โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แซม หันหัวเรือโปรเจกต์ “Worldcoin” จากสแกนม่านตาแลกคริปโตฯ สู่ “ระบบยืนยันตัวตน”

Thairath Money

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 10.44 น.
ภาพไฮไลต์

Worldcoin บริษัทลูกของ Tools for Humanity ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 โดย แซม อัลท์แมน และ อเล็กซ์ บลาเนีย ผู้ร่วมก่อตั้ง ที่มีเป้าหมายสร้างสกุลเงินสำหรับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันบนแนวคิดเศรษฐศาสตร์ที่ต้องการสร้าง Universal Basic Income (UBI)

พร้อมอ้างถึงการสร้างมาตรฐานการเงินใหม่ที่ปลอดภัยระดับโลกด้วยการใช้เทคโนโลยีสแกนม่านตาเพื่อระบุตัวตนที่เรียกว่า ไอริสไบโอเมตริก (Iris Biometrics) หรือการเก็บข้อมูลบุคคลจากลักษณะของม่านตา ด้วยเครื่อง “Orb” ที่มีลักษณะคล้ายลูกบอลสีเงินขนาดประมาณลูกโบว์ลิ่ง เพื่อสร้างบัญชีส่วนบุคคลในระบบ ซึ่งผู้ใช้จะได้รับ World ID ในการเข้าใช้ World App เมื่อผู้ใช้สร้างตัวตนแล้ว ก็สามารถรับโทเคน Worldcoin (WLD)

บทความที่เกี่ยวข้อง

จากข้อมูลบริษัทระบุว่านับตั้งแต่เปิดตัวโครงการในเดือนกรกฎาคม 2023 มีผู้ลงทะเบียนเพื่อสแกนม่านตาแล้ว 7 ล้านรายทั่วโลก อย่างไรก็ตามโปรเจกต์ Worldcoin ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงด้านจริยธรรม ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยล่าสุดเมื่อต้นปีนี้ สเปนและโปรตุเกสได้ออกคำสั่งห้ามชั่วคราว รวมถึงอาร์เจนตินาและอังกฤษกล่าวว่าพวกเขาจะตรวจสอบ World Network ด้วยเช่นกัน

โดยงานที่จัดขึ้นภายในสัปดาห์ที่ผ่านมา Tools for Humanity เปิดตัว World Network และ Orb เวอร์ชันใหม่ พร้อมกับวิสัยทัศน์ในการสร้างเครือข่ายการยืนยันตัวตนของโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามครั้งสำคัญในการขยายขนาดการดำเนินการครั้งใหญ่ พร้อมเผยโฉมอุปกรณ์สแกนม่านตารุ่นใหม่ที่อ้างว่าปรับปรุงระบบความปลอดภัยและคุณสมบัติการรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูล อีกทั้งยังเปิดเผยว่าระบบดังกล่าวตั้งใจทำมาเพื่อแก้ไขปัญหา AI Deepfakes

ข้อมูลชีวภาพที่ได้จะทำหน้าที่เสมือน “Digital Passport" ซึ่งพัฒนาจากระบบสแกนม่านตาในช่วงแรกไปสู่เทคโนโลยียืนยันตัวตนที่สามารถใช้งานกับ NFC ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถยืนยันอายุและสัญชาติของตนได้โดยไม่กระทบต่อความเป็นส่วนตัว พร้อมทั้งแผนขยายระบบไปยังแอปฯ ส่งข้อความยอดนิยมอย่าง FaceTime, WhatsApp และ Zoom

นอกจากนี้ยังระบุว่า Orb รุ่นล่าสุดใช้ชิปเซ็ต Jetson ของ Nvidia และกำลังเพิ่มแนวทางให้ผู้คนรับเครื่องนี้ไปใช้ที่บ้านเพียงกดสั่งผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ เพื่อนำไปใช้ในการยืนยันตัวตนได้แบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างการเข้าถึงอุปกรณ์ที่แพร่หลายนำไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงของบริษัท โดยความเคลื่อนไหวในครั้งนี้อัลท์แมนได้เน้นย้ำถึงปัญหาเรื่อง DeepFake ที่ได้กลายเป็นปัญหาใหญ่สืบเนื่องจากศักยภาพของ AI ในปัจจุบันที่สามารถสร้างสรรค์ภาพและเสียงที่เลียนแบบมนุษย์ได้สมจริงมากยิ่งขึ้น

ที่มาข้อมูล Bloomberg

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แซม หันหัวเรือโปรเจกต์ “Worldcoin” จากสแกนม่านตาแลกคริปโตฯ สู่ “ระบบยืนยันตัวตน”

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...