โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปิดตำนานรถร้อน ‘ขสมก.-บขส.-TSB’ ทุ่ม 3.8 หมื่นล้าน ลุยรถเมล์อีวี

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่ปกคลุมเมืองหลวงและต้นทุนพลังงานที่ผันผวนจนยากจะคาดเดา วันนี้ “ขนส่งสาธารณะไทย” กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดในรอบกึ่งศตวรรษ การขยับตัวของยักษ์ใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชนในปี 2569 กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เมื่อแผนการเปลี่ยนผ่านสู่ "รถเมล์ไฟฟ้า" หรือ EV Bus 100% ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาพฝัน แต่กลายเป็นโรดแมปเชิงพาณิชย์ที่มีเม็ดเงินลงทุนมหาศาลรองรับ

ขสมก. ปรับทัพใหญ่ สู่กองทัพ EV 1,520 คัน

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีหนี้สะสมมหาศาล วันนี้กำลังใช้ “พลังงานสะอาด” เป็นไม้ตายในการผ่าตัดองค์กร ภายใต้ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขสมก. เดินหน้าโครงการเช่ารถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน วงเงินกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาเช่า 7 ปี โดยคู่สัญญา คือ บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ซึ่งได้ยื่นข้อเสนอในราคาต่ำสุด

เป้าหมายสำคัญไม่ใช่แค่การลดมลพิษ แต่คือการ "ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้" รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า การใช้รถเมล์ไฟฟ้าจะช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุงได้มากกว่า 40% หรือประมาณ 1,600 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรถเมล์สันดาปแบบเดิม

ในปี 2569 นี้ ขสมก. เร่งเครื่องจัดหาพื้นที่อู่จอดรถและสถานีชาร์จให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2569 เพื่อรองรับรถล็อตใหม่ที่ทยอยเข้าสู่ระบบ ซึ่งถือเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะนำไปสู่การล้างหนี้สะสมกว่า 1 แสนล้านบาทภายใน 7 ปี

ดันรถทัวร์ 311 คัน

ขณะที่ ขสมก. ปฏิรูปในเมือง ทางด้าน บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ก็ไม่น้อยหน้า ในปี 2569 บขส. ยกระดับการเดินทางข้ามจังหวัดด้วยแนวคิด Green Transport โดยล่าสุดได้ร่วมกับยักษ์ใหญ่ฝั่งเอกชนอย่าง ไทยสมายล์บัส (TSB) เปิดจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 นำรถเมล์ไฟฟ้า 8 เส้นทางหลักเข้าจอดรับ-ส่งผู้โดยสารภายในสถานี เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ไร้รอยต่อ (Seamless Mobility)

นอกจากนี้ยังเดินหน้าแผนจัดหารถโดยสารใหม่จำนวน 311 คัน วงเงินรวม 3,018 ล้านบาท ในรูปแบบเช่าดำเนินการพร้อมซ่อมบำรุง ระยะเวลา 5 ปี โดยมีบริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล ที่นำมาทดแทนรถเก่าที่เตรียมปลดระวางจำนวน 157 คัน เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการผู้โดยสารและบริหารจัดการต้นทุน

อย่างไรก็ดีการเปลี่ยนรถให้บริการนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ช่วยแก้ไขสถานะทางการเงินได้ โดยในปี 2568 บขส. มีรายได้เพียง 1,900 ล้านบาท และขาดทุนกว่า 200 ล้านบาท

ดันรถเมล์ต่างจังหวัด

ฟาก บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด (TSB) ในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่ปลุกกระแส EV Bus ในไทย ได้ปักธงปี 2569 เป็นปีแห่งการสร้างกำไรเป็นปีแรกราว 200 ล้านบาท หลังจากในช่วงที่ผ่านมาได้จัดหารถเมล์ไฟฟ้าเข้าสู่ระบบแล้ว 2,350 คัน รวมวงเงิน 20,000 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้มีการปรับเพิ่มฟีดเดอร์รถเมล์เดิมที่มีอยู่ 2,000 คันในเส้นทางต่างๆ

ขณะเดียวกันแผนงานในปีนี้ไทยสมายล์บัสไม่ได้มองแค่กรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่กำลังขยายโมเดล “รถเมล์ไฟฟ้า” สู่เส้นทางต่างจังหวัด เพื่อสร้าง Ecosystem ของการขนส่งสะอาดให้ครอบคลุมทั้งประเทศ

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ส่งผลกระทบเชิงบวก (Multiplier Effect) ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดย ความต้องการ EV Bus ที่พุ่งสูงขึ้นระดับ 3,000 - 4,000 คันในระยะเวลาอันสั้น กระตุ้นให้เกิดการลงทุนตั้งโรงงานประกอบรถบัสไฟฟ้าและโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในประเทศมากขึ้น สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค

อย่างไรก็ตามความท้าทายใหญ่ที่ยังต้องจับตาในปี 2569 คือ “โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน” โดยเฉพาะสถานีชาร์จแบบ Fast Charge สำหรับรถบัสขนาดใหญ่ที่มีกินไฟสูง ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ ขสมก. ประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และการไฟฟ้านครหลวง (MEA) เพื่อวางโครงข่ายรองรับแผนการจัดหารถที่กำลังจะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลัง

การเปลี่ยนจากรถเมล์สันดาปสู่ EV Bus 100% ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนเครื่องยนต์ แต่มันคือการเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของคนเมืองที่ต้องทนดมควันดำมานานหลายทศวรรษ ปี 2569 จึงเป็นปีแห่งบทพิสูจน์ว่า

หากภาครัฐเดินหน้าด้วยนโยบายที่ชัดเจน และเอกชนมีความพร้อมในการลงทุน ระบบขนส่งสาธารณะไทยก็สามารถก้าวขึ้นสู่ระดับสากลที่ทั้ง “สะอาด” และ “ยั่งยืน” ได้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...