โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พาราสาวะถี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

การเล่นบทขึงขังของ อนุทิน ชาญวีรกูลตามมาด้วยบทโหดของ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้วยการสั่งเด้ง นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวรผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเข้ากรุเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ก่อนหน้าก็ย้าย ธีระพงศ์ ช่วยชูรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปเป็นรองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช และ อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปเป็นรองผู้ว่าฯ สงขลา เพื่อสังเวยปมรองผู้ว่าฯ ขู่ย้ายผู้ว่าฯ รวมถึงการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ล้มเหลว

มองดูเหมือนเป็นความเด็ดขาด จัดการปัญหาความขัดแย้งทันท่วงที ฟังที่อนุทินอธิบายเหตุผลการย้ายผู้ว่าฯเซมเบ้พ้นจากภูเก็ตไปเป็นรองปลัดฯ เหมือนจะอวยยศ คนไม่รู้ก็ดูเหมือนว่าขยับเพื่อโตขึ้น แต่มันเป็นการลดชั้นชัด ๆ มีตำแหน่งที่ดูเหนือเก้าอี้ผู้ว่าฯ หรืออธิบดี แต่แท้จริงไร้ซึ่งอำนาจ บารมีใดๆยิ่งถ้าย้อนกลับไปฟังสิ่งที่เสี่ยหนูพูดกลางวงประชุมผู้บริหารกระทรวงคลองหลอด อดีตผู้ว่าฯ ภูเก็ตเป็นอดีตอธิบดีกรมการปกครองมาก่อน การถูกรองผู้ว่าฯ ข่มขู่แสดงอิทธิพลจึงไม่ควรเกิดขึ้น และไม่น่าจะถูกลดชั้นแบบนี้

ในทางกลับกันการแสดงละครว่าด้วยบทเฉียบขาดนั้น มันทิ้งร่องรอยให้เห็นว่าท้ายที่สุด ฝ่ายที่ทำให้มท.1ออกอาการกริ้วโกรธนั้น ยังคงมีอิทธิพลคุ้มกะลาหัวอยู่เพราะขณะที่ผู้ว่าฯ ถูกเด้งเข้ากรุ แต่รองผู้ว่าฯ ภูเก็ตทั้งสองคน ได้ย้ายไปอยู่ในจังหวัดที่ใหญ่กว่า เท่ากับไม่ได้เป็นการลงโทษ มองดูเหมือนเป็นการอุ้มชูให้ไปอยู่ในที่ที่ดีกว่าเสียด้วยซ้ำขณะเดียวกัน หากย้อนกลับไปดูการหลุดจากเก้าอี้อธิบดีกรมการปกครองของผู้ว่าฯ เซมเบ้ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย

เนื่องจากมีคำสั่งย้ายให้ไปเป็นผู้ว่าฯ ภูเก็ต เมื่อเดือนตุลาคม 2568แล้วโยก นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ขึ้นเป็นอธิบดีกรมการปกครองแทน ซึ่งรายนี้ในกระทรวงต่างก็รู้กันดีว่าเป็นสายตรงจากบุรีรัมย์ แล้วก็เพิ่งปรากฏเป็นข่าวผ่านไปหมาด ๆ ว่า มีแชทไลน์หลุดที่อธิบดีคนดังว่าสั่งการไปยังปลัดจังหวัดภูเก็ตให้ “ช่วยน้ำเงินด้วย” พอเชื่อมโยงข้อมูลกันแบบนี้ จึงทำให้เห็นว่า การสั่งเด้งฟ้าผ่าชนิดยกจังหวัดภูเก็ตหนนี้ เป็นเรื่องของขนมผสมน้ำยาหรือไม่

อ้างต้นตอมาจากปัญหาการปราบปรามผู้มีอิทธิพลล้มเหลว แต่ลึกลงส่วนหนึ่ง น่าจะเกี่ยวพันกับผลการเลือกตั้ง สส.ครั้งที่ผ่านมาเพราะผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยไม่เข้าป้ายแม้แต่คนเดียว มากไปกว่านั้น ในสองเขตที่พ่ายแพ้ให้กับผู้สมัครจากพรรคประชาชนยังพอรับได้ แต่พื้นที่เขต 3ปรากฏว่าเป็น อรทัย เกิดทรัพย์ผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรมที่คว้าชัยชนะไป นั่นย่อม ทำให้พรรคสีน้ำเงินเสียหน้าเมื่อถึงเวลาจึงต้องสังคายนาผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำให้พลาดเป้ากันแบบทบต้นทบดอก

ดังนั้น จึงน่าสนใจว่าปัญหาผู้มีอิทธิพลที่จะถูกยกมาเป็นสารตั้งต้น ประกบกับผลเลือกตั้งที่ผ่านมา จังหวัดอื่นจะถูกจัดการเหมือนกันหรือไม่ฟังคำตอบของอนุทินที่ถูกนักข่าวถามปัญหานี้จะเกิดในจังหวัดอื่นหรือไม่ มท.1บอกว่า “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์”ย่อมมีนัย เพราะหากที่นี่คือพื้นที่ทดสอบหรือต้นแบบของการจัดการปัญหาเรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ความขัดแย้งของผู้บริหารในจังหวัดอาจเป็นแค่ฉากหน้า แต่แท้จริงเรื่องของ การจัดการพื้นที่เพื่อสนองตอบฝ่ายการเมืองต่างหากที่เป็นตัวชี้วัดสำคัญ

เหตุผลที่ชวนให้คิดไปเช่นนั้นได้ คงเป็นผลสืบเนื่องมาจากการโยกย้ายที่เพิ่งผ่านพ้นไป ผู้ที่ถูกมองว่ามีอิทธิพลคุ้มกะลาหัว เหมือนจะถูกลงโทษแต่กลับไม่รุนแรง หนักหน่วงเท่าคนที่ถูกเล่นงาน นั่นย่อมเป็นภาพสะท้อนว่า บารมีของผู้มีอยู่เบื้องหลังของคนที่ข่มขู่ผู้ว่าฯ ไม่ธรรมดาถ้าไปถามคนในพื้นที่จะรู้กันดีว่าใครเป็นใคร ยิ่งเป็นการตอกย้ำเรื่องของผู้ทรงอิทธิพล เมื่อได้ฟังคำตอบจากผู้ว่าฯ เซมเบ้ต่อการถูกย้ายครั้งนี้ ชนวนเหตุมาจากการไปเตือนข้าราชการไม่ให้เกิดการวัดพลังหรือเรียกรับผลประโยชน์ จนเกิดความไม่พอใจ

อย่างไรก็ตาม หากเสี่ยหนูอยากจะพิสูจน์ความจริงใจที่ว่าย้ายผู้ว่าฯ เซมเบ้มานั่งรองปลัดฯ เป็นตำแหน่งที่โตขึ้น คงต้องแสดงความกล้าหาญด้วยการตั้งคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบความขัดแย้งในพื้นที่ มากกว่าให้กรมใดกรมหนึ่งไปทำหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อบอกว่าเป็นเรื่องของรองผู้ว่าฯ กระทรวงมหาดไทยควรส่งคณะกรรมการลงไปตรวจสอบ โดยมีประธานระดับรองปลัดกระทรวง ที่จะสามารถเรียกทุกกรม ทุกหน่วยในกระทรวงมาพูดคุยตรวจสอบได้ตามอำนาจหน้าที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นรองปลัดเซมเบ้ ในฐานะคู่ขัดแย้งก็ได้

ดีไม่ดี การสะสางปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว อาจไม่ใช่แค่เรื่องความไม่ลงรอยระหว่างบุคคลเสียด้วยซ้ำ ทำไปทำมา น่าจะฉายให้เห็นภาพของผู้ทรงอิทธิพลที่มีบารมีเหนือฝ่ายปกครอง ซึ่งทำหน้าที่บริหาร จัดการปัญหาภายในภูเก็ตเสียด้วยซ้ำ อยู่ที่ว่าอนุทินจะกล้าถึงขนาดนั้นหรือไม่ มาถึงตรงนี้คงต้องเร่งดำเนินการ ให้ทุกอย่างเกิดความกระจ่าง หากเนิ่นช้าออกไปถ้าฝ่ายค้านโดย สส.พรรคส้มทั้งในภูเก็ต หรือ รังสิมันต์ โรมที่แม้จะเป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ แต่เป็นคนในพื้นที่ มีข้อมูลเด็ดมาแฉขบวนการที่มีอยู่จะไปกันใหญ่

ต้องไม่ลืมว่าเรื่องของการปราบผู้มีอิทธิพล ทุนเทาทั้งหลายแหล่ พรรคสีน้ำเงินโดยการนำของเสี่ยหนูได้ประกาศท่าทีอันแข็งกร้าวว่าจะต้องกวาดล้างให้หมดไป กระทรวงมหาดไทยภายใต้การดูแลของตนเองจะต้องบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชนได้อย่างแท้จริง การมีรัฐมนตรีของพรรคตัวเองคุมทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง รวมไปถึงกระบวนการยุติธรรม แต่ไม่สามารถจัดการอะไรได้ คนย่อมตั้งคำถามและค่อนขอดว่า ดีแต่พูดนโยบายที่สวยหรูพอถึงภาคปฏิบัติกลับ เป็นการทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ไปเสียฉิบ

อรชุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...