โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด 12 ข้อเสนอ ‘สภาประชาชนใต้’ ถึงพรรคการเมือง หวังเลือกตั้งจุดเปลี่ยน สร้างภาคใต้แห่งความสุข-ยั่งยืน

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ย้ำเรื่องใหญ่ห่วงกฎหมายพิเศษ รองรับ ‘ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ’ หวั่นกระทบภาคใต้ทุกมิติ สิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม หวังข้อเสนอเชิงนโยบาย สู่การแก้ปัญหาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน เน้นจัดสรรทรัพยากรเป็นธรรม แก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ภัยพิบัติ นโยบายรัฐต้องไม่แทรกแซง

วันนี้ (17 ม.ค. 69) ภายในเวทีสมัชชาประชาชนภาคใต้สภาประชาชนภาคใต้ จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายถึงพรรคการเมือง สู่ภาคใต้แห่งความสุขและยั่งยืน โดยเน้นไปที่การแก้ปัญหาเชิงพื้นที่เป็นหลัก ทั้งเรื่องการจัดสรรทรัพยากรที่ดิน ทะเล สิทธิ สวัสดิการของคนไทยพลัดถิ่น และชาติพันธุ์ ซึ่งมีผลมาจากปัญหาราคาผลผลิตทางการแกเกษตรผันผวน เช่น ยางพารา ส่งผลต่อรายได้ เรื่องแรงงาน ภัยธรรมชาติ การแทรกแซงจากนโยบาย และการถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง รวมทั้งอีกปัญหาสำคัญ คือ การทำเกษตรแบบเชิงเดียวคือดินเสื่อมโทรมจากการเสียสารอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำเรื่องของการเห็นชอบประชามติการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ด้วย

เวทีสมัชชาประชาชนภาคใต้ (ภาพ : แลต๊ะแลใต้)

สมบูรณ์ คำแหง คณะทำงานสภาประชาชนภาคใต้ ระบุว่า หากวิเคราะห์สถานการณ์แบบทั่วไปก็จะเป็นในเชิงสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น พรรคเพื่อไทย หรือ พรรคภูมิใจไทย เห็นถึงความพยายามออกแบบในการขับเคลื่อนภาคใต้ คาดว่าจุดตัดและจุดเปลี่ยนของภาคใต้ในอนาคต จะต้องจับตาการเมืองทุกพรรคหลังจากนี้ ที่พยายามนำเสนอเรื่องนโยบาย สอดรับกับสิ่งที่พรรคการเมืองพยายามนำเสนอมาตลอดการดำรงตำแหน่งบริหารหรือไม่

“มีความชัดเจนว่าทิศทางการพัฒนาภาคใต้ เรื่องใหญ่เลยคือ การมีกฎหมายพิเศษฉบับใหม่ที่เรียกว่าระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ แล้วเรื่องนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงไม่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่เปลี่ยนแปลงไปถึงเรื่องสังคม วัฒนธรรม โดยความท้าทายท่ามกลาง การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งของภาคใต้”

สมบูรณ์ คำแหง

สมบูรณ์ คำแหง คณะทำงานสภาประชาชนภาคใต้

โดยสภาประชาชนภาคใต้ มีข้อเสนอหลัก ๆ 12 ข้อ ถึงบรรดาพรรคการเมือง ประกอบด้วย

1. ข้อเสนอด้านเกษตรกรรมภาคใต้มั่นคงด้วยสวนสมรมและสวนยางพาราที่ยั่งยืน

จากปัญหานี้จึงมีแนวนโยบายในการแก้ไขปัญหา คือ

  • ให้รวบรวมและถ่ายทอดองค์ความรู้การทำสวนยางยั่งยืนยืน
  • ให้เสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรและสถาบันเพื่อขับเคลื่อนงานส่วนใหญ่อย่างยั่งยืน
  • เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและการแลกเปลี่ยน
  • สร้างพื้นที่ต้นแบบหรือพื้นที่รูปธรรม
  • เพิ่มประสิทธิภาพกลไกสนับสนุนการทำสวนยางยั่งยืนยืน
  • ให้สวนสมรมเป็นส่วนหนึ่งยุทธศาสตร์เกษตรกรยั่งยืน
  • พัฒนาศูนย์การเรียนรู้และเครือข่ายเกษตรกร
  • ยกระดับส่วนสมรมสู่มรดกเกษตรกรโลก

2. การบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเลอย่างเป็นธรรมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้านไทย

เนื่องจากประเทศไทยมีพื้นที่ทะเลเป็นแหล่งผลิตทาง ธรรมชาติมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี เป็นแหล่งอาหารและแหล่งรายได้ที่สำคัญของประชาชนในประเทศไทย มีการนำเข้าอาหารทะเลแช่แข็งจากต่างประเทศในราคาถูกแต่คุณภาพต่ำ ขณะที่การทำประมงที่มีคุณภาพต้องแบกรับต้นทุนที่สูง

จึงมีแนวนโยบายในการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำที่มีคุณภาพให้คนไทยเข้าถึงอาหารทะเลของประเทศแทนการนำเข้าเฉลี่ยอย่างน้อย 30 กิโลกรัมต่อคนต่อปี และจัดสรรทรัพยากรสัตว์น้ำประมงทะเลไทยอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม รวมถึงการมีนโยบายส่งเสริมคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน ในประเทศ 3,700 ชุมชนซึ่งมีประชากรประมาณ 400,000 คนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

  • ออกมาตรการเปลี่ยนโควตาการจับสัตว์น้ำเป็นปริมาณน้ำหนักจริง
  • ยกเลิกอวนลากคู่ส่งเสริมเทคโนโลยีใหม่
  • กำหนดเขตเพาะเลี้ยงสัตว์ทางทะเลระดับหมู่บ้าน
  • กำหนดทะเลเป็นเขตปลอดขยะพลาสติก
  • มีศูนย์ตรวจเรือชุมชนปรับปรุงระเบียบการจดทะเบียนเรือของประมงพื้นบ้าน
  • ประมงพื้นบ้านต้องมีสิทธิในที่อยู่อาศัย 100%
  • การสนับสนุนน้ำมันเพื่อประมงพื้นบ้านสหกรณ์ การประมงพื้นบ้านผู้ประกอบการประมงพื้นบ้านรุ่นใหม่รวมถึงการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประมงให้เหมาะสม

3. การกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

เนื่องจากการกระจุกตัวของการถือครองที่ดินในประเทศไทย ส่งผลให้หลาย ๆ คนไม่มีความมั่นคงในสิทธิด้านที่ดินของประชาชนความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชุมชนในพื้นที่พิพาท ความล่าช้าในการปฏิรูปที่ดินผลกระทบจากนโยบายอนุรักษ์แบบรวมศูนย์กฎหมาย และนโยบายที่เป็นข้อจำกัด

ทั้งนี้แนวนโยบาย คือ

  • นโยบายการยกระดับโฉนดชุมชน
  • ให้มีพระราชบัญญัติธนาคารที่ดิน
  • ให้มีพระราชบัญญัติภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า
  • ให้มีพระราชบัญญัติคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม
  • ให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
  • และแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการป่าไม้

4. สถานศึกษาเสริมสร้างลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ

โดยให้สถานศึกษาเป็นแกนกลางเชื่อมโยงทุกส่วนเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง ประกอบด้วย

  • การจัดทำแผนงานและการจัดจัดสรรงบประมาณมุ่งเป้าไปสู่สถานศึกษาเสริมสร้าง ลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ
  • เสริมทักษะและพัฒนาครูผู้สอนดำเนินการบูรณาการเข้าสู่หลักสูตรการเรียนการสอน
  • สนับสนุนและส่งเสริมให้นักเรียนได้รวมกลุ่มเป็นชมรมเพื่อดำเนินกิจกรรมที่สร้างสรรค์

5. การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม

ข้อเสนอเชิงนโยบายนี้เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ปี 2050

  • หยุดสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาไฟฟ้าสำรองล้นระบบ
  • หยุดการรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนลาวในขณะที่ไฟฟ้าสำรองของไทยยังล้นระบบ
  • กำหนดสัดส่วนพลังงานสะอาดที่ไม่ละเมิดสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมในแผน PDP
  • กำหนดให้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่
  • ปฏิรูปหลักคิดค่าความพร้อมจ่ายและปรับรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้า PPA
  • สนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งโซล่าบนหลังคาและโซล่าชุมชนโดยมีอัตราการซื้อขายไฟฟ้าในราคาเหมาะสม

6. ชุมชนและท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ

  • ทบทวนแก้ไข พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550
  • จัดทำแผนแม่บทการจัดการปฏิบัติโดยชุมชนและท้องถิ่นเป็นศูนย์กลาง
  • แต่งตั้งคณะทำงานที่มีผู้แทนจากชุมชนและท้องถิ่นขับเคลื่อนแผนแม่บท
  • จัดตั้งและพัฒนากองทุนการจัดการปฏิบัติโดยชุมชนและท้องถิ่นเป็นส่วน
  • พัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของบุคลากร/อาสาสมัคร
  • หลักสูตรการศึกษาในท้องถิ่นเกี่ยวกับการ รับมือภัยพิบัติ
  • พัฒนาระบบฐานข้อมูลรวบรวมข้อมูลไว้เพียงหน่วยงานเดียว
  • จัดตั้งกลไกการดำเนินงานระดับชาติจังหวัด อำเภอ ตำบล

7. สันติภาพชายแดนใต้เป็นวาระแห่งชาติ โดยกฎหมายและการบริหารอำนาจร่วม เพื่อเป้าหมายเรื่องของสันติภาพที่ยั่งยืน

  • ออกกฏหมายสันติภาพชายแดนใต้ กำหนดให้การแก้ไขปัญหาชายแดนใต้เป็นวาระแห่งชาติ
  • จัดตั้งกลไกบริหารอำนาจร่วมในพื้นที่เพื่อเปิดให้คนในพื้นที่มีอำนาจร่วมในการตัดสินใจ
  • เปลี่ยนจากรัฐควบคุมสู่อยู่ร่วมลดการใช้มาตรการพิเศษทางความมั่นคง

8. ข้อเสนอเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายและโครงการการพัฒนาในภาคใต้

  • การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลและพื้นที่บนบกของภาคใต้จะต้องตั้งอยู่บนศักยภาพของพื้นที่ภาคใต้
  • การพัฒนาภาคใต้ต้องมีความเสมอภาคกันในการได้รับสิทธิการพัฒนาที่ต้องไม่มีการกำหนดเขตถึงพื้นที่พิเศษ
  • ต้องปฏิรูประเบียบ กฎหมาย และวิธีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนและต้องกำหนดให้การจัด SEA เป็นกฎหมาย
  • รัฐธรรมนูญต้องกำหนดสิทธิการพัฒนาของประชาชนให้ชัดเจน

9. ชาติพันธุ์เข้าถึงระบบสวัสดิการสังคมระบบบริการสุขภาพทรัพยากรและการประกาศเขตคุ้มครองชาติพันธุ์

  • แนวนโยบายนี้เป็นเรื่องของการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ให้มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานสวัสดิการของรัฐและใช้ทรัพยากรได้อย่างสมดุลยั่งยืน
  • ประกาศพื้นที่คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธ์ุ
  • ท้องถิ่นอุดหนุนงบฯ พัฒนาคุณภาพชีวิต
  • สนับสนุนงบประมาณการขับเคลื่อนกฎหมาย
  • คุ้มครองสิทธิและส่งเสริมการเข้าถึงสวัสดิการ
  • หนุนเสริมพื้นที่คุ้มครองพัฒนาศักยภาพชาติพันธุ์

10. แก้ไขปัญหาสิทธิและสถานทางทะเบียนแบบเบ็ดเสร็จของคนไทยพลัดถิ่น จากการปักปันเขตแดนใหม่ของไทยกับอังกฤษเมื่อ พ.ศ. 2410

โดยมีแนวนโยบาย คือ

  • ให้มีกลไกระดับนโยบาย จังหวัด และอำเภอ
  • เร่งรัดการแก้ปัญหาตามมติ คณะรัฐมนตรี 29 ตุลาคม 2567
  • เร่งรัดการสำรวจกรณีคนตกสำรวจและเสนอเป็นมติคณะรัฐมนตรี
  • ทบทวนกลไกคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น
  • การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการติดตามและตรวจสอบประเมินผล
  • การจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนที่อยู่ในกระบวนการแก้ไขปัญหา
  • จัดตั้งสำนักกิจการพิเศษด้านสิทธิและสถานะบุคคล
  • กรณีบุคคลที่ตกสำรวจทางทะเบียนให้สามารถเข้าถึงการซื้อบัตรประกันสุขภาพ
  • การเยียวยาจัดสรรและเข้าถึงเรื่องของที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย

11. การจัดการการศึกษาที่สอดคล้องกับพื้นที่และการลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา

  • กระจายทั้งอำนาจและการบริหารจัดการคนและงบประมาณด้านการศึกษา
  • กำกับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
  • ให้เร่ง ผลักดัน กำกับการออกพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับใหม่
  • ให้ปรับเปลี่ยนการจัดการงบประมาณสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็ก
  • ส่งเสริมสนับสนุนครูชุมชน ครูภูมิปัญญา ให้ทำงานร่วมกับครูราชการ
  • พัฒนายกระดับการเรียนรู้ข้ามพื้นที่การจัดการเรียนรู้พื้นฐานครอบครัว
  • แก้ไขกฎระเบียบให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนการการศึกษา
  • ปฏิรูปการผลิตครู พัฒนา ยกระดับให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง

12. ข้อเสนอเชิงนโยบายการกระจายอำนาจให้ชุมชนและท้องถิ่นสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

  • ให้องค์กรชุมชนสามารถเข้าถึงงบประมาณจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
  • เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560
  • ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่จำกัดสิทธิ ชุมชน
  • จัดทำร่างพระราชบัญญัติกลางเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ
  • ให้ท้องถิ่นมีสิทธิ์ในการจัดการทรัพยากร
  • กระจายอำนาจการจัดการปฏิบัติให้ชุมชนท้องถิ่น
  • สร้างความเป็นธรรมในการจัดสรรภาษีให้แก่ท้องถิ่น
  • จัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม
  • กระจายอำนาจด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
  • ให้มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยชุมชนเข้มแข็ง

อีกทั้งยังเน้นย้ำในเรื่องของการเห็นชอบในการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

“อยู่ดี แก่ดี ตายดี” บทสนทนาทางนโยบาย เพื่อส่งต่อชีวิตทุกช่วงวัย อย่างมีความสุข

22 นาทีที่แล้ว

"ทรัมป์" ขู่ขี้นภาษีประเทศที่คัดค้านเข้ายึดกรีนแลนด์

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...