The Great Repricing 2026: เข็มทิศการลงทุน 2026 ในโลกที่กติกาเปลี่ยนจาก K WEALTH กสิกรไทย [ADVERTORIAL]
โลกเปลี่ยนไปแล้ว กระแสโลกาภิวัตน์ถาโถมความเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกการเงินอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในทุกภูมิภาค คลื่น AI ที่เปลี่ยนโลกวันต่อวัน ทั้งหมดคือความท้าทายที่นักลงทุนต้องเผชิญหน้าอยู่ทุกวินาที เพราะสูตรเดิม ๆ ของการลงทุนไม่มีพลังมากพอที่จะต้านกระแสของโลกใบนี้ได้อีกแล้ว อะไรคือเข็มทิศสำหรับนักลงทุนในปี 2026 นี้?
ศิริพร สุวรรณการ, CFA, CFP® Chief Investment Officer ของ K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย ได้ออกมาไขรหัสลับแห่งอนาคตผ่านมุมมองการลงทุนประจำปี ระบุไว้ชัดเจนว่า เราไม่ได้กำลังเผชิญกับแค่ความผันผวนตามวัฏจักรปกติ แต่เรากำลังก้าวเข้าสู่ปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า “The Great Repricing”
THE STANDARD WEALTH จะพาไปเจาะลึกในเรื่องนี้
“The Great Repricing” เมื่อ ‘มูลค่า’ ถูกนิยามด้วยกติกาใหม่
เกมกระดานที่มีชื่อว่าการลงทุน ได้ถูกพลิกและเปลี่ยนโฉมกฎการเล่นไว้ใหม่ทั้งหมดในปี 2026 นี้จาก The Great Repricing คำถามสำคัญคือ สิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อเกมการลงทุน?
The Great Repricing คือ สภาวะที่ตลาดการเงินทั่วโลกต้องปรับมูลค่าสินทรัพย์ครั้งใหญ่ (Re-valuation) เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ในอดีต ราคาหุ้นอาจจะวิ่งขึ้นลงตามผลประกอบการรายไตรมาสหรือตัวเลข GDP ระยะสั้น แต่จากนี้ไป ตลาดจะเริ่มให้ “ราคา” กับปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ลึกซึ้งและซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
ปัจจัยตัวแปรใหม่ที่นักลงทุนต้องใส่ใจ
- นโยบายรัฐนำตลาด (State-Led Economy)
รัฐบาลแต่ละประเทศจะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจอย่างไร? อุตสาหกรรมไหนคือลูกรักที่ได้รับเงินอุดหนุน?
- ภูมิรัฐศาสตร์กินได้ (Geopolitics Matters)
ความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่กระทบตรงถึงต้นทุนการผลิต เส้นทางขนส่ง และความมั่นคงทางพลังงาน
- ขีดความสามารถใหม่ (New Capabilities)
ใครคือผู้ครอบครองโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตที่โลกขาดไม่ได้?
“เมื่อกติกาเปลี่ยน ตลาดจึงต้องตั้งราคาสินทรัพย์ใหม่ หุ้นเดิม ๆ ที่เคยเป็น Safe Haven อาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป ตลาดจะเทมูลค่าให้กับสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากโครงสร้างใหม่ของเศรษฐกิจโลกมากที่สุด” ถือเป็นคำเตือนให้ตระหนักให้เห็นว่า นักลงทุนต้องเข้าใจกฎเกณฑ์และฐานรากของเกมการลงทุนใหม่ให้ดี ก่อนจะตัดสินใจเดินเกมการลงทุนของตัวเองต่อไป
4 ธีมการลงทุน ตัวแปรสำคัญของพอร์ตโฟลิโอนักลงทุนในปี 2026
แม้กฎเกณฑ์จะเปลี่ยนแปลง แต่เสาหลักของการเดินเกมการลงทุนในปี 2026 ยังคงมีอยู่ K WEALTH ได้ถอดรหัส 4 ธีมการลงทุนที่นักลงทุนจะใช้เป็นปัจจัยในการพิจารณา เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุน โดย THE STANDARD WEALTH จะพาไปเจาะลึกในแต่ละธีม
ธีมที่ 1: ปลายวัฏจักรเศรษฐกิจ พลังสภาพคล่องพยุงการเติบโต (Late Cycle, Still Turning Liquidity Keeps Growth Alive)
เราได้ยินคำเตือนเรื่องเศรษฐกิจถดถอยมานับครั้งไม่ถ้วน แต่สำหรับปี 2026 K WEALTH มองว่าเศรษฐกิจโลกจะยังเดินหน้าต่อได้ และ “ไม่ใช่ปีของการเกิดวิกฤตครั้งใหญ่” แม้ประเทศพัฒนาแล้วจะมีแนวโน้มชะลอตัวลงก็ตาม
ทำไมเครื่องยนต์เศรษฐกิจโลกถึงยังไม่ดับ?
- แรงหนุนเชิงโครงสร้าง: การลงทุนด้านเทคโนโลยีช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและนวัตกรรม ทำให้แม้อยู่ในช่วงปลายวัฏจักร เศรษฐกิจก็ไม่ได้ชะลอลงรวดเร็วเหมือนในอดีต
- สภาพคล่องล้นระบบ: สภาพคล่องในระบบการเงินโลกยังคงอยู่ในระดับสูงจากผลของการปรับลดดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับรัฐบาลหลายประเทศยังคงเดินหน้าใช้จ่ายภาครัฐต่อเนื่อง
- ตลาดเกิดใหม่เป็นพระเอก: ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วเริ่มแผ่ว ประเทศเกิดใหม่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระยะถัดไป โดยกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังอยู่ในเกณฑ์ดี และอัตราการผิดนัดชำระหนี้ยังต่ำ
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงมีอยู่จากเงินเฟ้อที่ยังไม่นิ่ง ภาระหนี้ภาครัฐในระดับสูง และความตึงเครียดทางการเมืองทั้งในและระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ประเด็นเรื่อง “ความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)” และความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดได้
และที่สำคัญ หลังราคาสินทรัพย์ปรับขึ้นต่อเนื่องหลายปี ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ไม่ได้อยู่ในระดับราคาถูก ทำให้ “ส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of safety)” ในการลงทุนมีจำกัด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้จัดสรรเงินลงทุนส่วนใหญ่ไว้ใน Core Portfolio เพื่อรักษาเสถียรภาพ โดยเน้นกระจายการลงทุนทั่วโลก และมีหลายสินทรัพย์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเศรษฐกิจใดเศรษฐกิจหนึ่งมากเกินไป และมีเครื่องมือพร้อมรับมือเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ธีมที่ 2: จากความกระจุกตัว สู่การกระจายตัว (From Concentration to Convergence)
ปี 2026 เงินลงทุนจะเริ่มกระจายตัวจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ หรือ Magnificent 7 ไปสู่หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งในภูมิภาคและอุตสาหกรรมอื่นที่มูลค่าไม่แพง โดยตลาดหุ้นนอกสหรัฐฯ และอุตสาหกรรมอื่นในสหรัฐฯ จะมีกำไรเร่งตัวขึ้น สะท้อนการเติบโตที่กว้างขึ้นทั้งข้ามประเทศและข้ามอุตสาหกรรม
สำหรับฟากตลาดเอเชีย มีการฟื้นตัวแบบ K-Shape เป็นลักษณะ “ฟื้นไม่พร้อมกัน” หรือที่ในเชิงลึกเราเรียกว่า K-Shape Recovery ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ไปต่อได้สวยและกลุ่มที่ยังต้องลุ้น
จีนมีโอกาสเติบโตจากฐานกำไรที่อยู่ในระดับต่ำ หลังผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายมานานหลายปี โดยได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐที่มุ่งผลักดันโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ภาคอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และหุ่นยนต์
ในขณะเดียวกัน อินเดียแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งจากอุปสงค์ภายในประเทศ ซึ่งมาจากการลงทุนภาครัฐที่ดำเนินควบคู่ไปกับการบริโภค สิ่งนี้ทำให้กำไรของบริษัทต่าง ๆ มีเสถียรภาพในการเติบโตมากกว่าประเทศที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก
กลุ่มเทคโนโลยีเอเชีย (ไต้หวัน เกาหลีใต้ และหุ้นเทคโนโลยีจีนบางส่วน) มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่การผลิตเทคโนโลยีโลก มีแนวโน้มกำไรดี แต่ราคาหุ้นยังไม่สูงเท่าสหรัฐฯ จึงเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจตามแนวโน้มโลกในระดับมูลค่าที่ยังดี
คำแนะนำคือ นักลงทุนที่พอร์ตลงทุนกระจุกตัวอยู่ในสหรัฐอเมริกา ควรขยายการลงทุนไปยังตลาดเกิดใหม่ เช่น จีนและอินเดีย เนื่องจากมีแนวโน้มที่กำไรจะเติบโตได้ดีในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และมีสัญญาณของเงินทุนที่เริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดเหล่านี้
สำหรับผู้ที่ถือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูง ควรจัดสรรเงินลงทุนบางส่วนไปยังกลุ่มเทคโนโลยีในเอเชีย เพื่อช่วยสร้างความสมดุลให้กับพอร์ต และเพิ่มโอกาสในการเติบโตในระยะต่อไป
ธีมที่ 3: คลื่นลูกที่สองของ AI โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และความปลอดภัยทางไซเบอร์ (AI’s Second Wave)
AI เป็นวัฏจักรการลงทุนระยะยาว โดย Bloomberg ประเมินว่าเม็ดเงินลงทุนสะสมช่วงปี 2024-2029 อาจสูงถึงราว 3 ล้านล้านดอลลาร์ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2026 คือการเข้าสู่ “คลื่นลูกที่สอง”
ในขณะที่ราคาหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับขึ้นรวดเร็ว ตลาดเริ่มกดดันถามหาผลลัพธ์เชิงรายได้ที่ชัดเจนมากขึ้น โอกาสจึงเริ่มขยับจากกลุ่มผู้พัฒนา AI ไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่ทำให้ AI เติบโตได้จริง
เป้าหมายใหม่ของการลงทุน AI
- Data Center & Cloud: หัวใจสำคัญของการประมวลผลข้อมูล
- Cybersecurity: ระบบความปลอดภัยไซเบอร์
- Energy: นี่คือ “คอขวด” สำคัญ เพราะ AI ใช้พลังงานมหาศาล โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
นอกจากนี้ โลกกำลังก้าวสู่ช่วงการยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่หลังขาดการลงทุนมานาน McKinsey ประเมินว่าต้องใช้เม็ดเงินรวมกว่า 106 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2040 เพื่อรองรับทั้งเศรษฐกิจจริงและเศรษฐกิจดิจิทัล
กลยุทธ์การลงทุนในธีมคลื่น AI ลูกที่สองคือ แนะนำเพิ่มการลงทุนในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกที่มูลค่ายังไม่แพง สอดรับกับการลงทุนระยะยาวจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม และยังได้รับแรงหนุนจากดอกเบี้ยขาลงที่ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน
ธีมที่ 4: ตราสารหนี้คุณภาพสูง เกราะป้องกันพอร์ต (High-quality Fixed Income)
ตราสารหนี้ยังน่าลงทุน แต่บทบาทได้เปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมที่นักลงทุนอาจหวังผลกำไรจากส่วนต่างราคาในช่วงดอกเบี้ยขาลง ปีนี้ต้องเปลี่ยนวิธีคิดมาเน้นการเป็น “แหล่งรายได้ที่สม่ำเสมอ” แทน
ความท้าทายของตลาดตราสารหนี้ปี 2026 คือ
- นโยบายการเงินที่แตกต่าง: โลกกำลังเจอกับวัฏจักรนโยบายการเงินที่ไม่ไปทางเดียวกัน (Policy Divergence) สหรัฐฯ ลดดอกเบี้ย ยุโรปชะลอการลด ส่วนญี่ปุ่นยังปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ความผันผวนของ Yield: K WEALTH คาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี จะเคลื่อนไหวในกรอบ 3.9% – 4.4% ซึ่งได้รับอิทธิพลจากปริมาณพันธบัตรใหม่ที่เพิ่มขึ้นจากการขาดดุลงบประมาณ และความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาลสหรัฐฯ มากกว่าแค่นโยบายดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว
กลยุทธ์การลงทุนคือ ต้องเน้น “ตราสารหนี้คุณภาพสูง” โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพเครดิตมากกว่าการไล่หาดอกเบี้ยสูง (Yield Chasing) เพื่อสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอและให้ความคุ้มค่าต่อความเสี่ยงมากกว่าตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง
บททดสอบของเกมการลงทุนใหม่ในปี 2026
ปี 2026 ไม่ใช่ปีที่เราจะหลับตาจิ้มหุ้นแล้วรวยเหมือนในอดีต มันคือปีแห่ง “บททดสอบความจริง” ที่จะคัดกรองนักลงทุนตัวจริงออกจากนักเสี่ยงโชค
ในวันที่กติกาโลกถูก Repricing ใหม่ทั้งหมด การยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ คือความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด แต่สำหรับผู้ที่กล้าปรับตัว มองเห็นภาพใหญ่ของการเปลี่ยนแปลง และจัดพอร์ตอย่างมีวินัยตามคำแนะนำข้างต้น ปี 2026 จะเป็นปีแห่งโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
โลกกำลังเปลี่ยนป้ายราคาใหม่แล้ว… คำถามคือ พอร์ตการลงทุนของคุณเปลี่ยนตามหรือยัง?
ติดตามบทวิเคราะห์และความรู้การลงทุนจาก K WEALTH ได้ที่ https://www.kasikornbank.com/k_49iYHpT
ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน