FTA หนุนการค้าไทยโต 21.8% กรมเจรจาฯ ชี้เพิ่มโอกาสบุกตลาดโลก
วันนี้ (10 ส.ค.2569) น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความท้าทาย จากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน แต่ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางการค้า และรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทย
ทั้งด้านการขยายตลาดส่งออก การเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต และการเข้าถึงวัตถุดิบที่จำเป็นต่อภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้การค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ FTA ยังคงขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการค้า และการผลิตของไทยให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ในช่วง 6 เดือนแรก (มกราคม-มิถุนายน 2569) การค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ FTA 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย เปรู และชิลี มีมูลค่า 243,669 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 21.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 57.3 ของการค้าไทยกับโลก โดยไทยส่งออกไปประเทศคู่ FTA มูลค่า 105,494 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.6
และไทยนำเข้าจากประเทศคู่ FTA มูลค่า 138,175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.0 โดยกว่าครึ่งหนึ่งของการค้าไทย เป็นการค้ากับประเทศที่มี FTA ด้วย ซึ่งช่วยลดอุปสรรคทางการค้า สร้างความได้เปรียบด้านภาษี และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย ขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ จีนยังคงเป็นคู่ค้า FTA สำคัญอันดับหนึ่งของไทย มูลค่าการค้ารวม 91,513 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 37.6 ของการค้ากับประเทศคู่ FTA ทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ ญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญ และมีบทบาทเป็นฐานการผลิตที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของประเทศ
สำหรับการส่งออกไปตลาด FTA ยังคงขยายตัวได้ดีในหลายประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 74.0 ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.9 สปป.ลาว เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.4 มาเลเซีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.0 เวียดนาม เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.2 ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9 และอินเดีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.0 ตอกย้ำว่าตลาด FTA ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกไทย ทั้งนี้ การขยายตัวดังกล่าว ได้รับแรงสนับสนุนจากสินค้าศักยภาพหลายกลุ่ม
โดยในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.8 และไก่แปรรูป เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.6 ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.0 แผงวงจรไฟฟ้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.6 คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.5 ผลิตภัณฑ์ยาง เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.4 และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 สะท้อนถึงความต้องการสินค้าไทย ทั้งกลุ่มเกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมในตลาดคู่ FTA อย่างต่อเนื่อง
แม้การนำเข้าจากประเทศคู่ FTA จะขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าการส่งออก แต่ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าที่สนับสนุนการลงทุนและการผลิต โดยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าการนำเข้าจากประเทศคู่ FTA เป็นสินค้ากลุ่มวัตถุดิบ สินค้าขั้นกลาง และสินค้าทุน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
สำหรับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 กรมฯจะเดินหน้าขยายและยกระดับ FTA เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ให้สอดรับกับบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป ไทย-เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา ให้มีความคืบหน้าตามกรอบที่กำหนด ควบคู่กับการยกระดับความตกลงที่มีอยู่ อาทิ ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย รวมถึงผลักดัน FTA ไทย-เปรู ฉบับสมบูรณ์ไปสู่การลงนาม
พร้อมติดตามสถานการณ์การค้าโลก และมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด รวมทั้งประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน ในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้อาเซียนยังคงเป็นภูมิภาคที่เปิดกว้าง เชื่อมโยง และเป็นฐานการค้า การลงทุน และการผลิตที่สำคัญของโลก
อ่านข่าว:
ไทยถกเข้ม FTA อาเซียน-จีน ปักธง ACFTA 3.0 ใช้บังคับปีนี้
FTA ไทย-EU เร่งเครื่อง “พาณิชย์” ปิดเจรจาเพิ่ม 8 ประเด็น จ่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย
รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน “พาณิชย์”เร่งปิดดีล ไทย-อียู ดันสินค้าเกษตรไทย