัวและธนาคารปล่อยกู้น้อยลง กราฟหนี้ครัวเรือนจึงมีลักษณะเป็น ‘ที่ราบสูง’ หรือทรงตัว

ส่วนสถานการณ์หนี้เสีย (NPL) ที่ค้างชำระเกิน 90 วัน อยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 9.6% ของหนี้ครัวเรือน โดยแนวโน้มยังไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ชันมาก โดยสินเชื่อที่น่าห่วงคือสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สำหรับหนี้ที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ (SM) ปรับขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดจากมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ต่างๆ ของธปท. เป็นเขื่อนกั้นไว้

ภาพแสดงกราฟสินเชื่อหรือหนี้ครัวเรือนพร้อมตัวเลขและผู้คน สื่อถึงภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินที่ท้าทาย 4

ทั้งนี้ ตามผลการสำรวจหนี้ครัวเรือนไทย โดยความร่วมมือของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และธนาคารกรุงไทย (ข้อมูลเบื้องต้น ณ พฤศจิกายน 2568) โดยระบุว่า ครัวเรือนยังพึ่งพา ‘หนี้นอกระบบ’ มากขึ้น โดยสัดส่วนหนี้นอกระบบในการสำรวจปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 14% จากระดับ 12% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมดในปี 2567 สะท้อนว่า ภาวะหนี้ครัวเรือนที่แท้จริง ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่สูงเกิน 100% ต่อ GDP

โดยตามข้อมูลของธปท. ระบุว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ล่าสุด ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 86.8% สำหรับแนวโน้มสัดส่วนหนี้ต่อ GDP ในไตรมาสที่ 4 คาดว่าจะ ‘ลดลง’ ต่อเนื่องจากตัวหาร (GDP) เพิ่มขึ้นจากข้อมูลที่สภาพัฒน์เพิ่งประกาศไป และตัวเศษคือ สินเชื่อโดยรวมไม่ได้ขยับขึ้น

ภาพแสดงกราฟสินเชื่อหรือหนี้ครัวเรือนพร้อมตัวเลขและผู้คน สื่อถึงภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินที่ท้าทาย 5
ภาพแสดงกราฟสินเชื่อหรือหนี้ครัวเรือนพร้อมตัวเลขและผู้คน สื่อถึงภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินที่ท้าทาย 6

ภาพ: Tuomas A. Lehtinen / Getty Images

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...