ประสบการณ์หนาวสุดขั้วที่ 'สกอตแลนด์' ดินแดน 'แสงเหนือ' น้องใหม่
ช่วงต้นปีที่ผ่านมาหลายประเทศในตะวันตกเผชิญความหนาวสุดขั้ว รุนแรงที่สุดในรอบ 14 ปี รวมถึง‘สกอตแลนด์’ เมื่อโลกรวนผนวกโลกร้อน หนึ่งปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ส่งสัญญาณมายังชาวโลกก็คือ ‘แสงเหนือ’ หรือ ‘ออโรรา’ (Aurora Borealis)
ดินแดนแสงเหนือน้องใหม่ ที่ไฮแลนด์ สกอตแลนด์
ต้นปีนี้ (มกราคม 2569) หลายประเทศในยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส รวมถึง สกอตแลนด์ ต้องเผชิญคลื่นความหนาวเย็น ในอเมริกา ญี่ปุ่น ก็เจอความหนาวทำลายสถิติ ถือเป็นเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่รุนแรงสุดในรอบทศวรรษ
เมื่อมวลอากาศเย็นจัดจากขั้วโลกเหนือแผ่ปกคลุมยุโรปเหนือและตะวันตกเฉียบพลัน อุณหภูมิจึงลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดพายุหิมะที่ส่งผลกระทบต่อการคมนาคมและระบบพลังงาน
ล็อกลินน์ ทะเลสาบน้ำเค็มย่านไฮแลนด์ ยาว 35 กม. ลือว่าเป็นที่อยู่ของปีศาจม้าน้ำในตำนาน เชื่อว่าจะมาหลอกเหยื่อก่อนลากลงน้ำไปกินเป็นอาหาร (Cr. Amanda Fraser)
คลื่นความหนาวที่รุนแรงสะท้อนภาวะโลกปั่นป่วน จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไม่ใช่แค่โลกร้อนแต่รวมถึงความแปรปรวนสุดคาดเดา ในสกอตแลนด์ ณ ไฮแลนด์ เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 มีความคึกคักมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปี ที่ดินแดนไฮแลนด์ทางตะวันตกของประเทศสกอตแลนด์ สถานที่ที่ไม่คาดคิดว่าสามารถเห็นแสงเหนือชัดเจน รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ฮังการี
บ้านเรือนอาบแสงเหนือ ณ ดินแดนไฮแลนด์ ตะวันตกของสกอตแลนด์ (Cr. Janey Walker)
แสงเหนือ สวยประหาร
แสงเหนือเกิดจากการเรืองแสงเช่นเดียวกับหลอดเรืองแสงตามบ้านแตกต่างกันตรงที่แสงเหนือไม่ได้ให้พลังงานความร้อน สีสันอันตระการตาที่เปรียบเสมือนม่านแสงสว่างที่ส่องแสงสว่างบนท้องฟ้ายามค่ำคืนในคืนมืดมืดและมีมลภาวะทางแสงน้อยที่สุด แสงเหนือเกิดจากอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ ซึ่งปลดปล่อยออกมาพร้อมกับพายุแม่เหล็กโลกพุ่งเข้าชนกับก๊าซในชั้นบรรยากาศบริเวณขั้วโลก ส่งผลให้เกิดการเรืองแสงไล่เรียงเฉดสีจากเขียว ชมพู แดงก่ำ ม่วง
ต้นสนสกอตอาบแสงเหนือ ต้นไม้ประจำชาติสกอตแลนด์สามารถสูงถึง 40 เมตร มีอายุยาวถึง 300 ปี
แสงหลากสีเต้นระบำอวดโฉมอยู่บนท้องฟ้าเกิดขึ้นเนื่องจากพายุสนามแม่เหล็กโลก (Geomagnetic Storm) มีความรุนแรงระดับ G4 จัดอยู่ในระดับรุนแรงมาก และรุนแรงเป็นอันดับที่ 3 ของโลกนับตั้งแต่ที่เคยจดบันทึกมาตั้งแต่ปี 2519 (ระดับความรุนแรง G1-5 รุนแรงจากน้อยที่สุดไปมากที่สุด)
ความหนาวสุดขั้วและพายุหิมะทำให้สถานศึกษาในไฮแลนด์ต้องปิดทำการ ในขณะที่เด็ก ๆ ร่าเริงกับการเล่นหิมะ
ก่อนเกิดปรากฎการณ์แสงเหนือครั้งนี้ มีหน่วยงานสำคัญคือองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ ได้ออกมาเตือนว่าพายุแม่เหล็กโลกเป็นผลจากการปะทุแฟลร์รุนแรงบนดวงอาทิตย์ระดับ X1.95 เมื่อ 18 ม.ค. การระเบิดครั้งนี้ได้ส่งมวลโคโรนามหาศาลที่มีความเร็วสูงกว่า 1,000 กม.ต่อวินาทีพุ่งตรงมายังโลก
ปรากฏการณ์หนาวสุดขั้วส่งผลกระทบต่อการเดินเรือ รถไฟ และยานพาหนะในสกอตแลนด์ต้องหยุดชะงักชั่วคราว
ขอลงลึกถึงตัวเอกคือพายุแม่เหล็กที่ก่อให้เกิดแสงเหนือแสงใต้สวยสุดมหัศจรรย์ ในขณะเดียวกันก็เป็นแนวสวยประหารที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดความขัดข้องต่อเทคโนโลยีและระบบต่าง ๆ อาทิ ระบบไฟฟ้า ดาวเทียม การสื่อสารและการกำหนดตำแหน่งบนโลก (จีพีเอส)
น้ำในทะเลสาบสกอตแลนด์กลายเป็นน้ำแข็งในช่วงเช้ามืดและค่ำคืน
นอกจากนี้ อาจส่งผลต่อสัตว์อพยพที่จะเกิดความสับสนทิศทาง เช่น นก ปลาวาฬ โลมา แซลมอน เต่าทะเล เนื่องจากในร่างกายสัตว์ประเภทนี้มีโปรตีนคริปโตโครมที่มีปฏิกิริยากับสนามแม่เหล็กหรืออนุภาคแมกนีไทต์ ที่ทำหน้าที่เป็นเข็มทิศชีวภาพ อย่างไรก็ตาม พายุแม่เหล็กที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกโดยตรง เนื่องจากโลกมีบรรยากาศและสนามแม่เหล็กคุ้มกันอยู่
อนุสรณ์รูปปั้นทหารสามนายจากทองสัมฤทธิ์ในสกอตแลนด์ สร้างเพื่อรำลึกถึงหน่วยคอมมานโดชาวบริติชที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 (Cr.Charlootte E Grant)
สีของแสงเหนือ
สีของแสงเหนือ ขึ้นอยู่กับชนิดของก๊าซในบรรยากาศตามระดับพลังงานที่เกี่ยวข้อง เริ่มจากแสงสีเขียวที่พบบ่อยสุดเกิดจากออกซิเจนในระดับความสูงต่ำกว่า 240 กม. แสงสีแดงเกิดจากออกซิเจนในระดับสูงกว่า 300 กม. แสงสีน้ำเงิน ชมพูหรือม่วง เกิดจากไนโตรเจนเมื่อได้รับพลังงานสูง
แสงเหนือมักปรากฏในรูปแบบคล้ายม่านหรือฉาก เป็นริ้วหรือเป็นคลื่นพลิ้วไหวร่ายรำไปมาอยู่บนท้องฟ้า แต่ละประเทศในยุโรปมีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับแสงเหนือตามความเชื่อในท้องถิ่น
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือคือฤดูหนาว (พ.ย.-ก.พ.) โดยเฉพาะค่ำคืนที่ฟ้าเปิด
ชาวสกอต สายมูแห่งแสงเหนือ
ชาวสกอต นับเป็นสายมูเตลูตัวยง เรื่องเล่าตำนานแสงเหนือสกอตแลนด์ เรียกขานว่า Na Fir-Chlis (Nimble Men แปลว่ามนุษย์คล่องแคล่ว) เชื่อกันว่าแสงสีที่เริงระบำบนท้องฟ้าคือวิญญาณของวีรชนนักรบที่ร่ายรำต่อสู้อริราชศัตรูแบบไม่มีวันสิ้นสุด เลือดทุกหยดที่หลั่งไหลออกมากลายเป็นแสงเหนือสีแดงที่เรียกว่า ‘สระเลือด’ ก่อนที่เลือดจะไหลรินลงมาบนพื้นโลกแล้วหล่อหลอมเป็น ‘บลัดสโตน’ หรือหินเลือดพระเจ้า ซึ่งเป็นแร่ควอตซ์สีเขียวเข้มที่มีจุดสีแดงคล้ายหยดเลือด เชื่อกันว่าเป็นหินมงคลนำโชคเสริมความกล้าหาญ
น้ำค้างแข็งปรากฎอยู่ทั่วไฮแลนด์ แดนที่ราบสูงของสกอตแลนด์ (Cr. Michael Yule)
ยังมีความเชื่อเรื่องแสงเหนือหลากหลายวัฒนธรรม เช่นชาวไวกิ้ง เชื่อว่าแสงเหนือคือแสงสะท้อนจากชุดเกราะของนักรบวาลคิรีผู้ทรงพลังที่มารับดวงวิญญาณของนักรบไวกิ้งผู้กล้าที่เสียชีวิตในสนามรบเพื่อนำทางไปยังโลกหลังความตาย
ชาวอินูอิต กลุ่มชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในแถบอาร์กติก เชื่อว่าปรากฏการณ์แสงเหนือเชื่อมโยงกับโลกของวิญญาณที่กำลังเล่นเกมหรือเต้นระบำอยู่บนฟ้า ส่วน ตำนานฟินแลนด์ เชื่อว่าหมาจิ้งจอกอาร์กติกหางไฟจอมขมังเวทย์กำลังวิ่งผ่านหิมะและสะบัดหางขึ้นไปบนท้องฟ้า ทำให้เกิดแสงสีต่างๆ
ปีนี้สกอตแลนด์หนาวสุดขั้ว
ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย มีความเชื่อเรื่องลางบอกเหตุจากแสงเหนือที่ว่า แสงเขียวหมายถึงปีที่อุดมสมบูรณ์ เก็บเกี่ยวดี แสงแดงสื่อถึงสงครามหรือความขัดแย้งที่กำลังจะมาถึง แสงที่ร่ายรำรวดเร็วอาจบ่งบอกว่าพายุกำลังจะมา หากแสงเหนือเกิดขึ้นในฤดูที่แตกต่างอาจแสดงว่าจะมีเหตุการณ์สำคัญหรือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น นักดาราศาสตร์ยังได้ระบุเพิ่มเติมด้วยว่า แสงเหนือจะปล่อยกลิ่นคล้ายบาร์บีคิวหรือใบไม้หรือกระเทียมที่ถูกเผา
ยังไม่หมดแค่นั้น สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนประสบมากับตัวเองตอนที่ชมแสงเหนืออยู่นั้น รู้สึกราวกับได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ จากที่ไกล ๆ จับใจความไม่ได้ โดยที่ไม่เคยทราบข้อมูลนี้มาก่อนว่าสาเหตุที่แสงเหนือส่งเสียงออกมาได้เนื่องจากมีการปล่อยคลื่นวิทยุรุนแรง และถ่ายโอนออกมาเป็นเสียง อาจฟังคล้ายเสียงนกหวีดหรือเสียงนกร้อง
หิมะปกคลุมเทือกเขาสกอตแลนด์เกือบทั้งปี (Cr. Michael Yule)
เคล็ดลับในการชมแสงเหนือ
เคล็ดลับในการชมแสงเหนือ ถ้ามองตาเปล่าไม่เห็น ให้มองผ่านเลนส์กล้องหรือโทรศัพท์มือถือ แม้ปรากฎการณ์แสงเหนือจะสร้างความตื่นเต้นตระการตาให้ผู้คนเกือบทั่วยุโรปได้ยลโฉม ลึก ๆ แล้วแสงเหนือสวยล้ำอาจคือความสวยประหารที่เป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญ เช่นเดียวกับความหนาวสุดขั้ว ทั้งสองปรากฎการณ์นี้ล้วนแล้วแต่เป็นผลลัพธ์จากภาวะโลกร้อนทำให้ระบบภูมิอากาศโลกเสียสมดุลและแปรปรวนขั้วสุด
สกอตแลนด์ ดินแดนแสงเหนือน้องใหม่
ท่ามกลางความมืดมิดและความหนาวเหน็บที่แพร่ไปทั่วยุโรป หากเราใช้สติปัญญาพิจารณาดี ๆ ฤาแสงเหนือจะพยายามเปล่งเสียงออกมาสื่อสารกับชาวโลกว่า
"มนุษย์เอ๋ย โลกร้อนขึ้น ๆ จนเข้าสู่ยุคโลกรวนเต็มรูปแบบแล้วหนา เจ้าจงเร่งปรับตัวปรับใจรับมือวิกฤติภูมิอากาศ เตรียมพร้อมกับความความท้าทายที่ไม่แน่นอนต่อสังคมโลกในทุกมิติด้วยเถิดหนา…"