โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อินโดฯ ปฏิรูปแรงงานไรเดอร์-เพิ่มสวัสดิการ เขย่าโมเดลเรียกรถทั้งประเทศ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อินโดนีเซีย กำลังพิจารณากฤษฎีกาฉบับใหม่ที่อาจบังคับใช้ทันที ยกระดับสวัสดิการและลดค่าคอมมิชชันให้แรงงานไรเดอร์และคนขับเรียกรถหลายล้านราย

อุตสาหกรรมเรียกรถและส่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มในอินโดนีเซียกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต อยู่ระหว่างพิจารณาร่างกฤษฎีกาที่จะเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางการเงินและสวัสดิการสังคมแก่แรงงานคนขับทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนหลายล้านรายและถือเป็นแกนหลักของเศรษฐกิจการขนส่งสมัยใหม่ของประเทศ

ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่าร่างกฤษฎีกาจะมุ่งลดความเหลื่อมล้ำระหว่างแพลตฟอร์มกับแรงงาน ด้วยการกำหนดเพดานค่าคอมมิชชันที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บจากรายได้ของคนขับจากระดับสูงสุดที่ร้อยละ 20 เหลือร้อยละ 10 ซึ่งจะกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรของแพลตฟอร์มรายใหญ่ที่ครองตลาดในประเทศ เช่น โกทู และแกร็บ

อินโดนีเซียเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำหนดเพดานค่าคอมบนบริการขนส่งสองล้อมาก่อนแล้ว การลดเพดานเพิ่มเติมยิ่งจำกัดรายได้ของบริษัท ซึ่งต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อรักษาฐานลูกค้าและคนขับท่ามกลางตลาดที่เติบโตและเปลี่ยนแปลงเร็ว

นอกจากนี้ ร่างกฤษฎีกายังกำหนดภาระใหม่ให้กับบริษัท โดยบังคับให้แพลตฟอร์มเป็นผู้รับผิดชอบค่าประกันอุบัติเหตุและการเสียชีวิตของแรงงานเต็มจำนวน คาดว่าต้นทุนจะอยู่ในระดับอย่างน้อย 1 ดอลลาร์ต่อเดือนต่อคนขับหนึ่งราย

สำหรับแรงงานในอุตสาหกรรมที่มีอยู่ราว 7 ล้านคน เมื่อรวมค่าใช้จ่ายต่อปีจะกลายเป็นภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด บริษัทจึงกังวลว่าการเพิ่มภาระดังกล่าวอาจบีบให้ต้องจำกัดจำนวนคนขับที่เข้าร่วมแพลตฟอร์ม หรือปรับโมเดลธุรกิจใหม่ทั้งหมด

ร่างกฤษฎีกายังระบุให้แบ่งภาระเบี้ยประกันสุขภาพ บำนาญ และกองทุนชราภาพระหว่างนายจ้างแพลตฟอร์มและแรงงาน ซึ่งหมายความว่าต้นทุนรวมของการจ้างงานแต่ละรายจะสูงขึ้น แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมชี้ว่าผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถรักษารูปแบบธุรกิจเดิมภายใต้ข้อกำหนดใหม่ได้

แนวทางเพิ่มสวัสดิการดังกล่าวเป็นข้อเรียกร้องหลักของแรงงานไรเดอร์และคนขับ ซึ่งมองว่าตัวเองแม้จะถูกจัดเป็นแรงงานรับจ้างอิสระ แต่ทำงานเต็มเวลาหรือใกล้เคียง และควรได้รับหลักประกันเช่นเดียวกับพนักงานประจำ แพลตฟอร์มหลายแห่งต่อต้านข้อผูกพันนี้มานาน โดยให้เหตุผลว่าโมเดลนี้ ตั้งอยู่บนความยืดหยุ่น ไม่ใช่บนระบบสวัสดิการพนักงาน

บริบทการพิจารณายังเกี่ยวพันกับการหารือควบรวมระหว่างโกทูของอินโดนีเซียและแกร็บ จากสิงคโปร์ ซึ่งอาจสร้างผู้เล่นรายใหญ่ที่มีอำนาจเหนือตลาด นักวิจารณ์กังวลว่าการรวมตัวดังกล่าวจะลดการแข่งขัน และทำให้แรงงานมีอำนาจต่อรองน้อยลง

แหล่งวิชาการด้านเศรษฐกิจและสังคมแรงงานชี้ว่า อิทธิพลของแรงงานจักรยานยนต์และไรเดอร์ในโลกออนไลน์ได้ขยายตัวเป็นพลังการเมืองใหม่ หลายครั้งที่เครือข่ายคนขับร่วมทำกิจกรรมเรียกร้อง รวมถึงการประท้วงใหญ่ในเดือนสิงหาคม ซึ่งมีผู้เสียชีวิตหนึ่งราย และจุดประเด็นสาธารณะเกี่ยวกับความเสี่ยงของแรงงาน

นอกจากนี้ ร่างกฤษฎีกายังให้อำนาจรัฐบาลตรวจสอบและทบทวนสัญญาระหว่างแรงงานและผู้ประกอบการ ปกป้องสิทธิในการรวมตัวและจัดตั้งสหภาพ ซึ่งถือเป็นการปูทางไปสู่ระบบแรงงานแพลตฟอร์มที่มีความสมดุลมากขึ้นในสายตาของฝ่ายสนับสนุน

ด้านรัฐบาลและทำเนียบประธานาธิบดี ยังไม่ได้เปิดเผยท่าทีต่อร่างกฎหมาย แต่สัญญาณต่าง ๆ บ่งชี้ว่าฝ่ายบริหารกำลังให้ความสำคัญกับแรงงานเรียกรถในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยตัวแทนประธานาธิบดีเคยยกย่องกลุ่มแรงงานนี้ว่าเป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อินโดนีเซียครองส่วนแบ่งตลาดเรียกรถในอาเซียนสูงสุดร้อยละ 37 ในปี 2024 โดยอาศัยฐานประชากรมหาศาลและการเติบโตของการชำระเงินดิจิทัล ร่างกฤษฎีกาที่อยู่ระหว่างพิจารณายังมีผลครอบคลุมถึงธุรกิจเรียกใช้บริการขนส่งสินค้าแบบออนดีมานด์ เช่น ลาล่ามูฟ และเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ซึ่งอาจต้องเตรียมตัวเผชิญต้นทุนโครงสร้างใหม่เช่นเดียวกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...